
ตั้งกก.4ชุดจัดระเบียบเร่แผงลอยนำร่องตลาดโบ๊เบ๊
กทม.ตั้งกก. 4 ชุดจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยในจุดผ่อนผัน นำร่องตลาดโบ๊เบ๊ คาดใช้เวลา 1เดือน
(22ต.ค.) นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของ กทม. โดยมีการหารือถึงการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยในพื้นที่บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม หรือโบ๊เบ๊ มี พล.ต.ต.ภานุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) นายขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง และนายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นางชดช้อย โสภณพานิช ประธานมูลนิธิสร้างสรรค์ไทย สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และ สน.พลับพลาไชย 1 เข้าร่วมด้วย
นายธีระชน กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณารายละเอียดโดยพบว่าบริเวณตลาดโบ๊เบ๊มีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ ดังนั้นจะมีการให้บังคับใช้กฎหมายตามประกาศและระเบียบที่มี เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งจะรวมถึงในจุดผ่อนผันปัจจุบันและจุดทบทวนด้วย พร้อมกันนี้ที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมการ 4 ชุด ได้แก่ 1. คณะกรรมการระดับเขต เพื่อดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ 2.คณะทำงานพิจารณา ทบทวนจุดผ่อนผัน โดยจะมีหน่วยงานราชการ และประชาชนเข้าร่วมพิจารณา 3.คณะกรรมการทบทวนระเบียบ และประกาศกทม. เรื่องการหยุดขายวันจันทร์ เบื้องต้นต้องมีการแก้ไขประกาศเดิมที่กำหนดให้หยุดขายทุกๆ วันจันทร์ เป็นขายได้ทุกวัน ตามนโยบาย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และ 4.คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการจัดระเบียบพื้นที่การค้าสาธารณะ เพื่อเป็นแบบแผนในการจัดระเบียบทุกพื้นที่ผ่อนผันของกทม. เบื้องต้นคาดว่าจะทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน และจะดำเนินการบังคับใช้นำร่องที่ตลาดโบ๊เบ๊เป็นอันดับแรก
นายธีระชน กล่าวว่า โดยระหว่างนี้จะอนุโลมให้ใช้มาตรฐานเดิมไปก่อน จนกว่าระเบียบใหม่จะพิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ มาตรฐานที่คณะกรรมการฯ จะดำเนินการนั้น จะกำหนดเขตห้ามวางแผงค้า อาทิ ป้ายรถโดยสารประจำทาง ทางม้าลาย ทางเข้า-ออกอาคาร ผู้ค้าต้องเว้นระยะทางเดินให้กับผู้สัญจร และห้ามวางของล้ำบนถนน ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวจะมีการสร้างตลาดใต้คลองผดุงกรุงเกษม และย้ายผู้ค้าโบ๊เบ๊ลงไปอยู่ใต้คลอง ซึ่งความคืบหน้าการดำเนินโครงการนั้นอยู่ระหว่างการหาบริษัทศึกษาโครงการ โดยเบื้องต้นกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้ทราบว่าสามารถดำเนินการได้ โดยวิธีการให้สัมปทานเอกชนเข้ามาดำเนินการมีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะสามารถนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ความเห็นชอบ เนื่องจากรัฐบาลและ กทม.เป็นพรรคเดียวกัน
พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจุดผ่อนผันที่ไม่เป็นระเบียบ ด้วยการจับปรับนั้น ที่ผ่านมายังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้นตนเห็นว่าควรให้มีมาตรฐานเดียวกันก่อน ขณะเดียวกันควรกำหนดมาตรการลงโทษ เช่น ผู้ค้าที่ฝ่าฝืนต้องห้ามขายในพื้นที่ เป็นเวลา 3-5 วัน อย่างไรก็ตามการวางมาตรฐานจัดระเบียบนั้น ควรกำหนดช่วงระยะเวลาผ่อนผันด้วย ซึ่งตนมองว่าไม่ควรเกิน 6 เดือน-1ปีต่อพื้นที่หนึ่ง ส่วนการอนุโลมนั้นก็ไม่ใช่การผ่อนผัน เพราะทาง บช.น.ไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่หากพิจารณาตามหลักการแล้วควรพิจารณาทั้งหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ จึงควรให้โอกาสผู้ค้าดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบ โดยเฉพาะการตั้งแผงค้าห่างจากสะพานลอย 10 เมตร ห่างจากป้ายรถเมล์ 5 เมตร แต่ในปัจจุบันจะเห็นว่าทั้งป้ายรถเมล์ สะพานลอย และทางเท้าถูกแปรสภาพเป็นร้านเสื้อผ้าหมดแล้ว ซึ่งเมื่อมีการอนุโลมและประเมินแล้วพบว่าผู้ค้ายังไม่มีการปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น บช.น.สามารถยกเลิกได้หรือไม่



