ข่าว

วิป2ฝ่ายเมินฝ่ายค้านเดินหน้าแก้รธน.6ร่าง6ประเด็น

วิป2ฝ่ายเมินฝ่ายค้านเดินหน้าแก้รธน.6ร่าง6ประเด็น

22 ต.ค. 2552

วิป 2 ฝ่ายเมินฝ่ายค้าน เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ 6 ร่าง 6 ประเด็นตามข้อเสนอของกก.ยกร่างแก้ไขรธน. นัดถก 12พ.ย.ต่อ “ เสธ.อู้ ” ยื่นเงื่อนไหวรธน.ไม่ผ่านรัฐสภา บีบรัฐบาลลาออก คาดลากยาวนานร่วมปี “ ชินวรณ์ ” รับปากพร้อมยุบสภาหากแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จ

 (22ต.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ 4 อาคารัฐสภา 2 มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณา 6 ประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอ แต่ปรากฎว่าไม่มีตัวแทนวิปฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุม

 ภายหลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง นายชินวรณ์ บุญเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวนิช ส.ว.สรรหา วิปวุฒิสภา นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี วิปวุฒิสภา อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ได้ร่วมกันแถลงข่าว ทั้ง นายชินวรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่คณะทำงานยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม 2550 ทั้ง 6 ประเด็น โดยหลังจากนี้จะให้คณะทำงานยกร่างฯไปยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใน 6 ประเด็นเป็น 6 ฉบับ และนำเสนอเข้าสู้ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายอีกครั้งในวันที่ 12 พ.ย. โดยยืนยันว่าจะต้องทำประชามติ เพื่อถามความเห็นของประชาชน แต่ขณะนี้ร่างพ.ร.บ.การทำประชามติอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องของนายกฯที่จะต้องดำเนินการหารือร่วมกับกกต. ในการกำหนดรูปแบบของการทำประชามติ และต้องรอให้ร่างพ.ร.บ.การทำประชามติประกาศใช้เป็นกฎหมายเสียก่อน

 นายชินวรณ์ กล่าวว่า วิปทั้ง 3 ฝ่ายมีมติให้ส.ส.และส.ว.ร่วมลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 291 จำนวน 312 เสียง จึงจำเป็นต้องแสวงหาแนวร่วมและรอการตัดสินใจจากพรรคฝ่ายค้าน เพื่อให้แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามขอเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อเป็นแนวทางสร้างความสมานฉันท์ในระบบรัฐสภา ทั้งนี้ไม่อยากให้ฝ่ายค้านตั้งธงว่ารัฐบาลจะต้องยุบสภา เพราะการยุบสภาไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วทุกฝ่ายเห็นพร้องต้องกันว่าจะสมควรยุบสภา พรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่มีปัญหา

 เมื่อถามว่าที่ผ่านมมานายกฯไม่เคยพูดชัดว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วจะยุบสภา นายชินวรณ์ กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่จะทำให้การเมืองมันเดินหน้า เมื่อพรรคฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่จะให้ยุบสภาอย่างเดียว คงเป็นไปไม่ได้ ต้องหาทางสร้างกลไกให้เป็นธรรมกับทุกฝ่ายก่อนที่จะยุบสภา

 พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวินิช กล่าวว่า กระบวนการการทำประชามติจนถึงผลออกมาว่าประชาชนคิดอย่างต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอ จะต้องใช้เวลา 5 เดือน ทั้งนี้การทำประชามติจะทำแบบฟังความคิดเห็น ไม่ใช่แบบแตกหัก เมื่อรู้ผลแล้วเสนอเข้าสู่รัฐสภาคงไม่มีปัญหา แค่เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แม้ฝ่ายค้านไม่ร่วมด้วย และถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าอยู่ และนายกฯยืนยัน แต่ถ้าที่ประชุมรัฐสภาไม่เห็นชอบ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ

