ข่าว

รองผบช.น.ถก 8 บริษัทตู้เติมเงิน !!

รองผบช.น.ถก 8 บริษัทตู้เติมเงิน !!

08 ส.ค. 2561

รองผบช.น. ประชุมร่วมผู้ประกอบการตู้เติมเงิน 8 บริษัท วางมาตรการป้องเหตุงัดตู้ลักทรัพย์สิน หลังเกิดเหตุแล้วร่วม 300 คดีอยู่ระหว่างจับกุม ย้ำจุดกวดขันย่านฝั่งธนฯ

 

              ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 สิงหาคม 2561 พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย รอง ผบก.น.1-9 รับผิดชอบงานป้องกันและปราบปราม ร่วมกับผู้ประกอบการตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ 8 บริษัท ได้แก่ บ.ฟอร์มสมาร์ท เซอวิส จำกัด , บ.เวดดิ้ง คอเปอเรชั่น จำกัด , บ.พร้อมมิตร เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด , บ.มีเดียเซ็นเตอร์ จำกัด , บ.ไทยทูเรียม จำกัด , บ.แอดวาสซ์ เว็บ เซอววิส จำกัด , บ.บางกอก บิซิเนสออนไลน์ และ บ.ไดเร็ค พอยท์ จำดัก เพื่อประชุมวางมาตรการป้องกันเหตุคนร้ายก่อเหตุงัดตู้ลักทรัพย์สิน

 

 

 

              พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า เป็นการหามาตรการร่วมกัน เนื่องจากตู้เติมเงินโทรศัพท์อยู่ในเขต กทม. มีทั้งหมด 23 บริษัท แต่ละบริษัทมีตู้เติมเงินติดตั้งรวมมากกว่า 30,000 ตู้ แต่จุดติดตั้งและรูปแบบการติด บริษัทไม่ได้แจ้งตำรวจเลย ทำให้เกิดเหตุคนร้ายทุบตู้ลักทรัพย์ตำรวจขณะนี้รับแจ้งความ 273 คดี และ 2 คดียังไม่มาแจ้งความ รวมทั้งหมด 275 คดี ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามจับกุมและออกหมายจับไปเรียบร้อยแล้ว ในที่ประชุมจะหามาตรการป้องกันร่วมกันเพราะบางบริษัทติดตั้งง่ายๆไม่แข็งแรง คนร้ายเพียงแค่ใช้ชะแลงงัดก็ยกไปได้เลย บางจุดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงไม่มีกล้องซีซีทีวี และตู้ส่วนใหญ่ไม่มีสัญญาณเตือนภัย อยู่ในที่ของเอกชน พอเกิดเหตุก็ไม่ได้แจ้งความทันที กว่าบริษัทจะได้รับแจ้งจากเจ้าของพื้นที่ จากนั้นมาแจ้งความตำรวจใช้เวลาถึง 4-5 วัน ทำให้ไม่มีพยานหลักฐานลายนิ้วมือแฝงที่อยู่ในเกิดเหตุ การประชุมเป็นมาตรการป้องกัน ส่วนการจับกุมคนร้าย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เร่งรัดฝ่ายสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี

 

 

รองผบช.น.ถก 8 บริษัทตู้เติมเงิน !!

 

 

              พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวต่อว่า พื้นที่ต้องกวดขันดูแลมากที่สุด คือ ฝั่งธนบุรี เพราะเกิดเหตุมากที่สุด บก.น.9 จำนวน 166 คดี บก.น.8 จำนวน 73 คดี จากคดีทั้งหมด 275 คดี ชุดสืบสวนได้เบาะแสคนร้ายพบว่ามีหลากหลาย บางจุดก็เป็นกลุ่มเดียวกัน เบื้องต้นผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 3 กลุ่ม ส่วนจะก่อเหตุเกี่ยวพันคดีที่เกิดขึ้นพื้นที่ บช.ภ.1 และ บช.ภ.7 หรือไม่อยู่ระหว่างประสานข้อมูล นอกจากนี้จะสอบถามบริษัทอื่นนอกจากบริษัท เอเจฯ ว่ามีตู้ถูกประทุษร้ายจำนวนเท่าใด รวมถึงพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อนำมาเป็นข้อมูล ทั้งนี้บริษัทต้องแจ้งที่ตั้งตู้ว่าอยู่ที่ใดบ้าง ตำรวจแทบไม่ทราบจุดติดตั้งเลย ทางบริษัทก็ได้ทำประกันภัยเมื่อถูกทุบประภัยก็จ่ายค่าเสียหายจึงไม่มีความระมัดระวังเท่าที่ควร บริษัทต้องช่วยด้วย ไม่ใช่โยนภาระมาให้ตำรวจฝ่ายเดียว ตู้ที่มีจำนวนมากตำรวจไม่สามารถดูแลทั่วถึง จึงต้องหามาตรการร่วมกันบริษัทต้องร่วมรับผิดชอบด้วย อย่างไรก็ตาม ถือเป็นหน้าที่ตำรวจในการป้องกันและติดตามจับกุมตัวคนร้าย เบื้องต้น บก.น.9 รายงานว่าจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 1 รายเป็นคนไทย

 

 

รองผบช.น.ถก 8 บริษัทตู้เติมเงิน !!

 

 

 

              มีรายงานว่า ในการประชุมบริษัทตู้เติมเงินวางมาตรการป้องกันเหตุโดยดำเนินการร่วมกับตำรวจ เช่น เพิ่มประสิทธิภาพตู้ให้แข็งแรง ติดตั้งกล้องที่ตู้ ร่วมกับตำรวจตรวจตรา เพิ่มวงรอบเก็บเงินภายในตู้ ใช้ระบบเติมเงินแบบอีเพย์เม้นท์ มาเสริมทำให้เงินสดในตู้น้อยลง เป็นต้น

 

 

รองผบช.น.ถก 8 บริษัทตู้เติมเงิน !!

 

 

              จากการสอบถามบริษัทรายอื่นพบว่า บริษัทบุญเติม แจ้งว่ามีตู้ติดตั้งทั้งหมด 10,926 แห่ง ถูกคนร้ายทุบลักทรัพย์จำนวน 8 คดี ชุดสืบสวนแจ้งความคืบหน้าทั้ง 8 คดีว่า ไม่ทราบตัวคนร้าย 4 คดี รู้ตัวคนร้ายและออกหมายจับไปแล้ว 2 คดี และที่เหลือ 2 คดี คนร้ายพยายามก่อเหตุยังไม่ได้ทรัพย์ สำหรับคนร้าย 1 ใน 2 ทราบชื่อและนามสกุลแล้ว อยู่ระหว่างติดตามจับกุม กรณีตู้เติมเงินบริษัท เอเจฯ ถูกคนร้ายทุบมากที่สุด เนื่องจากตู้ไม่แข็งแรง คนร้ายก่อเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ง่ายที่สุด จากการรวบรวมคดียอดล่าสุดบริษัทเอเจฯ แจ้งเพิ่มเติมว่าถูกคนร้ายก่อเหตุทั้งหมดรวม 288 ตู้ ทั้งนี้ถ้ารวมกับบริษัทบุญเติมอีก 8 คดี บช.น.รับแจ้งเหตุรวมทั้งสิ้น 296 คดี