
แนะ"มหาดไทยปลดแอก อปท. เร่งกระจายอำนาจให้ประชาชน
เวทีเสวนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำหนิกระทรวงมหาดไทย ไม่จริงใจกระจายอำนาจ แถบ ล้วงลูก หาประโยชน์ทั้งการเมือง และกินเปอร์เซ็นต์ จี้รัฐบาลปลดแอกการเมืองใหญ่ครอบงำท้องถิ่น ให้อำนาจประชาชนมากขึ้น แนะให้ อปท.คิดนอกกรอบในการพัฒนาท้องถิ่น
ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเซ็นจูรีพาร์ค ถนนราชปรารภ (ดินแดน ) กทม. หนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" ร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย วิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ จัดเสวนา เรื่อง “ระบบคิดใหม่ในการพัฒนาประเทศ” โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายถวิล ไพรสณฑ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายสมคิด ศิริวัฒนากุล กรรมการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า โดยมีนายผดุงศักดิ์ เหล่ากิจไพศาล บก.เศรษฐกิจ เนชั่น แชนแนล เป็นผู้ดำเนินรายการ เพื่อร่วมสะท้อนปัญหาในห้วข้อ เสวนา เรื่อง "ปัญหา อุปสรรคในการพัฒนาท้องถิ่น” โดยมีผู้เข้าร่วมฟัง 300 คน
นายถวิล ไพรสณฑ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหา อุปสรรคการพัฒนาท้องถิ่น ยังไม่มีใครแก้ไขได้ ก็เพราะเป็นระบบ “บนลงล่าง” ไม่ใช่ฐานล่างขึ้นบน ทั้งปัญหาโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีความคล้ายกัน แต่ไม่สามารถปรับจูนกันได้ ทำให้เกิดความขัดแย้งไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน โดยอบต.และเทศบาล ไม่ยอมรับ อบจ. ดังนั้น ควรปรับโครงสร้าง อปท.ใหม่ ให้เหลือเพียงเทศบาล และอบจ. โดยยกระดับ อบต.ให้เป็นเทศบาลทั้งหมด
“ปัญหาเพราะกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่ อปท. มีแต่การกำกับเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง และไม่มีมาตรฐานขึ้นอยู่กับอารมณ์ ทำให้เกิดการทุจริต การกระจายอำนาจของรัฐไม่จริงจัง ขณะที่กฎหมายก็ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ควรที่จะมีการแก้ไขให้สอดคล้องกับท้องถิ่น”
นายถวิล กล่าวอีกว่า จุดอ่อนที่ทำให้การพัฒนาท้องถิ่นเป็นไปได้ยาก ก็เพราะประชาชนไม่เข้าใจและสนใจท้องถิ่นของตน ทั้งๆ ที่กฎหมายและรัฐธรรมนูญก็ออกมาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา ดังนั้น ต้องทำให้ประชาชนตื่นตัว เข้าใจการเมืองมากขึ้น ควรมีวิชาบังคับพื้นฐานการปกครองท้องถิ่น เพื่อให้เข้าใจว่าท้องถิ่นสำคัญมากกว่ารัฐบาล จึงอยากให้ทุกอย่างเกิดขึ้นจากชุมชน ไม่ใช่ออกกฎหมายมาบังคับ
นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การกระจายอำนาจตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันไม่ชัดเจน โดยเฉพาะยุคพรรคไทยรักไทย ได้สนับสนุนให้มีผู้ว่าฯ ซีอีโอ โดยไม่สนใจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งทำให้ล้มเหลวและเกิดการทุจริตมากกว่าหน่วยงานอื่นๆ ขณะที่ผู้บริหารท้องถิ่นและรัฐบาลยังคิดแบบแคบ โดยหวังผลประโยชน์เฉพาะตัวมากกว่าส่วนรวม การกระจายอำนาจก็ถูกกระทรวงมหาดไทยรุมยำจนเละ ตราบใดที่มีการจัดการไม่ได้ก็ต้องมาแก่งแย่งกระดูกชิ้นเดียวกัน