 เมื่อถามว่าจะให้รัฐบาลรับผิดชอบอย่างไร โดยให้นายกฯลาออกหรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ถูกต้อง เพราะนายกฯฉลาด แค่เสียงของพรรคร่วมรัฐบาล และเสียงของส.ว.อีก 50 เสียงก็เพียงพอแล้ว ส่วนกรณีที่มองกันว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เพื่อตัวเองนั้น คนที่คัดค้านเรื่องนี้ไม่ได้ประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มากกว่าประชาชนที่ได้ประโยชน์ เช่น ประชาชนได้เลือกตั้งส.ว. เลือกส.ส.ระบบสัดส่วนได้ทั่วประเทศ

 เมื่อถามว่ามีการกำหนดบทเฉพาะกาลประเด็นไหนบ้างให้สอดคล้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้เสนอรูปแบบแก้ไขในประเด็นต่างๆภายใต้กรอบข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาเลือก โดยบทเฉพาะกาลที่เสนอมา เช่น หากมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนส.ส.ในช่วงนี้ กำหนดให้เลือกตั้งแบบเขตใหญ่ไปก่อนจนกว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไป ถึงใช้ระบบเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว ส่วน 74 ส.ว.สรรหาเมื่ออยู่ครบวาระ 3 ปี จะเปิดให้เลือกตั้งส.ว. 124 คน และอยู่ในวาระ 3 ปี เพื่อให้วุฒิสภามีส.ว.ครบ 200 คน เมื่อรวมกับส.ว.เลือกตั้งเดิมที่มี 76 คน จากนั้นถึงจะมีการเลือกตั้งทั่วประเทศ 200 คนหลังจากอยู่ในวาระ 3 ปี

 นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.สรรหา กล่าวว่า จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมติของคณะกรรมการสมานฉันท์ ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมแก้ไขนั้น ไม่เป็นปัญหา ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทุกอย่างจะไปสรุปที่รัฐสภา เมื่อถามว่าเสียงของส.ว.ที่สนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเกิน 50 คนหรือไม่ นายดิเรกตอบว่า เสียงของส.ว.ที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีมากกว่า 40 เสียงเยอะ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่มีนายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาฯ เป็นประธาน ได้สรุปประเด็นทางเลือกในการยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขใน 6 ประเด็น เป็น 6 ร่าง ที่เป็นไปตามกรอบของคณะกรรมการสมานฉันท์ ประกอบด้วย 1.ประเด็นการยุบพรรคการเมือง และการเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง และกรรมการบริหารพรรคการเมือง(มาตรา 237 ) 2.ที่มาของส.ส.มาจากแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คน เป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว และระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน โดยแนวทางยกร่างให้ใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ประกอบ

 3.ที่มาของส.ว. 200 คน มาจากการเลือกตั้ง พร้อมกำหนดบทเฉพาะกาล3ทางเลือก คือ 1.ส.ว.สรรหา 74 คนเมื่อครบวาระ 3 ปีตามบทเฉพาะการให้อยู่ในตำแหน่งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งจำนวน 76 คน จะครบวาระ 6 ปี แล้วจึงดำเนินการเลือกตั้งใหม่จำนวน 200 คน 2.ให้ส.ว.สรรหา 74 คน เมื่อครบวาระ 3 ปี ให้สรรหาแทนตำแหน่งที่ว่างจำนวน 74 คน โดยให้อยู่ได้เท่าวาระที่เหลืออยู่ จากนั้นให้เลือกตั้งส.ว.ใหม่ 200 คน 3.เมื่อส.ว.สรร 74 คนครบวาระ 3 ปีให้เลือกใหม่เฉพาะจังหวัดที่มีส.ว.เกิน 1 คน เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งมีทั้งหมด 124 คน โดยให้มีวาระ 6 ปี ส่วนส.ว.เลือกตั้ง 76 คนให้อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ 6 ปี เมื่อครบวาระจึงเลือกตั้งใหม่ ซึ่งแนวทางนี้ต้องการให้ส.ว.มีวาระดำรงตำแหน่งเหลื่อมกัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ และ 4.ให้ส.ว.สรรหาและเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ 2550 สิ้นสุดสมาชิกภาพภายหลังเมื่อมีการเลือกตั้งส.ส.ทั่วไปตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยเมื่อส.ส.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แล้ว จึงจัดให้มีการเลือกตั้งส.ว.ใหม่ทุกจังหวัดจำนวน 200 คน ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันแรกประชุมรัฐสภาครั้งแรก

