
พ่อแม่สามเณร ยันเอาเรื่องหลวงตาถึงที่สุด
พ่อเณรเผยเลิกภรรยามาปีกว่า มีลูกด้วยกัน 2 คน ไม่เคยรู้มาก่อนว่านำลูกไปบวช แม่เด็กหวังมีปาฏิหาริย์ ถึงแม้พิการจะขอเลี้ยงดูเอง ยันเอาเรื่องหลวงตาถึงที่สุด
20 ส.ค.61 - ความคืบหน้ากรณีสามเณร วัฒนพล สีสวัสดิ์ อายุ 9 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 47/12 หมู่ 4 ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ถูกพระศุภชัย สุทธิญาโน อายุ 64 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ลูกแก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ห้อง ไอซียู รพ.พหลพลพยุหเสนา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ส.ค.61 ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 19 ส.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวพระศุภชัย ผู้ก่อเหตุ และนำตัวไปให้เจ้าอาวาสวัดลูกแก เจ้าคณะตำบล ทำการสึกจากความเป็นพระ พร้อมกับนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส
ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ 20 ส.ค.61 ที่หน้าโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นางสุกัญญา ตุ้นฮิ้น อายุ 33 ปี และ นายวัฒนา สีสวัสดิ์ อายุ 36 ปี มารดาและบิดา รวมทั้งญาติๆ ของ สามเณรดิว ยังคงเฝ้าติดตามอาการ สามเณรดิว ลูกชาย ที่หน้าห้องไอซียูอย่างใกล้ชิด ด้วยความเป็นห่วง
นางสุกัญญา เปิดเผยว่า ล่าสุดแพทย์ได้แจ้งอาการของ สามเณรดิว ลูกชาย ว่า ความดันลดลง หายใจเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอด ซึ่งตนก็ได้แต่หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ ช่วยให้ลูกฟื้นขึ้นมา ถึงแม้จะฟื้นขึ้นมาแล้วจะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตและอยู่กับตนได้ไม่นานนักก็ตาม แต่ตนคงไม่ตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจออก เพราะไม่สามารถทำใจได้ ที่จะทำเช่นนั้น
สำหรับเรื่องคดีความก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการกับผู้กระทำผิด ซึ่งอดีตหลวงตาศุภชัย ก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือทำร้ายลูกของตนจริง ซึ่งตอนนี้ตนก็จะขอทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุดในช่วงวาระสุดท้ายของลูกที่ลูกจะได้อยู่กับเรา
นางสุกัญญา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ครอบครัวมีฐานะยากจน เป็นคนหาเช้ากินค่ำ สามเณรดิว ลูกชาย จึงอาสาที่จะบวชเรียนภาคฤดูร้อน เพื่อให้ครอบครัวสบายขึ้น แต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ ตนพยายามที่จะทำใจ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกระทันหันมาก จึงรับไม่ได้ที่ลูกจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิตแล้ว สำหรับ สามเณรดิว ลูกชาย มีนิสัยซุกซนตามประสาเด็ก ซึ่งตนก็ได้แจ้งอดีตหลวงตาศุภชัยไปแล้วว่า สามเณรลูกชายชอบเล่นไฟ ซึ่งที่ผ่านมา อดีตหลวงตาศุภชัย ก็มักจะลงโทษด้วยการตี จนทำให้มีบาดแผลบ้าง แต่ในครั้งถือว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ด้านนายวัฒนา เปิดเผยว่า ตนและแม่ของสามเณรดิว แยกทางกันมานานกว่า 1 ปี แล้ว มีบุตรชายด้วยกัน 2 คน คือ สามเณรดิว และสามเณร วัย 5 ขวบ ก่อนที่ลูกจะมาบวชยอมรับว่าตนไม่เคยทราบมาก่อน เมื่อทราบข่าวตนรู้สึกเสียใจ และยังทำใจไม่ได้ที่ สามเณรดิว ลูกชาย ถูกกระทำเช่นนี้ แต่ก็คงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ยอมรับว่าตนไม่ค่อยมีเวลามาดูแลลูก แต่ตนก็มาหาลูกเมื่อมีเวลาว่าง ซึ่งคงต้องโทษตัวเอง เพราะการที่พ่อแม่แยกทางกันอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
นายวัฒนา กล่าวว่า ตนคงไม่อโหสิกรรมให้ อดีตหลวงตาศุภชัย ซึ่งแท้ที่จริงหากอดีตหลวงตาศุภชัยไม่สามารถดูแลลูกของตนได้ก็น่าจะบอกให้ตนทราบ และไม่น่าจะลงมือทำร้ายลูกตนขนาดนี้ ซึ่งเมื่อครั้งที่ตนไปเยี่ยมหา สามเณรดิว ลูกชาย ก็มักจะพบว่ามีอาการซึมเศร้า และร้องอยากลับบ้านตลอดเวลา ตนก็ได้สอบถามลูกว่าเป็นอะไร ซึ่งลูกก็ตอบว่าถูกอดีตหลวงตาศุภชัยตี แต่ตนก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ ในเมื่อลูกทำผิดก็จะต้องถูกทำโทษเป็นเรื่องธรรมดา
"ผมคงไม่ตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจออกในตอนนี้ เพราะยังทำใจไม่ได้ อยากรอดูอาการอีกสักระยะ แต่หากไม่ไหวจริงๆ ถึงที่สุดแล้วก็คงจะต้องยอมทำใจ เพราะหากยื้อต่อไปอาจไม่มีประโยชน์กับลูก" นายวัฒนา กล่าวและว่า ครั้งนี้ อดีตหลวงตาศุภชัย ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุไปมาก เหมือนจะฆ่ากันให้ตาย ทั้งๆ ที่ลูกของตนเป็นเด็กตัวแค่นี้ ซึ่งหากมีการไกล่เกลี่ย ตนจะไม่ยอมความโดยเด็ดขาด และจะเดินหน้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด.



