
ระดมกว่า9พันคนเร่งทำสัญญาธ.ก.ส.คาดแล้วเสร็จกลางธ.ค.นี้
ธ.ก.ส.ส่งเจ้าหน้าที่กว่า 9 พันคนเร่งทำสัญญาชาวนาเข้าโครงการประกันรายได้ ล่าสุดยอดพุ่ง 6.5 หมื่นราย คาดเสร็จสิ้นกลางเดือนธ.ค. ชี้ราคาข้าวตกต่ำเกิดจากคุณภาพต่ำ
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงโครงการประกันรายได้ให้แก่เกษตรกรว่า ขณะนี้ ธ.ก.ส.ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่กว่า 9,000 คนลงพื้นที่เข้าไปเร่งทำสัญญากับเกษตรกรที่ผ่านการทำประชาคมแล้ว เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทันตามกำหนด โดยเฉพาะสินค้าข้าวนั้น ขณะนี้ทำสัญญาได้แล้วกว่า 6.5 หมื่นราย จากจำนวนที่ทำประชาคมแล้วประมาณ 5 แสนราย โดยยอมรับว่าช่วงแรกยังมีความล่าช้าอยู่บ้าง แต่หลังจากการปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 30 พฤศจิกายน น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการทำสัญญาได้ทั้งหมดหรือราวกลางเดือนธันวาคม 2552
ส่วนข้าวโพดนั้นมีการทำสัญญาแล้ว 1.42 แสนรายจากที่ผ่านการทำประชาคม 3.88 แสนราย คาดว่าสิ้นเดือนตุลาคม น่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด และมันสำปะหลังทำสัญญาแล้วประมาณ 4 หมื่นรายจากที่ผ่านประชาคม 4.3 แสนราย คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จวันที่ 30 พฤศจิกายน ซึ่งยังพอมีเวลาเพราะผลผลิตยังไม่ออกสู่ตลาด
สำหรับกรณีที่ข้าวเปลือกเจ้าราคาตกต่ำนั้น จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าราคารับซื้อของโรงสียังใกล้เคียงกับราคาอ้างอิงครั้งที่ 2 คือตันละ 8,466 บาทตามความชื้นไม่เกิน 15% โดยราคาอยู่ที่ 8-8.9 พันบาท แต่หากความชื้น 25% จะอยู่ที่ 6.4-7 พันบาท แต่ที่ราคาต่ำกว่านี้ส่วนใหญ่เป็นข้าวคุณภาพต่ำอายุสั้นไม่เกิน 80 วันที่เกษตรกรเร่งปลูกเพื่อนำเข้าโครงการ จึงอยากให้เกษตรกรหันไปปลูกข้าวคุณภาพสูงและไม่ควรขายช่วงนี้ควรรอให้ราคาตลาดขยับขึ้นก่อน
"ในภาพรวมราคาน่าจะขยับขึ้นจากปัญหาน้ำท่วมและประเทศคู่ค้าต้องการข้าวมาก แต่ช่วงนี้ที่ราคาต่ำเพราะผลผลิตออกมาเยอะ จึงต้องมีมาตรการเสริมเข้าไปพยุงราคาทั้งการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าว การจัดตลาดนัดระหว่างโรงสีกับเกษตรกร และการสนับสนุนสินเชื่อให้โรงสีรับซื้อข้าวในราคาใกล้เคียงกับราคาอ้างอิง คิดดอกเบี้ย 2% โดยธ.ก.ส.ตั้งวงเงินไว้ 1.5 หมื่นล้านบาทและยังมีสินเชื่อสร้างยุ้งฉางอีก 1.5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเท่ากัน” นายลักษณ์ กล่าว



