
ครส.แนะใช้แรงงานสัมพันธ์แก้ข้อพิพาทการรถไฟ
คน 3 จังหวัดใต้ผิดหวังรถไฟสายใต้ขบวนท้องถิ่นงดบริการ โวยกระทบกับการเดินทางและรายจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นจากที่รถไฟหยุดให้บริการหลายวันติดต่อกัน ครส.แนะใช้แรงงานสัมพันธ์แก้ข้อพิพาทการรถไฟ สร.กฟน.แนะ ม็อบรถไฟ พลิกวิกฤต วิ่งรถฟรี ประท้วงรัฐเชื่อได้ใจมวลชน
วันที่ 22ต.ค. หลังจากที่ทราบข่าวว่าวันนี้รถไฟสายใต้ทุกขบวนจะเปิดให้บริการตามปกติ ทำให้มีประชาชนบางส่วนเดินทางมาที่สถานีรถไฟสุไหงโก-ลกเพื่อรอใช้บริการ แต่ก็ต้องผิดหวังกลับไป เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบว่ามีการเปิดให้บริการเดินรถไฟเฉพาะสายยาวที่เดินทางจาก กรุงเทพฯ 2 ขบวนคือ รถเร็วขบวนที่ 171 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก , และรถเร็วขบวนที่ 169 กรุงเทพ-ยะลาที่จะสิ้นสุดปลายทางที่สถานีชุมทางหาดใหญ่เท่านั้น
ส่วนขบวนรถขาขึ้นไปกรุงเทพฯในวันนี้เปิดให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 2 ขบวนคือรถเร็วขบวนที่ 170 ยะลา-กรุงเทพฯและรถเร็วขบวนที่ 172 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ ซึ่งจะต้องเดินทางไปขึ้นรถที่สถานีชุมทางหาดใหญ่เท่านั้น ส่วนรถไฟขบวนท้องถิ่นยังคงปิดให้บริการต่อเนื่องต่อไปอย่างไม่มีกำหนด
ด้านประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินรถไฟ เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น หลังรถไฟหยุดให้บริการหลายวันติดต่อกัน โดยผู้ที่ต้องเดินทางไปจังหวัดยะลาด้วยรถตู้ต้องจ่ายค่าตั๋วโดยสาร120บาทต่อเที่ยว ส่วนผู้ที่เดินทางไปหาดใหญ่ต้องจ่ายสูงถึง 180บาทต่อเที่ยว ทั้งที่หากใช้บริการรถไฟไม่ต้องจ่ายเงินเลยตลอดเส้นทาง ทำให้ต้องมีการปรับตัวโดยการประหยัดรายจ่ายอื่นๆเพื่อให้มีเงินเพียงพอที่จะสำรองไว้สำหรับการเดินทางไปทำงาน เนื่องจากไม่ทราบว่าจะมีการเปิดบริการเดินรถตามปกติเมื่อใด
ส่วนนายวิรุฬ สะแกคุ้ม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย สาขาหาดใหญ่ ยังยืนยันถึงจุดยืนของกลุ่มสหภาพแรงงานรถไฟที่ต้องการให้ส่วนกลางนำหัวรถจักรที่มีประสิทธิภาพออกมาให้บริการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งหากเป็นไปตามข้อเรียกร้องก็พร้อมที่จะเปิดให้บริการทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข
ครส.แนะใช้แรงงานสัมพันธ์แก้ข้อพิพาทการรถไฟ
นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ครส.) ครั้งที่ 9 /2552 เพื่อหารือปัญหาการหยุดเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห้งประเทศ ซึ่งเป็น 1 ในคณะกรรมการ ติดภารกิจ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ จึงได้ส่งนายจรัสพันธ์ วัชโรทัย รอง ผอ.ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมและชี้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกิดขื้น
โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่าอยากให้กระทรวงแรงงานใช้เวที ครส.เป็นตัวเชื่อมระหว่างฝ่ายบริหารและสหภาพ เพื่อคลี่คลายสถานการณืให้ดีขื้นหรืออย่างน้อยเป็นการสกัดความรุนแรงก่อนที่จะนำไปสู่การชุมนุมประท้วง เพราะที่ผ่านมาดูเหมือนว่า ครส.ไม่มีอำนาจในการเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาข้อพิพาท แม้ว่าข้อเรียกร้องฝ่ายสหภาพจะผ่านการขื้นทะเบียนแล้ว แต่ฝ่ายบริหารก็ยังไม่ปฏบัติตาม ยอมที่จะจ่ายค่าปรับแค่ 2,000 บาท
นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันโดยให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังรัฐวิสาหกิจทุกแห่งให้เน้นใช้ระบบแรงงานสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับสหภาพแรงงานมากขื้น
โดยให้รัฐวิสาหกิจทุกแห่งจัดเวทีประชุมร่วมกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมา เมื่อมีปัญหาเกิดขื้นก็มักละเลยการใช้วิธีการพูดคุยเจรจาระหว่างกัน โดยเฉพาะกรณีของสหภาพแรงงานการรถไฟฯ กับฝ่ายบริหาร ที่ไม่ได้มีการประชุมร่วมกันมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2551
ทั้งนี้ ตนจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่แรงงานสัมพันธ์เข้าไปเป้นตัวกลางในการประสานให้เกิดความเข้าใจบนพื้นฐานของกฏหมายแรงงงานสัมพันธ์ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ส่วนกรณีที่มีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานขับรถไฟนั้น นายไพฑฑูรย์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเข้าไปตรวจสอบและกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยในการทำงานมากขื้น
โดยเฉพาะเรื่องอุปกรณ์ แต่ทั้งนี้ คงไม่สามารถเข้าไปบังคับให้มีการเปลี่ยนหัวรถจักรให้มีความพร้อมและปลอดภัยได้ เพราะกฏหมายไม่ได้ครอบคลุมไปถึงหัวรถจักรว่าเป็นเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม
ด้านนายอาทิตย์ อิสโม รองอธิบดีกรมสวัสดิฯ กล่าวว่า การลาของพนักงานรัฐวิสาหกิจพร้อมกันเป็นอำนาจของผู้บริหารที่ต้องเข้ามาจัดการภายในองค์กร ซึ่งรัฐวิสาหกิจะมีข้อตกลงสภาพการจ้างงานของแต่ละแห่งที่แตกต่างกันออกไป กระทรวงไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้
ส่วนข้อเสนอที่ให้มีการแก้ไขระเบียบการลาของพนักงานรัฐวิสาหกิจนั้น ไม่ใช่เป็นทางออก เนื่องจากปัญหาที่เกิดขื้นไม่ใช่มาจากตัวกฏหมายไม่ดี แต่มาจากความไม่เข้าใจ และวิธีการพูดคุยเจรจาที่ไม่ลงรอยกันมากกว่า
ขณะที่นายจรัสพันธ์ รอง ผอ.ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุการณืที่เกิดขื้นจะสามารถแก้ไขให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยเหลือการหยุดเดินรถแค่ 2 ขบวน คือ สายใต้ กรุงเทพ ฯ-ยะลา และกรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ส่วนข้อเรียกร้องที่ให้ซ่อมแซมอุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัยในหัวรถจักรนั้น ยืนยันว่า จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่21ต.ค.เป็นต้นไป
ส่วนผลการสอบสวนจากฝ่ายการรถไฟฯ ได้ข้อสรุปว่า พนักงานขับรถมีความผิดข้อหา ขับรถฝ่าสัญญาณเตือนที่สถานีเขาเต่า จึงต้องมีการสับหลีกราง เพื่อไม่ให้เกิดการชนกับรถไฟขบวนอื่นที่จอดอยู่ แต่เนื่องจากได้ขับด้วยความเร็ว 108 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเกินพิกัดที่กำหนดไว้ที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้รถไฟตกราง จนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งในข้อหาไม่ได้มีการระบุว่าหลับในแต่อย่างใด
และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ย้ำว่า ไม่ได้เป็นผลมาจากหัวรถจักรไม่มีประสิทธิภาพหรือชำรุด และที่ผ่านมาการรถไฟ มีการซ่อมบำรุงหัวรถจักรก่อนการใช้งาน ซึ่งขณะนี้ได้ซ่อมบำรุงแล้ว 130 กว่าคัน ซึ่งยังเหลืออีกกว่า 100 คัน ที่อยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องความพร้อมด้านสุขภาพของพนักงานขับรถไฟ นายจรัสพันธ์ กล่าวว่า ทางการรถไฟมีการตรวจสุขภาพนักงานประจำปี โดยโดยเฉพาะพนักงานขับรถแพทย์จะต้องมีการรับรองว่าสามารถทำงานต่อได้หรือไม่ ซึ่งหากไม่ผ่านก็จะย้ายไปทำงานด้านอื่นที่เหมาะสม
ด้านนายสมเกียรติ รอดเจริญ ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีรถไฟตกรางที่หัวหิน ว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยข้อเท็จจริง จะต้องมีระบบเตือนภัยให้กับพนักงานขับรถไฟ แต่เมื่อระบบดังกล่าวใช้การไม่ได้ ถามว่าผู้บริหารการรถไฟ จะออกมารับผิดชอบอย่างไร รวมทั้งปกติ หากรถไฟวิ่งเร็วเกินพิกัด ระบบเบรกก็ควรจะทำงานโดยอัติโนมัติด้วยเช่นกัน ซึ่งต้องมีการปรับปรุงระบบและซ่อมแซมให้เป็นมาตรฐานความปลอดภัย ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะโทษฝ่ายพนักงานฝ่ายเดียว
สร.กฟน.แนะม็อบรถไฟพลิกวิกฤต“วิ่งรถฟรี”ประท้วงรัฐ
นายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้านครหลวง(สร.กฟน.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของสหภาพการรถไฟ ว่า ยืนยันว่าสร.กฟน.ยังมีจุดยืนเหมือนเดิมคือไม่เข้าร่วมสนับสนุนการประท้วงที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะที่ผ่านมาสร.กฟน.เคยมีบทเรียนจากการขู่ว่าจะตัดไฟ แต่ปรากฏถูกสังคมวิจารณ์จึงลดเป้าหมายมาตัดไฟหน่วยงานราชการที่ค้างค่าไฟซึ่งได้ผลมากทำให้เก็บเงินเข้ารัฐได้อีก 2 พันล้านบาท ดังนั้นการเคลื่อนไหวต้องอย่าให้กระทบกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียกร้องให้ปลดผู้ว่าการรถไฟ ก็ต้องถามว่าสาเหตุเพียงพอหรือไม่ เพราะการจะขับไล่ผู้ว่าการฯนั้นควรจะมาจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ถ้าเหตุผลไม่เพียงพอสังคมจะมองว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในแล้วจับเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน
“ฝากบอกสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสร.รฟท.ด้วยว่า วันนี้ควรเปลี่ยนวิธีการเคลื่อนไหว คือแทนที่จะหยุดวิ่งรถ ก็ควรจะวิ่งรถเหมือนเดิมทุกอย่าง จอดตามสถานีตามกำหนดเวลา แต่ไม่ต้องเก็บค่าโดยสาร เติมน้ำมันให้เต็มวิ่งฟรีทุกเที่ยว เป็นการกดดันรัฐบาลโดยตรงเพราะถ้าไม่มีรายได้เข้ามารัฐจะบริหารอย่างไร แนวทางนี้จะทำให้ประชาชนเข้ามายืนเคียงข้างเป็นพลังต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ พนักงานรัฐวิสาหกิจต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าถึงแม้จะมีปัญหาอย่างไรแต่การบริการประชาชนยังต้องมาเป็นอันดับหนึ่งซึ่งถ้าเปลี่ยนแนวมาทางนี้ ผมก็พร้อมจะนำทัพสร.กฟน.ออกมายืนแถวหน้าให้เลย” ประธานสร.กฟน. กล่าว
ส่วนที่อ้างว่าหัวรถจักรจำนวนหนึ่งชำรุดไม่สามารถออกวิ่งได้นั้น นายเพียร กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าการที่รถไฟตกรางที่อ.หัวหิน แล้วทำให้หัวรถจักรชำรุดหมดทุกคันเลยหรือ ทำไมถึงมาพังเอาตอนที่ประท้วง มันไม่น่าจะสมเหตุสมผล สร.รฟท.ไม่ควรจะละทิ้งการบริการประชาชน



