ข่าว

รอง ผบ.ตร.ยันไม่ปกป้อง "อดีตผบก.เลย"

รอง ผบ.ตร.ยันไม่ปกป้อง "อดีตผบก.เลย"

20 ส.ค. 2561

"พล.ต.อ.รุ่งโรจน์" ยันสอบวินัย "อดีตผบก.เลย" โกงเงินสหกรณ์ 229 ล้าน ไม่ปกป้องหากผิดจริงมีแต่ปลดออกกับไล่ออก ย้ำคดีหลักฐานแน่น เห็นใจลูกน้อง 192 คนตกเป็นเหยื่อ

 

              เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2561 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ซึ่งมีนายตำรวจระดับผู้บังคับการและผู้กำกับการในขณะนั้นถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องว่า ล่าสุดได้ลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย และพันตำรวจเอกเฉลิม ยอดปทุม ผู้กำกับการอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันก่อเหตุ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อความสะดวกในการสืบสวนทางคดีและทางวินัย พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยมี พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ รองจเรตำรวจ หลังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ดำเนินคดีอาญา และพล.ต.ต.สุทิพย์ ได้เข้ารายงานตัวต้องคดีอาญาที่สำนักงานกำลังพลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

 

 

              พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงมีเวลาในการสอบครั้งแรก 60 วัน แต่สามารถขยายเวลาได้ในกรอบระยะเวลาไม่เกิน 270 วัน ทั้งนี้ผลการสอบสวนหากผิดจริงมีมติ ซึ่งโทษจะมีทั้งปลดออก หรือให้ออกจากราชการ แต่ถ้ามติลงความเห็นว่าไม่มีความผิด ผู้ถูกกล่าวสามารถร้องขอกลับเข้ารับราชการได้เหมือนเดิม ส่วนคดีอาญา ทางพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ก็ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีการปกป้องกันแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมาตนเองก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด แต่ก็รับทราบข่าวว่ามีพยานหลักฐานชัดเจนในการดำเนินคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

 

 

              “ทั้งนี้ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ส่วนการเยียวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะมีเพียงการดูแลสิทธิตามสมควร ซึ่งผู้เสียหายจะต้องไปฟ้องแพ่งดำเนินคดีกันเอง แต่ก็ยอมรับว่าเห็นใจผู้ใต้บังคับบัญชา จึงได้สั่งการให้มีการสร้างรายได้และอาชีพที่เหมาะสมกับข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้สั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนเอาผิดทั้งทางอาญาและทางวินัยไปตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งสั่งการให้ทุกกองบัญชาการตำรวจทั่วประเทศ ตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้เกิดกรณีลักษณะนี้ขึ้นอีก” รองผบ.ตร. กล่าว