
"บิ๊กป้อม"ตรวจราชการภาคใต้ลั่นจนท.ต้องไร้อิทธิพล
"บิ๊กป้อม"ตรวจราชการภาคใต้ตอนบน ย้ำรับฟังและเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้าน ลั่นต้องไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องผู้มีอิทธิพลการค้ามนุษย์และสิ่งผิดกฎหมายเด็ด
20 สิงหาคม 2561 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจราชการและมอบนโยบายการปฏิบัติงานกับส่วนราชการต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ณ ศาลากลางจังหวัดชุมพร ซึ่งภาพรวมพื้นที่ของภาคใต้ตอนบน มีเขตแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน มีความเสี่ยงและล่อแหลมต่อความมั่นคง ทั้งปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล การลักลอบค้าอาวุธสงครามและสิ่งผิดกฎหมาย การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ปัญหาการค้ามนุษย์ รวมทั้งการทำประมงผิดกฎหมายและการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
โดยพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ข้าราชการทุกหน่วยงาน ถึงความพยายามร่วมกันขับเคลื่อนปฏิรูปและวางรากฐานประเทศตามนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา โดยกำชับขอให้ฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจในทุกจังหวัด ยึดมั่นเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งต้องลงพื้นที่รับฟังประชาชนและร่วมกันขับเคลื่อนแก้ปัญหาหลักด้านความมั่นคง ควบคู่กับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ ให้ปรากฏผลเชิงประจักษ์ เป็นที่เชื่อมั่นจากประชาชนมากขึ้น ในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขณะเดียวกันต้องไม่โดดเดี่ยวประชาชนที่มีรายได้น้อย โดยให้สนับสนุนพัฒนาทักษะอาชีพให้เกษตรกรในพื้นที่ให้เข้มแข็งอย่างพอเพียงให้ได้
พล.ท.คงชีพ ระบุอีกว่า พล.อ.ประวิตร ย้ำเป็นนโยบายว่า ภาคใต้ตอนบนถือเป็นเส้นทางผ่านยาเสพติดที่สำคัญ ขอให้คงความต่อเนื่องปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การค้ามนุษย์ กลุ่มมือปืนรับจ้างและค้าอาวุธสงคราม ที่เป็นเหตุความรุนแรงในพื้นที่ กลุ่มอิทธิพลที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และยังคงปรากฏการเคลื่อนไหวเอารัดเอาเปรียบประชาชน เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิและมีเสรีภาพอันชอบธรรม สามารถประกอบสัมมาชีพได้อย่างเสมอภาคและปลอดภัย ทั้งนี้ ต้องไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปแสวงประโยชน์และเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด
สำหรับปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ขอให้ทุกส่วนราชการ ปรับแผนบรรเทาสาธารณภัยให้รองรับกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้สามารถตอบสนองและรับมือกับภัยพิบัติอย่างเป็นระบบและทันต่อเหตุการณ์ เพื่อบรรเทาความเสียหายในพื้นที่ พร้อมทั้ง ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ตามนโยบายของรัฐบาลให้เป็นรูปธรรม โดยร่วมสร้างความเข้าใจและรับฟังปัญหาจากชาวประมง เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาประมงที่มุ่งความยั่งยืนไปด้วยกัน



