
ไม่ทิ้งกัน!หนุ่มเสี่ยงอันตรายส่งพิซซาเลี้ยงทหารในแนวหน้า
4 ปีแล้วแต่แนวรบตะวันออกของยูเครนยังไม่เลิกรา คนกลุ่มหนึ่งเสี่ยงตายไปแนวหน้า เพื่อไปส่งพิซซาให้กับทหารถึงสนามเพลาะ
“กินให้ไวขณะกำลังร้อนๆและพวกนั้นยังไม่ยิง” โอเลกซีย์ คาชโค อดีตทหารผ่านศึกยูเครนวัย 23 ปีสวมเสื้อเกราะ เปิดกล่องพิซซาอวดทหารในสนามเพลาะ ที่ถามอย่างงุนงงและรอยยิ้มว่า นี่สำหรับพวกเราเหรอ
คาชโค กล่าวว่า “ศัตรูอยู่ห่างจากตรงนี้ไม่ถึง 80 เมตร ผมคิดว่าพวกเขาคงได้กลิ่นพิซซาของเรา และกำลังน้ำลายสออยู่แน่ๆ
คาชโคกับ บ็อกดัน ชาบัน วัยเดียวกัน อดีตเคยเป็นทหารอาสมัครผ่านสมรภูมิมาแล้วทั้งคู่ ก่อนมาเปิดร้านพิซซาชื่อ Pizza Veterano สาขามาริวโพล เมืองใหญ่แห่งเดียวในภาคตะวันออกของยูเครนที่ยังอยู่ในความคุ้มครองของรัฐบาลเคียฟ ไม่ใช่กองกำลังแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซีย
ร้านเปิดบริการเมื่อเดือนพฤษภาคม ลูกจ้างส่วนใหญ่เป็นทหารผ่านศึก และคนที่หนีภัยสงคราม สิ่งแรกๆที่ร้านทำเลยก็คือการส่งพิซซาให้ทหารในแนวหน้า ที่อยู่ห่างจากเมืองมาริวโพลราว 20 ก.ม.
แนวคิดนี้ คาชโค ได้มาจากการชมซีรีส์อเมริกัน "Generation Kill" เรื่องราวของทหารสหรัฐในอิรักฝันอยากกินพิซซาร้อนๆ และคิดว่าจะดีสักแค่ไหนหากฝันนั้นเป็นจริง
คาชโค บาดเจ็บจากสงคราม สูญเสียปอดหนึ่งข้าง และตัดสินใจใช้เงินบำนาญทหารผ่านศึก เปิดแฟรนไชส์ร้านพิซซา Pizza Veterano ที่อดีตทหารผ่านศึกอีกคนริเริ่มไว้ในกรุงเคียฟและได้รับการตอบรับดีเมื่อหลายปีก่อน โดยมีความคิดว่าการเปิดร้านไม่ใช่หาเลี้ยงชีพอย่างเดียว แต่เพื่อจ้างทหารผ่านศึกที่หางานทำลำบาก และช่วยให้พวกเขาปรับตัวใช้ชีวิตปกติอีกด้วย
ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชงโก ของยูเครน ระบุว่า มีชาวยูเครนกว่า 3 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร เข้าร่วมในปฏิบัติการสู้รบกับกองกำลังแบ่งแยกดินแดนทางภาคตะวันออก รัฐบาลเคียฟและตะวันตกกล่าวหารัสเซีย แอบส่งทหารและอาวุธข้ามชายแดน ช่วยกบฎ แต่รัสเซียปฏิเสธ
นับตั้งแต่สงครามปะทุเมื่อ 4 ปีก่อน คร่าชีวิตเหยื่อกว่า 1 หมื่นคน
ทุกสัปดาห์ คาชโคกับชาบันจะกลับไปแนวหน้า พร้อมพิซซา 20 ถาดแบบไม่ซ้ำหน่วย ด้วยเงินบริจาคออนไลน์ กับเงินบริจาคในร้าน โดยจะทำความตกลงเรื่องเวลาและเส้นทางเวลาไปส่งแต่ละครั้งด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
ตอนที่ให้สัมภาษณ์เอเอฟพี เป็นวันที่ทั้งสองไปยังหมู่บ้านวอดยาเน ซึ่งชาวบ้านหนีภัยสงครามไปเกือบหมด ชาบันเร่งความเร็วรถเอสยูวีไปตามถนนตัดผ่านทุ่งหญ้า ห่างจากจุดกบฎประจำอยู่ไม่ถึง 300 เมตร ทั้งสองเดินเข้าไปในช่องทางมืดๆที่ซ่อนตัวอยู่ในหญ้ารกสูง
การปรากฎตัวของสองหนุ่ม คือความยินดีของทหารที่ประจำอยู่ในหน่วยนั้น ซึ่งอยู่ใกล้มากกับแนวของศัตรู ชนิดที่ว่าทหารไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องไฟฟ้าหรือโทรศัพท์มือถือ สูบบุหรี่ หรือพูดเสียงดัง
นาวิกโยธินจับมือกับแขกผู้มาเยือนและขอบคุณสำหรับอาหารจานร้อน ช่วยให้พวกเขาได้เปลี่ยนรสชาติบ้างจากซุปเย็นชืดและอาหารกระป๋อง
แต่ก็ไม่ใช่อาหารเท่านั้นที่สำคัญ
วาดิม ซุคาเรฟสกี ผู้บัญชาการหน่วย กล่าวว่า เวลาทหารต้องติดอยู่ในแนวรบ นอนไม่เคยต็มอิ่ม การได้เห็นคนมาพร้อมกับพิซซา คือความรู้สึกว่าไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว ยังมีคนมากมายอยู่ข้างหลัง คอยสวดภาวนาและห่วงใย