 4.ประเด็นการทำหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา(มาตรา 190 ) 5.การดำรงตำแหน่งการเมืองของส.ส.(มาตรา 265) โดยแก้ให้ส.ส.สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นได้ และ6.การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนของส.ส.และส.ว.(มาตรา 266 ) โดยให้ส.ส.และส.ว.เข้าช่วยทำประโยชน์หรือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นผ่านส่วนราชการหรือหน่วยงานต่างๆได้

"เฉลิม"ลั่นพท.ได้เป็นรัฐบาลจะนำรธน.ปี40มาใช้

 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยไม่เข้าร่วมประชุมวิป 3 ฝ่ายในการแก้รัฐธรรมนูญ 50 ว่า ยืนยันมาตลอดตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทยว่า เราไม่เอารัฐธรรมนูญปี 50 วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังออกมาพูดเองว่า คนของพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนร่วมรับรู้กับรัฐธรรมนูญปี 50 ที่มาจากเผด็จการ พรรคเพื่อไทยไม่เคยมีมติสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นดังกล่าว ขอถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ช่วยอธิบายให้ฟังด้วยว่า 6 ประเด็นเรื่องใดบ้างที่แก้ไขแล้วจะสร้างความสมานฉันท์ได้ มีประเด็นไหนบ้างแก้แล้วประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งมันไม่มี
 
 " ประชาธิปัตย์จะมาบอกว่า พรรคเพื่อไทยไม่ให้ความร่วมมือได้อย่างไร เพราะเราไม่เอารัฐธรรมนูญ ปี 50 เราจะเอาปี 40 ซึ่งพรรคพลังประชาชนขณะนั้นจะขอแก้ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เห็นด้วย ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์เมื่อตกปากรับคำกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้วก็ต้องทำเรื่องนี้ ขอถามว่าวันนี้ประเทศชาติรวยนักหรือไงที่จะเอาเงิน 2 พันล้านบาทไปเอาเสียเปล่าๆ ด้วยการทำประชามติ " ร.ต.อ.เฉลิม ระบุ

"เพื่อไทย"สั่งส.ส.ชูธง "โหวตโน"ไม่แก้รัฐธรรมนูญ

 นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่วิป 2 ฝ่าย หารือกันเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ โดยไม่มีวิปฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุม และได้มีมติเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญต่อไป โดยต้องทำประชามติก่อนนั้น ตนคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่สำเร็จแน่นอน เพราะการทำประชามติจะไม่ผ่าน เนื่องจากประชาชนเขาไม่เห็นด้วย

 " ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการแก้ครั้งนี้ ซึ่งการทำประชามติครั้งนี้พรรคเพื่อไทยให้ส.ส.ทุกคนลงไปรณรงค์ในพื้นที่บอกประชาชนลงคะแนนไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติ คาดว่าครั้งนี้จะแรงว่าครั้งรณรงค์โหวตไม่รับรัฐธรรมนูญปี 50 แน่นอน ซึ่งเป้าหมายเดียวที่เราต้องการคือต้องเอารัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้เท่านั้น "ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าว 

ชาญชัยโต้แก้รธน.แค่ล็อบบี้ปกติ

 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นยืนยันว่ายังไม่มีมติออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะให้แก้หรือไม่ ดังนั้นการที่นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล จะไปตกลงกับวิปอีก 2 ฝ่ายก็เพื่อแสวงหาความร่วมมือในสภาเท่านั้น แต่ไม่สามารถอ้างมติของพรรคว่าให้ไปแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แม้แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ล่าสุดก็ยอมรับว่าอำนาจในการตัดสินใจว่าจะให้แก้หรือไม่อยู่กับเสียงของประชาชน แต่ภายหลังหากนายสุเทพ หรือกรรมการบริหารคนใดไปตกลงกับพรรคอื่นว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ แล้วประเด็นที่แก้นั้นเห็นได้ชัดเจนว่าประเทศชาติสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ ผู้นั้นก็มีสิทธิจะถูกส.ส.หรือสมาชิกเข้าชื่อกันเพื่อเปิดประชุมวิสามัญปลดออกจากตำแหน่งได้