ข่าว

น้ำท่วมเพชรบุรีไม่เกิน 10 วันไม่รุนแรงเท่าปี 59-60

น้ำท่วมเพชรบุรีไม่เกิน 10 วันไม่รุนแรงเท่าปี 59-60

09 ส.ค. 2561

"อธิบดีกรมชลฯ"ระบุน้ำท่วมเพชรบุรีไม่เกิน 10 วันไม่รุนแรงเท่าปี 59-60 มั่นใจแผนตัดยอดน้ำออกคลองD9 ลดผลกระทบตัวเมืองน้อยที่สุด

 

          9 สิงหาคม 2561 นายทองเปลว  กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าขณะนี้น้ำระบายจากเขื่อนแก่งกระจาน ยังไม่ล้นตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรี โดยโฉพาะช่วงเทศบาลเมือง ต่ำกว่าตลิ่ง 0.50 ม. 

 

           โดยวันนี้ปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์ในระดับ 60 ซม.ซี่งมีน้ำ​ไหล​ลง​อ่าง​ด้วย​อัตรา​ 241.11  ลบ.ม.​ต่อวินาที​หรือ​วันละ​ 20.83  ล้านลบ.ม.​​ลดลง​จากเมื่อวาน​นี้(8 ส.ค.)ประมาณ​ 4  ล้าน​ลบ.ม.ขณะเดียวกันชลประทาน​มีแผนการระบายน้ำออกจากอ่างด้วยอัตรา​ 210.66 ลบ.ม.ต่อวินาที​หรือ​วันละ​  18.20  ล้านลบ.ม.​ซึ่ง​มากกว่า​เมื่อวาน​นี้​ประมาณ​ 2  ล้าน​ลบ.ม.โดยคาดการณ์​ปริมาตรน้ำใน​เขื่อน​แก่งกระจาน ​จะ​ล้นสปิลเวย์สูงสุด​ใน​วันที่​ 10 ส.ค.​ จากแบบจำลอง​ทาง​วิศวกรรม​คำนวณ​ว่า​ ระดับ​น้ำ​เหนือ​ Spillway 63 ซม.ในอัตรา 100 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนน้ำที่ดึงออกมาด้วยกาลักน้ำและสูบออกด้วยเครื่องสูบน้ำ Hidro Flow มีอัตรา 110 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมแล้วน้ำจะระบายท้ายเขื่อนแก่งกระจานในอัตรา 210 ลบ.ม.ต่อวินาที และมีน้ำรวมที่หน้าเขื่อนเพชร 250 ลบ.ม.ต่อวินาที

   

          กรมชลประทานได้วางแผนปฏิบัติการ โดยพร่องน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีไว้แล้วเพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและยืดเวลาที่ระดับน้ำจะสูงขึ้น วางแผนตัดยอดน้ำสู่คลองในระบบชลประทานฝั่งซ้ายและฝั่งขวา  รวมทั้งผันเข้าคลอง D 9 ที่กำลังเร่งขุดขยายทางน้ำเพื่อไหลไปออกทะเลได้สะดวก ลดปริมาตรน้ำได้รวม 90 ลบ.ม.ต่อวินาที แล้วใช้เขื่อนเพชรเป็นเครื่องมือหน่วงน้ำโดยจะระบายออกท้ายเขื่อนเพชรในอัตรา 160 ลบ.ม.ต่อวินาที

 

          ซึ่งจะไม่เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งอ.บ้านลาดและอ.ท่ายาง แต่สำหรับตัวเมืองเพชรบุรี แม่น้ำเพชรบุรีที่ไหลซึ่งลำน้ำแคบ รับน้ำได้ในอัตรา 150 ลบ.ม.ต่อวินาที จะเป็นผลให้เมื่อน้ำไหลไปถึงในวันที่ 12 ส.ค.จะล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 ซม. ทั้งนี้เมื่อเทียบกับปี 59 น้ำที่ระบายผ่านเขื่อนเพชรอยู่ในอัตรา 230 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนในปี 60 น้ำที่ระบายท้ายเขื่อนเพชรอยู่ในอัตรา 360 ลบ.ม.ต่อวินาที           

 

           ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเพชรในปีนี้น้อยกว่าปี 2559 ประมาณ 43.75% และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 น้ำที่ระบายท้ายเขื่อนพชรปีนี้น้อยกว่าถึง 125%  จึงมั่นใจได้ว่า ระดับน้ำที่จะล้นตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรีในเขตเทศบาลเมืองจะต่ำกว่า 2 ปีที่ผ่านมามาก จากนั้นเมื่อไหลไปที่อำเภอบ้านแหลมซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำกว่า ระดับน้ำจะท่วมสูง 50-80 ซม.แล้วจะไหลออกทะเลไป

  

          ที่ผ่านมากรมชลประทานได้พร่องน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานเพื่อเตรียมรับฝนที่ตกลงมาล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ในวันที่ 20 ก.ค.มีน้ำไหลเข้าอ่างในวันเดียวถึง 159.89 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 22% ของความจุอ่าง เนื่องจากฝนตกหนักในสัปดาห์นั้น ซึ่งได้ติดตามการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ถึงสถานการณ์ฝนมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันยังไม่มีแบบจำลองสภาพอากาศใดที่คาดการณ์ฝนล่วงหน้าเป็นเวลานานได้แม่นยำ ทราบล่วงหน้าเร็วแบบแม่นยำที่สุดคือ 3 วันเท่านั้น 

  

          น้ำที่ไหลเข้าอ่างในวันที่ 20 ก.ค.อยู่ในอัตรา 1,851 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะที่แม่น้ำเพชรบุรีรับได้เพียง 200 ลบ.ม.ต่อวินาที เท่ากับอัตราน้ำไหลเข้าอ่างมากกว่าความจุของแม่น้ำเพชรบุรีถึง 9 เท่า จากการเร่งระบายน้ำที่ทำอยู่ก่อนน้ำจะเต็มความจุนั้น แม้จะเสริมกาลักน้ำและเครื่องสูบน้ำ Hidro Flow เข้าไปแล้วระบายประมาณวันละ 10 ล้านลบ.ม. ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กรมชลฯได้เตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบไว้แล้ว ทั้งด้วยการตัดยอดน้ำที่จะระบายผ่านท้ายเขื่อนเพชรให้อยู่ในปริมาตรน้อยที่สุด อีกทั้งได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ที่คาดว่า น้ำจะท่วม ทันทีที่น้ำไหลเข้ามา จะสูบกลับลงแม่น้ำเพชรบุรีทันที

 

           ทั้งนี้ยังติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเป็นระยะ ๆ เพื่อพร่องน้ำ และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเรือผลักดันน้ำรวม 38 เครื่องที่ปากแม่น้ำเพชรบุรีออกทะเลไปให้เร็วที่สุด อีกทั้งหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้สนับสนุนเรือผลักดันน้ำเพิ่มอีก 6 ชุดเพื่อเร่งผลักดันน้ำออกทะเลไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นระดับน้ำที่ท่วมตัวเมืองเพชรบุรีไม่สูงมากและพื้นที่ได้รับผลกระทบจะไม่ขยายเป็นวงกว้าง อีกทั้งสามารถเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังให้ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว คาดว่า ไม่เกิน 10 วัน