ข่าว

ปธ.วิปฝ่ายค้านย้ำจุดยืนเดิมปัดร่วมแก้รธน.

ปธ.วิปฝ่ายค้านย้ำจุดยืนเดิมปัดร่วมแก้รธน.

22 ต.ค. 2552

“ปธ.วิปฝ่ายค้าน” ย้ำ จุดยืนเดิม ปัด ร่วมสังฆกรรมแก้ “รธน.” เหตุ ผลาญงบ “ประชามติ” 2,000 พันล้านบาท แก้ 6 ประเด็น อ้าง ไม่เห็นด้วยนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมาพูด ยัน ต้องนำ“รธน. 40”มาเทียบเคียงกับ“ปี50”

(22ต.ค.) นายวิทยา บูรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่ไม่เข้าร่วมประชุมมวิป 3 ฝ่าย เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า วันนี้ไม่เข้าประชุม ตนได้แจ้งต่อนายดิเรก ถึงฝั่ง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรนูญ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการแจ้งไปแล้วว่าหากใช้ระบอบการพิจารณาในระบบของรัฐสภา พรรคเพื่อไทยก็ยินดีให้การสนับสนุนในกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ

 ทั้งนี้จะเหลือเพียงสองฝ่ายก็เชื่อว่า จะทำให้งานดีขึ้น หากรัฐบาลที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่า จะดำเนินการเรื่องดังกล่าว ก็น่าจะสำเร็จได้ด้วยดี แต่ขอให้ยืนยันในหลักการไว้เช่นเดิม โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้เป็นปัญหา และเชื่อว่าสมาชิกวุฒิสภาก็คงดำเนินการได้ดี

 ผู้สื่อข่าวถามว่าวิปรัฐบาลก็ยืนยันที่จะรอให้พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ตนมีความชัดเจนแล้วว่า แนวทางที่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างไร ซึ่งการทำงานเปรียบเหมือนการพายเรือที่นั่งมาด้วยกัน 3 คน แต่เหลือเพียง 2 คน ก็น่าจะพายได้ไวกว่า

 นายวิทยากล่าวติดตลกว่า “ เพราะตัวเอง ตัวใหญ่กว่า ว่ายน้ำไปเองน่าจะไวกว่า ” และยืนยันว่า ตนไม่ได้ชักใบให้เรือเสีย เพียงแต่เรามีจุดยืนที่มาจากมติพรรค และในส่วนนี้น่าจะดีสำหรับพรรคประชาธิปัตย์

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ไม่มี มีแต่คนย้ายเข้าอยู่ในพรรคเพื่อไทย ซึ่งโดยส่วนตัวเองจะตกงานหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนจุดยืนกลางคันเพราะได้รับคำสั่งจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายวิทยา กล่าวว่า อย่าให้ตนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งเรื่องการทำประชามติทางพรรคเพื่อไทย ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนไปแล้วว่า หากมีการทำประชามติ 2,000 พันล้านบาท และแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นนั้น พรรคเพื่อไทยก็ไม่เห็นด้วยตั้งตอนแรกแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมาพูดตอนนี้ หากจะทำก็ควรนำรัฐธรรมนูญปี 40 มาเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญปี 50 ก็น่าจะง่ายกว่า