ข่าว

"จักรทิพย์"มี 2 ช้อยส์ให้เสี่ยอ้วนเลือก "ทางตัน-ทางตาย"

"จักรทิพย์"มี 2 ช้อยส์ให้เสี่ยอ้วนเลือก "ทางตัน-ทางตาย"

09 ส.ค. 2561

"บิ๊กแป๊ะ" ชี้ หนีหมายจับมี 2 ทางเลือก"ทางตัน - ทางตาย"ส่งดรีมทีมไล่ล่า ตร.คุม"บ่าว" จำลองแผนสังหาร 2 ศพเขาชีจรรย์ ซัด "เสี่ยอ้วน" ควบปืน 2 กระบอกยิงน้องสปาย

          คดีสะเทือนขวัญ กรณี น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี กับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส อายุ 21 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณลานจอดรถถนนฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะเดินทางมาเที่ยวพัทยาเพื่อฉลองวันเกิดกับเพื่อนรวม 4 คน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมีปมเหตุมาจากเรื่องหึงหวง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุได้ 5 คน 1.นายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี รับเงินค่าจ้างจากเสี่ยอ้วน 2 หมื่นบาท ทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวของผู้ตายทั้งสองคน 2.นายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือบอล อายุ 35 ปี รับเงินค่าจ้าง 1 แสนบาท ทำหน้าที่ขับรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บท-3631 ภูเก็ต พาเสี่ยอ้วนหลบหนี และนำปืน 4 กระบอกไปทิ้งในพงหญ้าใกล้สถานีรถไฟตำบลพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 3.นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อปปี้ อายุ 34 ปี ทำหน้าที่ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน 1 กฎ-9490 กรุงเทพมหานคร 4.นายกฤษณะ ศรีสุข หรือมด อายุ 22 ปี ทำหน้าที่เช่าบ้านและขับรถฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน กล-9444 ภูเก็ต ประกบผู้ตาย และ 5.นายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว อายุ 22 ปี มือลั่นไกยิง

"จักรทิพย์"มี 2 ช้อยส์ให้เสี่ยอ้วนเลือก "ทางตัน-ทางตาย"
 

          ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ถูกยื่นฟ้องศาลจังหวัดพัทยาในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”

          สำหรับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีมีอีก 1 คน คือ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ผู้บงการและลงมือฆ่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งไล่ล่าติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ในขณะที่มีกระแสข่าวว่า หลบหนีไปกบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุด ผบ.ตร.ถึงกับประกาศ ผู้ต้องหาที่หนีหมายจับมีทางเลือกเพียง 2 ทางคือ “ทางตัน” กับ “ทางตาย” แค่นั้นเอง ยิ่งมีปืนด้วย มอบตัวดีที่สุด

 

          เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงการติดตามจับกุมตัวนายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน ผู้สั่งการฆ่า น.ส.ปวีณา หรือน้องสปาย และนายอนันตชัย หรือน้องฟอส ที่ขณะนี้หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากผู้ร่วมขบวนการจับกุมได้เกือบทั้งหมดแล้วว่า ผู้ต้องหาที่หนีหมายจับมี 2 ทางเลือกเท่านั้นคือ “ทางตันกับทางตาย” มีแค่นั้นเอง และยิ่งคนร้ายมีปืนด้วย มอบตัวดีที่สุด ที่พูดไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร ตนปากกับใจตรงกันอยู่แล้ว เขามีปืนฆ่าได้แม้กระทั่งผู้หญิงจะให้ทำอย่างไร ก็ต้องบอกลูกน้องป้องกันตัวไว้ก่อน

"จักรทิพย์"มี 2 ช้อยส์ให้เสี่ยอ้วนเลือก "ทางตัน-ทางตาย"
 

