
บสย.เปิด"คลินิกหอการค้าฯอุ้มเอสเอ็มอี
บสย.เดินสายชี้แจงนโยบายยกเว้นค่าธรรมเนียมเหลือ 0% ถึง ธ.ค.52 นี้ พร้อมจับมือหอการค้าเชียงใหม่ เปิด"คลินิกหอการค้า -บสย.-สถาบันการเงิน ให้คำปรึกษาสินเชื่อ การค้า การลงทุนและวางแผนทางการเงินให้เอสเอ็มอี ยอมรับสูญรายได้ไปราว 500 ล้านบาท แต่รัฐบาลช่วยชดเ
นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวในการแถลงข่าวโครงการ"คลินิกหอการค้า : ให้คำปรึกษาสินเชื่อ การค้าและการลงทุนด้วย บสย." และ"การค้ำประกันสินเชื่อของ บสย.ภายใต้โครงการ Portfoilo Guarantee Scheme"จัดขึ้นที่ห้องประชุมหอการค้าจ.เชียงใหม่ ว่า บสย.ได้รับนโยบายจากรัฐบาลในการค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการวงเงิน 30,000 ล้านบาท โดยร่วมมือกับสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตร 18 ราย ทั้งธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์
บสย.จะดำเนินนโยบายค้ำประกันสินเชื่อในปีแรก โดยยกเว้นค่าธรรมเนียม 0% ให้แก่สมาชิกหอการค้าและผู้สนใจทั่วไปจนถึงสิ้นเดือนธ.ค.2552 นี้ จากเดิมจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 1.75% ต่อปี และขยายวงเงินค้ำประกันสินเชื่อสูงสุดถึง 40 ล้านบาทโดยไม่จำกัดประเภทกิจการให้แก่สมาชิกหอการค้า
นายสุรชัย กล่าวว่า คาดว่าการยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อเหลือ 0% บสย.จะสูญเสียรายได้ไปราว 500 ล้านบาท แต่รัฐบาลจะเข้ามาชดเชยค่าธรรมเนียมที่ได้รับการยกเว้นไป 2,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ บสย.ได้ร่วมกับหอการค้าเปิด"คลินิกหอการค้า -บสย.-สถาบันการเงิน ให้คำปรึกษาสินเชื่อ การค้า การลงทุนและวางแผนทางการเงิน"ขึ้น เพื่อดำเนินการตาม"โครงการไทยเข้มแข็ง 2555"และมาตรารเร่งรัดการปล่อยสินเชื่อ"โครงการ Fast Track"ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยนำร่องเปิดคลินิกไปแล้ว 2 จังหวัดในภาคอีสาน คือ ขอนแก่น และอุบลราชธานี เมื่อเดือน ก.ย. - ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการให้ความสนใจกว่า 200 ราย ความต้องการสินเชื่อรวมทั้งสิ้น 700 ล้านบาท
นายสุรชัย กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง ขณะที่วงเงินช่วยเหลือที่ บสย.รับเป้าหมายมาจากรัฐบาลประมาณ 30,000 ล้านบาท จนถึงขณะนี้มีการค้ำประกันไปราว 8,000 ล้านบาท จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการในภาคเหนือ อีสานและใต้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมา บสย.ได้เข้าไปรับภาระค้ำประกันร่วมกับพันธมิตรแบ่งเป็นธนาคารกรุงเทพ 1,500 ล้านบาท กรุงไทย 1,700 ล้านบาท กสิกรไทย 2,000 ล้านบาท และไทยพาณิชย์ 600 ล้านบาท
"เป้าหมายของบสย.ต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่มีทุนจดทะเบียนไม่ถึง 200 ล้านบาท ทั่วประเทศมีมากกว่า 2 ล้านราย ส่วนผู้ประกอบการที่มีปัญหาเอ็นพีแอล หรือติดเคดิตบูโรอาจถูกปฎิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน บสย.พยายามให้ความช่วยเหลือโดยส่งต่อไปยังสถาบันการเงินที่พร้อมให้สินเชื่อ"นายสุรชัยกล่าว
นายอารยะ ลายประวัติ กรรมการหอการค้า จ.เชียงใหม่ ในฐานะดูแล"คลินิกหอการค้า -บสย.-สถาบันการเงิน ให้คำปรึกษาสินเชื่อ การค้า การลงทุนและวางแผนทางการเงิน" กล่าวว่า เปิดคลินิกฯให้บริการมาครบ 2 สัปดาห์ โดยเปิดให้คำปรึกษาทุกวันพฤหัสบดี แต่ละครั้งรับได้ประมาณ 10 ราย มีผู้ประกอบการเข้ามาขอรับคำปรึกษาแล้วกว่า 10 บริษัท รวมมีผู้ประกอบการ 8 รายแสดงความต้องการวงเงินสินเชื่อประมาณ 53 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกิจการประเภท สิ่งพิมพ์ อาหาร แปรรูปเกษตร ไฟแนนซ์ ฯลฯ หอการค้าฯได้ส่งต่อข้อมูลทั้งหมดให้สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องแล้ว.



