
"บิ๊กน้อย"เผยปชช.พึงพอใจการแก้ปัญหา"จชต."ของรัฐบาล
พล.อ.สุรเชษฐ์ หน.ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เผยปชช.พึงพอใจการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล ผ่านการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนตามกลไกประชารัฐ
16 สิงหาคม 2561 ณ ห้องประชุมวิทยาลัยการอาชีพนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน การประชุมเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตามกลไกประชารัฐครั้งที่ 6/2561 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม 2561
โดยมีผู้นำศาสนา ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้แทนหน่วยงานการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนภาคประชาสังคม และผู้แทนภาคประชาชน จำนวน 200 คน เข้าร่วมประชุมหารือ เพื่อร่วมรับฟังความคิดเห็นผู้ที่เข้าร่วมประชุมในการดำเนินการ รับทราบความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานการประชุมที่ผ่านมา
พลเอก สุรเชษฐ กล่าวว่า การประชุมมีการก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจและน่ายินดีเป็นอย่างมากที่ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี สำหรับการขับเคลื่อนการทำงาน แผนงาน โครงการต่างในพื้นที่มีความก้าวหน้าเป็นลำดับที่เป็นที่น่ายินดีมาก ซึ่งพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลจัดการประชุมประจำทุกเดือน
เพื่อนำปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งได้คลี่คลายไปทีละส่วนทีละเรื่องตามลำดับเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความสุข ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดสันติสุขเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน
พลเอก สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการประชุมที่ประสบความสำเร็จที่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายก็เลยมีแนวคิดว่าการประชุมครั้งต่อไป จะจัดให้มีการประชุมเต็มวัน จากปัจจุบันที่การประชุมแค่ครึ่งวัน เช่น ภาคเช้า หรือภาคบ่าย แต่ระยะที่ผ่านมาพบว่าการประชุมที่ครบถ้วนเวลาที่มีอยู่ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอ
“ก็เลยคิดว่าครั้งหน้าซึ่งเข้าสู่ช่วงปลายปีงบประมาณปี ก็น่าจะสรุปการทำงานร่วมกันเลย อาจจะจะใช้เวลาการประชุมมากขึ้น ทั้งภาคเช้า ภาคบ่าย โดยจัดระเบียบวาระการประชุมให้ดี มองถึงการทำงานที่ผ่านมา มีอะไรดีที่จะต้องทำต่อเนื่องในปีงบประมาณปีต่อไปก็จะเป็นการสรุปแบบนั้น”
หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ยังกล่าวอีกว่า ความก้าวหน้าของโครงการสำคัญที่ผ่านมาเป็นไปตามแผนตามที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง จนทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจในการแก้ปัญหาของรัฐบาล
ฉะนั้นจึงมั่นใจว่าความก้าวหน้าของโครงการในรอบ 6 เดือน (เม.ย.-ก.ย.61) โครงการที่สำคัญๆต่างๆ จะเดินไปสู่ผลสัมฤทธิ์นำมาสู่ความพร้อมในการแก้ไขปัญหา การร่วมมือ เพื่อสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และประชาชนมีความพึงพอใจในการแก้ปัญหาของรัฐบาล
พลเอก ปราการ ชลยุทธ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าวว่า รัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนกำลัง ทหารเหลือเพียงจากทัพภาคที่ 4 พร้อมหน่วยกำลังในพื้นที่ ตำรวจ และตชด. รวมทั้งในปีนี้ได้จัดตั้งชุดคุ้มครองตำบลเพิ่มอีก 67 ตำบล ซึ่งจะรับสมัคร อส.จากลูกหลานของพี่น้องประชาชนในตำบลนั่นๆ หรือใกล้เคียง ให้เขาเป็นข้าราชการที่ดี เป็นญาติ เป็นลูกหลาน นี่เป็นการแก้ปัญหาที่ดี สู่สันติสุขโดยคนในพื้นที่
นายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กลุ่มภารกิจที่5 ร่วมกับนายภาณุ อุทัยรัตน์ กล่าวว่า สิ่งที่ได้ขับเคลื่อนที่สำคัญในขณะนี้ เช่น โครงการสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นไปตามโรดแมป ส่วนการเดินสำรวจรังวัดที่ดินเขนบุโด-สุไหงปาดี ได้พิสูจน์สิทธิ์ ทั้ง 9 อำเภอไปแล้ว 15,000 แปลง และรับรองสิทธิในที่ทำกินกว่า 7,000 แปลง รวมทั้งการจัดชุดเดินสำรวจ สามารถออกโฉนดได้เกินเป้าหมาย ขณะเดียวกัน ได้พัฒนาคุณภาพขีวิต ทั้งด้านเกษตร ปลูกป่า ส่งเสริมอาชีพให้ประชาชนได้มีรายได้เพิ่มขึ้น
ส่วนการจัดขึ้นทะเบียนบ้านให้ประชาขน 13,000 คน ซึ่งส่วนมากไปทำงานหรือมีครอบครัวที่มาเลเซีย ซึ่งคนเกล่านี้ไม่ได้มาแจ้งเกิด นายอำเภอจึงอนุมัติให้ไม่ได้ ต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาทรงมีกระแสพระราชดำรัสให้ช่วยเกลือประชาชนเหล่านี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทรร์(ม.อ.) ตรวจดีเอ็นเอ ขณะที่ทำไปทำกว่า 600 คน โดยแต่ละคนมีต้นทุนการดำเนินงานรายละ 4,800 บาท ยังเหลือ 12,000 ที่ต้องดำเนินการต่อไป
“รัฐบาลเราให้ความสำคัญกีบคนไทยทุกคนให้มีความเท่าเทียมกัน”
นายจำนัล กล่าวและว่า แรงงานประมงในสามจังหวัดที่มีปัญหา กำลังขับเคลื่อนแก้ปัญหา รวมถึงกรณีคนยากคน ผู้ป่วยติดเตียง รวมกว่า 130,000 คนตามนโยบายของหัวหน้าผู้แทนพิเศษในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ก็ต้องดำเนินการต่อไป
พลเอก จำลอง คุณสงค์ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กลุ่มภาคกิจที่ 6 กล่าวความคืบหน้าของโครงการชุมชนกัมปงตักวา ซึ่งเป็นการสนทนากันเองในเรื่องหลักศาสนาที่ถูกต้อง และการอยู่ร่วมกันบนหลักพหุวัฒนธรรม ดำเนินการไปแล้ว 1,863 หมู่บ้าน คงเหลือในปี 2562 กว่า 200 หมู่บ้าน
อีกโครงการคือ การคัดเลือกหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง มอบเงินให้ 400,000 บาทให้มีแผนชุมชนโดยประชาชนดำเนินการกันเอง ผลประโยชน์เป็นของเขาเอง จะทำให้ครบ 250 หมู่บ้านในปี 2562 ซึ่งกรมการปกครองจะสานต่อจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
“นายก อบต.ตลิ่งชัน อำเภอปันนังสตา บอกว่าชาวบ้านพอใจเศรษฐกิจดี ทุเรียนขายได้ราคาดี กิโลกรัมละ 70-80 บาท และอยากขอให้รัฐบาลช่วยให้ราคายางพาราดีขึ้นด้วย” พลเอก จำลอง กล่าว
นายแวดือราแม มะมืงจิ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ได้เข้าไปร่วมกิจกรรมของโครงการชุมชนตักวามาตลอด เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการทำความเข้าใจในเรื่องพหุวัฒนธรรม เรื่องหลักศาสนาที่จะให้เยาวชนได้รับรู้และเข้าใจ ซึ่งพวกเราทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะกรรมการอิสลามทุกระดับตั้งแต่ตำบล อำเภอ จังหวัดและระดับชาติ สำนักจุฬาราชมนตรีมาร่วมดำเนินงานในโครงการชุมชนกัมปงตักวาอย่างเต็มที่
รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา กล่าวว่า จากการประชุมครั้งก่อนที่ท่านรัฐมนตรีมีนโยบายให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ก็ได้นำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม แต่ติดขัดที่เป็นหน่วยงานที่ไม่มีงบประมาณดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ก็มีแนวทางดำเนินการ เช่น การอบรมหนุ่มสาวก่อนแต่งงาน



