ข่าว

สภาเกือบเป็นเวทีมวยโห่จตุพรตั้งกระทู้ด่าป๋าเปรม

สภาเกือบเป็นเวทีมวยโห่จตุพรตั้งกระทู้ด่าป๋าเปรม

22 ต.ค. 2552

สภาหวิดวางมวยหลัง เด็กปชป.โห่ ไล่ “ จตุพร ” ตั้งกระทู้อัด “ ป๋าเปรม ” “วิปรัฐ”เคือง“รองปธ.สภา”ลักไก่ยัดไส้กระทู้ “นายกฯ”โผล่ถก“สาทิตย์”หลังสภาป่วนหนัก

 (22ต.ค.)  ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 14.10 น. ก่อนเข้าสู่กระทู้ถามสดเรื่องการแทรกแซงกระบวนการประชาธิปไตย ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย นายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. ได้ลุกขึ้นทักท้วงว่า กระทู้ถามสดดังกล่าวไม่เข้าข่ายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล แม้จะเปลี่ยนชื่อกระทู้แต่เนื้อหายังเหมือนเดิมที่จะมีการพาดพิงถึงคำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ แต่เป็นเพียงคำให้สัมภาษณ์ของบุคคลสองคนที่มีถึงกัน หากพรรคไทยรักไทย หรือพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้รับความเสียหายจากคำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.เปรม ก็สามารถใช้กระบวนการยุติธรรมฟ้องร้องได้ มิใช่ลากเข้ามาถามในที่ประชุมสภาฯ จึงอยากให้มีมาตรฐานในการพิจารณากระทู้ถามสดด้วย

 อย่างไรก็ตามนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ในฐานะประธานในที่ประชุม กล่าวว่า ขอให้นายจตุพร ตั้งกระทู้ถามสดก่อนแล้วค่อยดูเนื้อหาว่าเป็นเช่นไร แต่อย่างไรก็ตามส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ต่างลุกขึ้นประท้วงยืนยันว่ากระทู้สดดังกล่าวไม่เป็นไปตามข้อบังคับ ขณะที่นายสามารถยังยืนยันว่าให้นายจตุพรตั้งกระทู้สดถามก่อนแล้วค่อยพิจารณาว่ากระทู้สดดังกล่าวขัดต่อข้อบังคับการประชุมหรือไม่

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์หลายคนลุกขึ้นประท้วงจนเกิดความวุ่นวาย ขณะที่นายสามารถได้วินิจฉัยให้นายจตุพรตั้งกระทู้ถามสดดังกล่าวต่อไป ซึ่งระหว่างที่นายจตุพรเริ่มเกริ่นถามกระทู้ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์จำนวนมาก อาทินายอรรถพร พลบุตร ส.ส.สัดส่วน นายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม.ก็ได้ลุกขึ้นประท้วงพร้อมส่งเสียงโห่ฮากันอย่างชุลมุนวุ่นวาย ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงว่า จำได้ว่ามารดาของนายจตุพรเคยบอกว่าไม่ให้พูดพาดพิงไปให้ประธานองคมนตรี เหตุใดนายจตุพรจึงไม่เชื่อฟังมารดาบ้าง ปรากฏว่าหลังจากนั้นได้มีเสียงวุ่นวาย และมีเสียงโห่ออกมาจากที่นั่งของส.ส.ซีกรัฐบาล จนทำให้นายสามารถต้องสั่งให้มีการพักการประชุมเป็นเวลา 10 นาที

 อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่มีการพักการประชุม นายสามารถ กล่าวว่าได้เชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาหารือกัน และทั้ง 2 ฝ่ายก็มีความเห็นยังไม่ตรงกันทั้งหมด ดังนั้นจึงขอให้นายจตุพรชี้แจงกรณีที่มีการพาดพิง แต่อย่างไรก็ตามส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่เห็นด้วย และเห็นว่าไม่จำเป็นที่นายจตุพรต้องชี้แจง

 แต่นายสามารถก็ยังเปิดโอกาให้นายจตุพรชี้แจง โดยนายจตุพร กล่าวว่า ถ้าต้องการให้สภาฯป่วนแบบนี้ไม่มีปัญหา แต่ตนต้องการใช้สิทธิ์ส.ส.ที่ประท้วงกันถึงบุพการี แต่ตนก็ยังสงบอยู่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ควรใจกว้างบ้าง ไม่ใช่ใช้สิทธิ์พาดพิงแล้วมาประท้วงกันจะเป็นจะตาย ซึ่งการตั้งกระทู้ตนหากซีกรัฐบาลต้องการคว่ำกระทู้นี้ไม่มีปัญหา เพียงแค่นี้ ทำให้สังคมเห็นรู้ว่ามีผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญจะคว่ำกระทู้ในสภา ซึ่งหากในประชุมสภาฯแล้วเห็นว่าอันไหนไม่เห็นด้วย และจะขัดขวางและมีการประท้วงกันไปจนตั้งกระทู้ไม่ได้ก็จะเกิดปัญหาแบบนี้เรื่อยไป นี่คือสภาฯหากทำอะไรไม่ได้แล้วใช้วิธีเสียงข้างมากทำอะไรก็ได้แบบนี้มันจะมีปัญหา การต่อสู้ทางการเมืองอย่าไปลากแม่เขามาเล่นหากไม่รู้ความจริง หากเล่นเรื่องพ่อเรื่องแม่ตนก็มีข้อมูลพอควร ส่วนการตั้งกระทู้สด ท่านรู้ได้อย่างไรว่าตนไม่ได้ดูรัฐธรรมนูญหรือไม่ดูข้อบังคับการประชุม

