ข่าว

ผุด3สวนสัตว์แห่งใหม่ในภาคอีสาน 
ดูดนักท่องเที่ยว-ช่วยชาวบ้านมีอาชีพ

ผุด3สวนสัตว์แห่งใหม่ในภาคอีสาน ดูดนักท่องเที่ยว-ช่วยชาวบ้านมีอาชีพ

23 ต.ค. 2552

ขอนแก่น-องค์การสวนสัตว์ เร่งจัดตั้งสวนสัตว์แห่งใหม่ในภาคอีสานถึง 3 แห่ง หวังเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ คาดเขาสวนกวางที่ขอนแก่น เปิดพฤศจิกายนนี้ ขณะที่ศูนย์คชอาณาจักร จ.สุรินทร์ ระบุมีควาญช้างสมัครใจนำช้างคืนถิ่นกว่า 160 เชือก

  นายโสภณ ดำนุ้ย ผอ.องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มอบหมายให้องค์การสวนสัตว์ ดำเนินการจัดตั้งสวนสัตว์ในภาคอีสานเพิ่มอีก 3 แห่ง หลังเปิดแล้ว 1 แห่ง คือที่สวนสัตว์นครราชสีมา โดยที่จัดตั้งเพิ่มคือสวนสัตว์อุบลราชธานี อุทยานสัตว์ป่าอีสานตอนบน ขอนแก่น-อุดรธานี หรือสวนสัตว์เขาสวนกลาง และคชอาณาจักร จ.สุรินทร์

 สวนสัตว์อุบลราชธานี ได้รับการผลักดันโครงการตั้งแต่รัฐบาลสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ใช้เวลาจัดสร้าง 5 ปี (2550-2555) ตั้งอยู่ที่ป่าสงวนแห่งชาติดงฟ้าห่วน บ้านหงอมะเขือ ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี บนพื้นที่ 1,217 ไร่ ส่วนอุทยานสัตว์ป่าเขาสวนกวาง ตั้งอยู่คาบเกี่ยวระหว่าง จ.ขอนแก่น และอุดรธานี พื้นที่ 6,150 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมสถานที่ คาดเดือนพฤศจิกายนนี้ เปิดให้บริการในฐานะเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนนักศึกษาได้

 "เดิมที่อุทยานสัตว์ป่าเขาสวนกวาง คาดว่าจะใช้งบดำเนินการ 800 ล้านบาท แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่เอื้ออำนวยจึงคิดว่าน่าจะใช้งบราว 400 ล้านบาท หลังอุทยานแห่งนี้แล้วเสร็จเชื่อว่าจะสร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ โดยสวนสัตว์จะเปิดให้เข้ามาขายสินค้าโอท็อป และร้านอาหารด้วย"

 นายโสภณ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนที่คชอาณาจักร จ.สุรินทร์ ตั้งอยู่ที่บริเวณสวนป่าภูดิน บ้านตากลาง ต.ตะโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ พื้นที่รวม 6,000 ไร่ เพื่อแก้ปัญหาช้างเร่ร่อน ในโครงการ "นำช้างคืนถิ่น" เพื่ออนุรักษ์ช้างไทย เป็นแหล่งศึกษา อนุรักษ์ภูมิปัญญา รักษาวัฒนธรรมวิถีดั้งเดิมไว้ จึงจัดตั้งคชอาณาจักรขึ้น โดยสวนสัตว์ได้เปิดให้ควาญช้างที่สมัครใจร่วมลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ขณะนี้มีเข้าร่วมแล้วกว่า 160 เชือก

 "สวนสัตว์เหล่านี้หากจัดตั้งแล้วเสร็จเชื่อว่าจะเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนและอีสานใต้ โดยคาดจะเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเข้ามาใช้บริการมากยิ่งขึ้น"