          “การทำงานของผมที่ผ่านมาก็อยู่ในสายงานนี้อยู่แล้ว และได้ส่งทีมงานสืบสวนชุดดรีมทีมของผมลงไปทำแล้ว ไม่ต้องห่วง ส่วนจะใกล้ตัวเสี่ยอ้วนหรือไม่ ไม่ขอไม่ตอบ ส่วนข้อมูลที่คนร้ายหลบหนีไปที่ประเทศกัมพูชา การประสานงานกับประเทศกัมพูชานั้นขอสงวนรายละเอียดไว้ก่อน ส่วนการใช้ความสัมพันธ์อันดีประสานงาน ก็ต้องดูว่าถึงขั้นตอนไหนแล้ว บางเรื่องไม่สามารถจะบอกได้ ถ้าบอกไปคนร้ายก็ขยับอีก ผมดูมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาจะไปทางไหน รวมถึงการติดตามตัวนายอัศยา ชัยภา หรือโก้ ที่ก่อเหตุฆ่า น.ส.ธิติมา หรือ เชอร์รี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ นักธุรกิจสาว อายุ 39 ปี ในพื้นที่ สน.โชคชัย ผมได้สั่งการไปทุกคดี ส่วนจะจับเป็นหรือไม่ ต้องรอดู หากมอบตัวก็รับมอบตัวอยู่แล้ว” ผบ.ตร.กล่าว

          ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี รายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พ.ต.อ.พัฒนา ปรีชานันท์ ผกก.สส.ภ.จว.ชลบุรี ร.ต.อ.หญิง รสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน นำกำลังควบคุมตัวนายณรงค์ หรือบ่าว มือปืนที่ก่อเหตุมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ รวมทั้งจำลองเหตุการณ์การสังหาร

"จักรทิพย์"มี 2 ช้อยส์ให้เสี่ยอ้วนเลือก "ทางตัน-ทางตาย"
 

          สำหรับการจำลองแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อิงตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ซึ่งให้การไว้ว่า ภายหลังก่อเหตุทั้งหมดได้หลบหนีออกจากพื้นที่ มีเพียงนายสายันต์ซึ่งยังอยู่กับกลุ่มผู้ตาย เมื่อสอบสวนขยายผลจึงทราบว่า นายสายันต์ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมทีมฆ่า ทำหน้าที่เข้ามาแฝงตัวตีสนิทเป็นแฟนกับเพื่อนผู้ตาย เพื่อส่งข่าวความเคลื่อนไหว และชี้พิกัดให้เสี่ยอ้วนรู้ ตั้งแต่เริ่มเคลื่อนตัวออกจากที่พักในเมืองพัทยา ไปเที่ยวที่ตลาดน้ำสี่ภาค ต่อด้วยสวนนงนุชพัทยา ก่อนจะมาสิ้นสุดที่พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ซึ่งเป็นจุดที่ทีมฆ่าลงมือสังหาร

 

          การจำลองเหตุการณ์ในวันนี้ (8 ส.ค.) นำตัวนายณรงค์ หรือ บ่าว มาชี้จุด พร้อมผู้แสดงแทนเข้าร่วมจำลองเหตุการณ์ในขณะผู้เสียชีวิต พร้อมคนขับรถ เพื่อน รวมทั้งนายสายันต์ คนชี้เป้าซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ขับรถมาจอดที่ลานจอดรถจากนั้น นายปัญญาหรือเสี่ยอ้วนจึงได้ขับรถติดตามมาพร้อมนายณรงค์ โดยใช้รถเก๋งฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ซึ่งติดแผ่นป้ายทะเบียนป้ายแดงปลอม ที่ขับโดยนายกฤษณะ หรือมด มาจอดบังด้านหลังรถของผู้ตาย


 