 อย่างไรก็ตามระหว่างที่นายจตุพรอภิปรายอยู่นั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ต่างก็ประท้วงอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงโห่เป็นระยะๆ ซึ่งนายจตุพร ยืนยันว่ามารดาของตนไม่เคยพูดอย่างนี้ และไม่ควรจะด่าพ่อล่อแม่กันกลางสภา ขณะที่นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี พรรคประธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นประท้วงว่านายจตุพรควรลุกขึ้นพูดและหันหน้าไปทางประธานที่ประชุม มิใช่หันหน้ามาหาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หากทำอย่างนี้อาจจะมีปัญหาได้ “ผมพร้อม ” ขณะที่นายจตุพรก็ได้กล่าวตอบโต้ทันทีว่า “ ถ้ามีปัญหาก็ให้เดินมาทางนี้ ”

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อถึงช่วงนี้ได้เกิดเสียงฮือฮากันลั่นห้อง นึกว่าจะมีการวางมวยกันเกิดขึ้น ขณะที่นายสมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นยืนอยู่ข้างหลังนายจตุพรพร้อมกับขยับเสื้อสูทและตะโกนท้าว่า “ มาเลย ”

 อย่างไรก็ตามทำให้นายสมบูรณ์ อุทัยเวียงกุล ส.ส. ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า เกรงว่าหากพูดกันไปก็จะมีปัญหา เพราะขณะนี้มีการท้าชกกันแล้วจึงขอยุติเรื่องนี้

 ทั้งนี้นายสามารถชี้แจงว่า ตนต้องการให้นายจาตุพรชี้แจงเนื่องจากมีการพาดพิงถึง และก็จะเปิดโอกาสให้ตั้งกระทู้สดถาม แต่หากผิดข้อบังคับการประชุมตนมีสิทธิ์ให้ยุติการตั้งกระทู้ถามสดได้

 นายจตุพร กล่าวว่า ความเป็นมนุษย์นั้นมีความเท่าเทียมกัน แต่ตนถามว่าต่อไปนี้การตั้งกระทู้ถามของฝ่ายค้านเรื่องอะไรก็ตามแล้วถูกก่อกวนจนตามไม่ได้ แล้วจะเอากันแบบนี้ปฏิบัติกันแบบนี้ใช่หรือไม่ แล้วประธานก็จะตัดไปไม่ให้มีการตั้งกระทู้ถามแล้วจะทำกันแบบนี้หรือไม่ ต้องการให้ประเทศมีบรรยากาศแบบนี้ สภาบรรยากาศแบบนี้ใช่หรือไม่ แล้วบอกต้องการปรองดองสมานฉันท์

 อย่างไรก็หลังจากที่สภาฯป่วนไปเกือบ 1 ชั่วโมง นายสามารถ กล่าวว่า ตนต้องการความปรองดองสมานฉันท์เช่นเดียวกัน ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายกลับไปตั้งสติก่อน จากนั้นได้สั่งปิดประชุมสภาฯเมื่อเวลา 15.10 น

“วิปรัฐ”เคือง“รองปธ.สภา”ลักไก่ยัดกระทู้

  เมื่อเวลา 15.00 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวภายหลังประธานสั่งปิดการประชุม ว่า เสียใจที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะความจริงกระทู้เรื่องการให้สัมภาษณ์ของพล.อ.เปรม นั้น ประธาน รวมทั้ง รองประธานสภา และตนได้หารือกันในช่วงเช้าและเห็นว่าไม่น่าจะเข้าข่ายกระทู้สดตามข้อบังคับที่ 143 เพราะเป็นการพาดพิงบุคคลภายนอก คือ องคมนตรี และอาจมีแนวโน้มพาดพิงไปถึงสถาบันด้วย แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงชื่อกระทู้แต่เนื้อหายังคงเดิม ทำให้นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภากลับบรรจุเข้าสู่วาระ ดังนั้นเห็นว่านายสามารถควรจะทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะการวินิจฉัยที่ผิดพลาดได้สร้างความเสียหายขึ้น

“นายกฯ”โผล่ถก“สาทิตย์”หลังสภาป่วนหนัก

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งปิดการประชุมนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้ามายังห้องประชุมสภาฯเพื่อหารือกับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ครั้งนี้ ส่วนวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน ได้ยืนจับกลุ่มกันหารืออย่างเคร่งเครียดกันคนละมุมของห้องประชุมสภา ขณะที่ข้าราชการสภา ฯได้เชิญนายจตุพรและนายธนิตพล ไชยนันทน์ ส.ส.ตาก วิปรัฐบาล ได้เข้าไปร่วมหารือร่วมกับนายสามารถ ด้านหลังบัลลังก์ประธานที่ประชุม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของวิปฝ่ายค้านได้แสดงความไม่พอใจท่าทีของรัฐบาลที่ปิดกั้นไม่ให้นายจตุพรถามกระทู้ครั้งนี้ โดยนายนฤมล ธารดำรงค์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ถึงกับกล่าวว่า ทำแบบนี้เหมือนเป็นการตัดเวลาถ่ายทอดสด เพื่อไม่ให้ประชาชนรับทราบ ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล กล่าวว่า หากเป็นแบบนี้ให้มันรู้กันไปเลยว่ารัฐบาลมีเจตนาอย่างไร