ข่าว

เร่งระบายน้ำ "เขื่อนขุนด่านฯ" รับฝน ก.ย.

เร่งระบายน้ำ "เขื่อนขุนด่านฯ" รับฝน ก.ย.

15 ส.ค. 2561

"บิ๊กฉัตร" ลงพื้นที่ "จันทบุรี" ตรวจความคืบหน้าสร้าง4 อ่างเก็บน้ำ ระบุเมื่อเสร็จช่วยแก้น้ำท่วม น้ำแล้ง ผลักดันน้ำเค็ม ลั่นทุกแห่งในประเทศไทยแข็งแรงทั้ง

 

          เมื่อวันที่ 15 ส.ค.61 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ จ.จันทบุรี และ จ.นครนายกเพื่อตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง และตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล พร้อมพบปะประชาชน

 

          โดย พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทานและจังหวัดจันทบุรี ในระหว่างลงพื้นติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนด ณ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ทั้งนี้ รองนายกฯ กล่าวว่า การพัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนดมีความคืบหน้าไปมาก และเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค สนับสนุนภาคการเกษตร พัฒนาแหล่งเพาะพันธ์และขยายพันธ์สัตว์น้ำจืด ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ในเขต จ.จันทบุรี อีกทั้งช่วยเสริมความมั่นคงในเรื่องน้ำให้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  

 

เร่งระบายน้ำ "เขื่อนขุนด่านฯ" รับฝน ก.ย.

 

          พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่งในจังหวัดจันทบุรี ตามที่ได้มีการจัดสรรงบประมาณประจำปี รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำ ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้วคือ อ่างเก็บน้ำคลองประแกด สามารถรองรับน้ำได้ความจุในระดับกักเก็บ 60.26 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างไปแล้ว 23 % และอ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ มีความก้าวหน้า 23 % คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 นี้ ส่วนอีก 1 อ่าง คืออ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (EHIA) ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 6 ปี

 

          รองนายกฯ กล่าวว่า หากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่งแล้วเสร็จ จะทำให้ลุ่มน้ำคลองวังโตนดเป็นลุ่มน้ำตัวอย่างอีกลุ่มน้ำหนึ่ง ที่สามารถบริหารจัดการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และผลักดันน้ำเค็ม ได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ทั่วทั้งลุ่มน้ำ เสริมความมั่นคงในเรื่องน้ำให้กับลุ่มน้ำคลองวังโตนด ซึ่งเป็นแหล่งปลูกผลไม้ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ หรือ "มหานครแห่งผลไม้" สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 25,000 ล้านบาท นอกจากนี้สามารถผันน้ำส่วนเกินที่ส่งไปช่วยเสริมความมั่นคงให้กับพื้นที่ EEC ได้อีกถึงปีละประมาณ 100 ล้านลบ.ม.

 

          รองนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวยืนยันว่า อ่างเก็บน้ำในประเทศไทยทั้งหมดมีความแข็งแรง ด้วยระบบการก่อสร้างที่ได้มาตรฐานทางด้านวิศวกรรมของกรมชลประทาน ที่ทำงานมาเป็น 100 ปี ด้านหลักวิชาการ การตรวจสอบสอบเป็นระยะ และซ้ำ อย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่เป็นอ่างขนาดกลาง และขนาดเล็ก จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้
  

          พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำจากเทือกเขาใหญ่ที่ไหลลงมาหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก นั้น หากปล่อยไปจะเป็นปัญหา ฉะนั้นต้องจัดจราจรการระบายน้ำอย่างละเอียด เร่งระบายน้ำจากเขื่อนขุดด่านฯให้มากขึ้น เพื่อรองรับฝนในช่วงเดือนต่อไป หากฝนมาน้ำจะได้ไม่ล้นเขื่อน วันนี้เราต้องบริหารจัดการแบบนี้ในทุกๆเขื่อน ด้วยการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แต่ถ้าระบายน้ำมากไปก็จะเกิดปัญหาภัยแล้ง ซึ่งการบริหารจัดการน้ำต้องดูรายละเอียดของเขื่อนด้วย โดยต้องเชิญท้องถิ่นทั้งหมดมาร่วมบริหาร ซึ่งเราต้องคิดล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ปีนี้ประเมินสถานการณ์น้ำตอนกลางของประเทศ แถว จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ และจ.สุรินทร์ อาจจะประสบปัญหาภัยแล้ง จึงต้องเตรียมการตั้งแต่ตอนนี้ แต่การพยากรณ์ที่แม่นยำต้องรอให้ถึงระยะใกล้ แต่ขณะนี้ได้นำเอาข้อมูล ระยะ 3-6 เดือน มาวางไว้ก่อน แล้วค่อยปรับแผนตามสถานการณ์.