          ขณะผู้ตายทั้งสองกำลังกลับมาขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ เสี่ยอ้วนเรียกชื่อสปาย แต่สปายเหมือนไม่ได้ยิน เสี่ยอ้วนจึงโกรธแค้น ระหว่างนี้รถยาริสจอดปิดท้ายรถของผู้ตาย เสี่ยอ้วนและนายบ่าวจึงลงจากรถ โดยเสี่ยอ้วนถือปืน 2 กระบอก ยิงน้องสปาย 2 นัด ขณะนั้นนายฟอสตกใจก้าวขึ้นรถเพื่อหลบหนี แต่ถูกเสี่ยอ้วน ยิงใส่ 2 นัด แต่นัดแรกด้านเข้าเพียงนัดเดียว เมื่อทั้งคู่ล้มฟุบนอนชักดิ้น นายบ่าวยิงซ้ำเข้าที่ตัวนายฟอส อีก 2 นัด และสปายอีก 2 นัด จนเสียชีวิต ก่อนกลุ่มคนร้ายจะพากันหลบหนี

"จักรทิพย์"มี 2 ช้อยส์ให้เสี่ยอ้วนเลือก "ทางตัน-ทางตาย"
 

          ทั้งนี้ ทั้งสองคนโดนยิงรวม 7 นัด โดย น.ส.ปวีณา หรือ สปาย โดนยิง 4 นัด นายอนันตชัย หรือ ฟอส โดนยิง 3 นัด

          ส่วนชนวนในการสังหารเกิดจากความแค้นที่เสี่ยอ้วนหลงรักน้องสปาย และทุ่มเทเงินทองไปกับความรักนับล้านบาท ด้วยการซื้อบ้าน ซื้อรถ ฯลฯ แต่มาถูกตัดสัมพันธ์รัก

"จักรทิพย์"มี 2 ช้อยส์ให้เสี่ยอ้วนเลือก "ทางตัน-ทางตาย"
 

          หลังจากการจำลองเหตุการณ์แล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายณรงค์หรือบ่าว ไปชี้จุดตามสถานที่ต่างๆ อีกครั้งก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยาต่อไป

          พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คดีนี้นับเป็นคดีสะเทือนขวัญ ที่สังคมต่างให้ความสนใจ และเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ต้องติดตามคนร้ายให้รวดเร็ว ตามนโยบายของทางรัฐบาล โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รวมถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับมาให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว จริงจัง อย่างเด็ดขาด หากมีการขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ โดยคดีนี้ผู้ต้องหาต้องไตร่ตรองไว้ก่อนแน่นอน เพราะมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี

"จักรทิพย์"มี 2 ช้อยส์ให้เสี่ยอ้วนเลือก "ทางตัน-ทางตาย"
 

          พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวต่อว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายได้แล้ว 5 ราย เหลือเพียงตัวบงการคือ เสี่ยอ้วน ที่ยังหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งกัมพูชา ซึ่งอยู่ในระหว่างประสานหน่วยงานระหว่างประเทศในการไล่ล่าติดตาม อย่างไรก็ตาม ในการจำลองทำแผนฆ่า ถือเป็นการปิดแฟ้มคดีลูกน้องเสี่ยอ้วน รวมถึงเป็นการชี้แนวทางการลงมือให้สังคมรับทราบ และใช้เป็นพยานหลักฐานเอาผิดมัดตัวเสี่ยอ้วน เชื่อมั่นว่า หลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้ สามารถเอาผิดเสี่ยอ้วนให้มารับโทษตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน

          “ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้เกือบทั้งหมดแล้ว โดยนายบ่าวเป็นรายล่าสุด รับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุ โดยได้รับเงินค่าจ้างจากเสี่ยอ้วนจำนวน 5 หมื่นบาท ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ทั้ง 5 คน ขณะนี้ได้สอบปากคำและชี้จุด รวมทั้งทำแผนประกอบคำรับสารภาพจนครบแล้ว และทุกคนก็ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งคาดว่าจะสามารถรวบรวมและส่งฟ้องได้ในไม่ช้า ยังขาดเพียงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์บางส่วนที่กำลังรวบรวมและดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญก่อเหตุอย่างอุกอาจต่อหน้าพระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พยายามอย่างเต็มที่จนสามารถคลี่คลายคดีได้โดยเร็ว” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าว