นายสมคิด ศิริวัฒนากุล กรรมการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ กล่าวว่า บทเรียนที่เคยคลุกคลีมากับการเมืองท้องถิ่น ที่ผ่านมาประชาชนเป็นผู้ถูกกล่าวหา และถูกกระทำมาตลอด โดยมีรัฐเป็นกลไกสั่งการและไขลาน ไม่มีอิสระพอจะทำอะไรเป็นรูปธรรมก็จะมีคำถามว่ารัฐได้กี่เปอร์เซ็นต์ นี่หรือคือการกระจายอำนาจ
“การกระจายอำนาจที่ว่าเป็นเพียงพูดแต่ปาก แต่ไม่ทำ ประกอบความล้าหลังของกฎหมาย เป็นอุปสรรคในการพัฒนาท้องถิ่นเป็นตัวกีดกันชาวบ้านไม่ให้สนใจท้องถิ่น แต่การเมืองที่ชาวบ้านใฝ่ฝัน กลับถูกการเมืองใหญ่เข้ามาครอบงำ เพราะฉะนั้นต้องแก้ที่ตัวกฎหมาย”
นายสมคิด กล่าวอีกว่า การสร้างองค์กรท้องถิ่นให้ใหญ่แต่ไม่มีประสิทธิภาพก็ไร้ประโยชน์ แนวทางการเมืองท้องถิ่นต้องมองไปที่ประชาชน การเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนอย่างแท้จริง ปล่อยให้อำนาจประชาชนเกิดขึ้น โดยความเข้มแข็งของประชาชน ให้ประชาชนได้ดำเนินการเอง มีการรวมตัวกันเรียนรู้ถึงความเป็นอยู่ในท้องถิ่นของตนเอง ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรมเพื่อให้ทราบถึงปัญหาและร่วมกันหาแนวทางแก้ไข ก็จะทำให้ท้องถิ่นนั้นเข้มแข็ง
นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การจะพัฒนาต้องพัฒนาที่ท้องถิ่นก่อน ในส่วนของตน มองว่าปัญหาและอุปสรรคการพัฒนาท้องถิ่น สิ่งแรกคือวิธีคิด ซึ่งคนไทยไปสนใจกับการเมืองระดับชาติเกินไป มากกว่าท้องถิ่น และมักจะคิดอยู่กรอบเดิมๆ ขณะที่การกระจายอำนาจของรัฐ เป็นการกระจายอำนาจไม่แท้จริง ปัจจุบันรัฐยังเข้ามาครอบงำอยู่ ควรที่จะลดอำนาจส่วนกลางลงไปและให้อำนาจท้องถิ่นมากขึ้น ทุกวันนี้ การพัฒนา อปท. และชุมชน ต้องอยู่ที่ความคิด ว่าจะคิดอย่างไรไม่ใช่คิดอยู่แต่ในกรอบเดิมๆ ควรต้องคิดนอกกรอบเพื่อการพัฒนาที่ก้าวหน้า
"ปัญหาอุปสรรคทุกอย่าง ถ้าเราทุกคนมาทำความเข้าใจ แล้วหาข้อสรุปร่วมกันว่าจะหาทางออกอย่างไรก็จะฝ่าฟันปัญหาเหล่านั้นไปได้ด้วยดี และได้ประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย”
รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ระบบคิดของประเทศมีปัญหา ทั้งภาครัฐ การพัฒนาท้องถิ่นถูกละเลยมาตลอด โดยยึดอำนาจไปสู่ส่วนกลาง ถูกครอบงำมาตั้งแต่ระบอบประชาธิไตย จนกลายเป็นว่าเราอยู่ในกลไกรวมอำนาจนิยม การกระจายอำนาจไม่ได้ถูกชูประเด็นหลัก แต่อยู่ในกระแสเป็นรองพรรคการเมือง การปฏิรูปของราชการที่มีมา ไม่เคยปฏิรูปคู่กับการปฏิรูประบบการเมืองท้องถิ่น เพราะฉะนั้นรัฐต้องชูประเด็นการปฏิรูปท้องถิ่นเป็นเรื่องใหญ่
“ ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิวัติความคิดและปฏิวัติการปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องปฏิรูปประชาชนสร้างคนให้เป็นพลเมือง รัฐอย่าหลงฐาน ถึงเวลาแล้วที่จะเอาท้องถิ่นเป็นประชาธิปไตย ซึ่งการอยู่ในกรอบเดิมๆ จะเป็นระบบที่ล้มเหลว ถ้าไปเดินตามก็จะกลายเป็นปัญหาระดับชาติที่แก้ยาก” รศ.ดร.โกวิทย์ กล่าว
"พรเพ็ญ หลิมสัมพันธ์ "



