ข่าว

หาดใหญ่ “ใหญ่” เพราะทางรถไฟ

หาดใหญ่ “ใหญ่” เพราะทางรถไฟ

23 ต.ค. 2552

เวียนมาอีกครั้งสำหรับเทศกาลกินเจ ซึ่งไม่เฉพาะเยาวราชเท่านั้นที่มีการจัดงานดังกล่าวขึ้น แต่ชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ต่างก็พากันถือศีลกินผักกันถ้วนหน้า หนึ่งในนั้นก็คือ “หาดใหญ่” จ.สงขลา

 กล่าวกันว่า ชื่อหาดใหญ่นั้น มีที่มาสองทางคือ หนึ่ง ชื่อหาดใหญ่ตรงตัว คือมีหมู่บ้านตั้งอยู่ริมหาดทรายคลองอู่ตะเภา (ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ปัจจุบัน) เป็นหาดทรายที่ค่อนข้างใหญ่ ชาวบ้านจึงนิยมขุดทรายไปก่อสร้างบ้านเรือน จึงเรียกกันว่า "หมู่บ้านหาดใหญ่"

 สองก็คือ “หมู่บ้านหาดใหญ่ใน” ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ยังอยู่ปัจจุบัน ได้เคยมี “ต้นมะหาดขนาดใหญ่” ยืนต้นอยู่ ต้นมะหาดนั้นเป็นไม้ยืนต้นสูง 15-20 เมตร มีชื่อเรียกเฉพาะของแต่ละพื้นถิ่น เช่น ภาคเหนือเรียก “หาดหนุน” ภาคกลางเรียก “หาด” ภาคใต้เรียก “มะหาด” ดังนั้นชาวบ้านจึงเรียกชื่อตามชื่อต้นไม้ว่า “หมู่บ้านหาดใหญ่”

 พ.ศ.2452 มีการขยายเส้นทางคมนาคมจากกรุงเทพฯ สู่แหลมมลายู จึงมีการสร้างชุมทางรถไฟที่อู่ตะเภา แต่เนื่องจากสถานีรถไฟอู่ตะเภาตั้งอยู่บนที่ลุ่มน้ำท่วมบ่อย ทางการรถไฟจึงย้ายสถานีไปอยู่ที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ปัจจุบัน เนื่องจากอยู่บนที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง ส่วนสถานีรถไฟชุมทางอู่ตะเภาให้เป็นชานชาลาสำหรับจอดรถไฟรับผู้โดยสารเท่านั้น

 การที่สถานีชุมทางย้ายมาอยู่ที่หาดใหญ่นี้ ทำให้ชุมชนบ้านหาดใหญ่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จนได้รับการแต่งตั้งยกฐานะให้เป็นอำเภอชื่อว่า “อำเภอเหนือ” มีนายอำเภอคนแรกคือ หลวงภูวนารถบุรานุรักษ์ (อ่อน เศวตนันทน์)

 ต่อมา พ.ศ.2460 เปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอหาดใหญ่” นายอำเภอคนแรกคือ คุณพระเสน่หามนตรี (ชื่น สุคนธหงส์) และปี พ.ศ.2490 อำเภอหาดใหญ่นี้ก็ได้ถูกยกฐานะเป็นอำเภอชั้นเอก ซึ่งความสำคัญของอำเภอหาดใหญ่ก็ยังคงสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน

 ถึงแม้สถานการณ์การเดินรถไฟขณะนี้จะมีภาพลักษณ์ที่ไม่สู้ดีนัก แต่เทศกาลกินเจก็ยังคึกคักเหมือนทุกปี มีผู้คนเดินทางไปอย่างไม่ขาดสาย สมกับเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าในภาคใต้อย่างแท้จริง!
         
"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"