
สรรพสามิตแจงไม่ได้กลั่นแกล้งตรวจรถตู้นำเที่ยว 7 ครั้ง
สรรพสามิตแจงไม่ได้กลั่นแกล้งตรวจรถตู้นำเที่ยว 7 ครั้ง
สรรพสามิตบุรีรัมย์ แจง จนท.สรรพสามิตสาขาประโคน ไม่ได้ตรวจค้นรถตู้นำเที่ยวนครราชสีมาถึง 7 ครั้ง ตามที่เสี่ยเจ้าของรถร้องสื่อจนกลายเป็นข่าวดังทำให้สังคมเข้าใจผิด จับปรับแค่ครั้งเดียวฐานนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศเกิน กม.กำหนด ลงบันทึกจับกุมและเปรียบเทียบปรับที่โรงพักถูกต้องตาม กม. พร้อมยันคลิปการจับกุมที่ปรากฏในสื่อเป็นการบูรณาการตรวจค้นสิ่งผิด กม.ในท้องที่ จ.สุรินทร์
วันที่ 19 ส.ค.61 นายสุดใจ คนทัตย์ สรรพสามิตพื้นที่บุรีรัมย์ ได้ออกมาชี้แจง กรณีที่นายวรพล ปุ่นนอก อายุ 60 ปี ผู้ประกอบการรถตู้นำเที่ยวจ.นครราชสีมา ร้องเรียนกับสื่อว่าถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตสาขา อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ กลั่นแกล้งตรวจค้นรถตู้นำเที่ยวข้ามไปประเทศกัมพูชาถึง 7 ครั้ง ในช่วงระยะเวลา 2 เดือน ทั้งยังอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่เรียกรับเงิน 34,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ต้องจับกุมว่า เจ้าหน้าที่สรรพสามิตสาขาประโคนชัย ไม่ได้ตรวจค้นรถตู้นำเที่ยวของนายวรพล ถึง 7 ครั้งตามที่ร้องเรียนหรือเป็นข่าว แต่มีการจับปรับรถตู้นำเที่ยวของนายวรพล เพียงครั้งเดียว คือวันที่ 27 มี.ค.61 ที่ผ่านมา ในข้อหา “มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี” เนื่องจากนายวรพล นำเข้าบุหรี่ต่างประเทศเกินกว่ากฎหมายกำหนด คือจำนวน 51 ซอง หากคิดเป็นกรัมก็เกินกว่า 500 กรัม โดยมีการเปรียบเทียบปรับ 24,806.40 บาท ซึ่งมีการลงบันทึกจับกุมและเปรียบเทียบปรับที่ สภ.ประโคนชัย อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังมีพยานที่มากับนายวรพล ลงลายมือชื่อในบันทึกจับกุมด้วย ซึ่งก็สามารถตรวจสอบหลักฐานได้ ดังนั้นหากนายวรพล ไม่ได้รับความเป็นธรรมจริงทำไมไม่โต้แย้งหรือทักท้วงตั้งแต่วันนั้น จึงขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้กลั่นแกล้งตามที่มีการร้องสื่อ
อีกทั้งคลิปขณะเจ้าหน้าที่นำสุนัขเข้าตรวจค้นรถตู้ที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆนั้น ก็ยืนยันว่าเป็นภาพที่เจ้าหน้าที่สรรพสามิตท้องที่ จ.สุรินทร์ บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายรถที่ผ่านเข้า-ออกชายแดนตามหน้าที่ จึงยืนยันว่าไม่ได้มีการตรวจค้นรถตู้นำเที่ยวของนายวรพล ถึง 7 ครั้งตามที่เป็นข่าว จึงขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำตามหน้าที่ด้วย



