ข่าว

"อัยการ" รับสำนวน "นายทุนขอนแก่น" ปล่อยกู้ดอกโหด

"อัยการ" รับสำนวน "นายทุนขอนแก่น" ปล่อยกู้ดอกโหด

08 ส.ค. 2561

ส่งมอบสำนวน 8 แฟ้ม 3,640 หน้า สรุปควรฟ้อง "สามีภรรยาอนุรักษ์มนตรีเจ้าของร้านทองชื่อดังขอนแก่น" 5 ข้อหา อธ.อัยการคดีอาญา ตั้งคณะทำงานพิจารณาสั่งฟ้องทันฝากขัง

 

           ที่ห้องประชุม 100 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผบก.ปคบ. , พ.ต.อ.สมควร  พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. และคณะ ร่วมกับ นายพิทักษ์ อบสุวรรณ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา , นายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา , นายอธึก คล้ายสังข์ อัยการพิเศษฝ่ายอาญา 6 และคณะอัยการ  กับนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวภายหลังส่งมอบสำนวนคดี นายทุนร้านทองขอนแก่นทำนิติกรรมร้านทองบังหน้าปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหดยึดโฉนดที่ดินทำกิน     

 

       "อัยการ" รับสำนวน "นายทุนขอนแก่น" ปล่อยกู้ดอกโหด

     โดยพนักงานสอบสวน ปคบ.ได้ส่งมอบสำนวนและหลักฐานในคดี 8 แฟ้ม เอกสารรวม 3,640 หน้า พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง "นายพรเลิศ อนุรักษ์มนตรี" อายุ 57 ปี และ "นางธนพร อนุรักษ์มนตรี" อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยา รวม 5 ข้อหา 1.ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา 343 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ ตามมาตรา 265 และร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม มาตรา 268 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 บาท , บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทําการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอําพรางฯ ตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4 ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และประกอบธุรกิจปล่อยสินเชื่อโดยไม่รับอนุญาต             "อัยการ" รับสำนวน "นายทุนขอนแก่น" ปล่อยกู้ดอกโหด

           โดย "พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม" รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญตามนโยบายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวน ปคบ.ได้สืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมผู้กระทำผิด โดยในทางปฏิบัติก็ได้ประสานงานปรึกษาอัยการขอคำแนะนำข้อกฎหมายเพื่อต้องการดำเนินคดีให้รัดกุม ซึ่งไม่ใช่การร่วมสอบสวนระหว่างตำรวจกับอัยการแต่เมื่อเป็นคดีสำคัญใหญ่ๆ ตำรวจก็จะประสานปรึกษาข้อกฎหมายกับอัยการ พนักงานสอบสวนจึงมีความมั่นใจในทุกคดีที่ได้ทำ

        "อัยการ" รับสำนวน "นายทุนขอนแก่น" ปล่อยกู้ดอกโหด

           ด้าน "พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์" รอง ผบก.ป. ได้กล่าวถึงรายละเอียดในคดีว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายซึ่งเป็นสามีภรรยากันได้เปิดร้านทองบังหน้า โดยพฤติการณ์ที่เราส่งสำนวนให้อัยการวันนี้ มีผู้เสียหายทั้งสิ้น 25 ราย มูลค่าความเสียหาย 25,100,000 ล้านบาทขณะที่ในส่วนของผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ทางการสืบสวนสอบสวนยังดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานต่อไปอีกซึ่งพบยังมีผู้เสียหายอีกกลุ่มหนึ่งประมาณ 20 ราย สำหรับพฤติการณ์กระทำผิดทั้งสองนั้นมีลักษณะอำพรางเรียกดอกเบี้ยสูง โดยหลอกให้เซ็นสัญญาในกระดาษเปล่า และให้นำโฉนดที่ดินมาค้ำประกัน ซึ่งในสำนวนการสอบสวนที่ส่งมอบให้อัยการได้ระบุแยกแยะพฤติการณ์แต่ละข้อหา ช่วงเวลา เหตุการณ์และอายุความที่ชัดเจน โดยคดีนี้มีอายุความสูงสุด 10 ปี ซึ่งการสอบสวนของตำรวจ ปคบ.ก็ได้ตรวจสอบย้อนหลังการกระทำผิดไปประมาณ 10 ปี ที่ผ่านมา สำหรับเรื่องทรัพย์สินของผู้กระทำผิดในคดีนี้ ก็ได้มีการแจ้งเรื่องให้ ป.ป.ง. ดำเนินการเกี่ยวกับการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดต่อไป

 

        "อัยการ" รับสำนวน "นายทุนขอนแก่น" ปล่อยกู้ดอกโหด

          อย่างไรก็ดีการกระทำลักษณะนี้ ทางตำรวจภูธรภาค 4 ดูแลพื้นที่จังหวัดในภาคอีสานตอนบน ก็ยังกำลังสืบสวนสอบสวนรวบรวมหลักฐานของนายทุนอื่นๆ ที่ได้กระทำผิดที่มีลักษณะเดียวกันนี้ด้วย โดยกลุ่มนายทุนนั้นไม่ได้เชื่อมโยงเป็นกลุ่มเดียวกันแต่ต่างคนต่างทำ  

          ด้าน "นายพิทักษ์ อบสุวรรณ" อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ก็ได้ระบุว่า เนื่องจากคดีนี้ เป็นคดีสำคัญตามนโยบายของรัฐบาลและประชาชนให้ความสนใจ ประกอบกับพฤติการณ์ส่งผลกระทบทำให้ประชาชนที่เป็นเกษตรกรชาวไร่ชาวนาได้รับความเดือดร้อนจากการถูกหลอกลวงกู้ยืมเงินโดยนายทุนนำโฉนดที่ดินไว้เป็นหลักประกัน ดังนั้นอัยการจึงได้ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาสำนวนพยานหลักฐาน โดยมีนายอธึก คล้ายสังข์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 และคณะรับผิดชอบสำนวน ซึ่งจะมีการพิจารณาสูงขึ้นมาเป็นลำดับชั้น ผ่านนายพรชัย  ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาและตนพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย โดยอัยการก็จะพยายามดำเนินการพิจารณาสำนวนให้ทันในเวลาที่เร่งรัด เพราะภายหลังจับกุมได้มีการฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองไว้ต่อศาลอาญา ซึ่งจะครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายในวันที่ 15 ส.ค.นี้

        "อัยการ" รับสำนวน "นายทุนขอนแก่น" ปล่อยกู้ดอกโหด

          ทั้งนี้ "นายพรชัย ชลวาณิชกุล" รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ได้กล่าวว่าถึงพฤติการณ์ภาพรวมของผู้ต้องหาสามีภรรยา 2 รายนี้ว่า เจตนากระทำนิติกรรมอำพรางโดยนายทุนเงินกู้ซึ่งมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า ใช้เล่ห์เหลี่ยมและช่องทางข้อกฎหมายด้วยการติดประกาศรับจำนอง ขายฝาก ซื้อขายที่ดินอ้างว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งกลุ่มเกษตรกรชาวไรชาวนาต่างพากันหลงเชื่อแล้วไปขอกู้ซึ่งจะต้องเป็นรายที่มีโฉนดที่ดินเท่านั้นหากไม่มีโฉนดที่ดินก็จะไม่ปล่อยกู้ โดยให้ทำสัญญาต่างๆ เช่น สัญญากู้ยืม สัญญาซื้อไปขายมา สัญญาฝากขาย ซึ่งจะให้เจ้าของที่ดินนั้นลงลายมือชื่อ ในสัญญากระดาษเปล่าที่ไม่มีรายละเอียด มีการเก็บอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 , ร้อยละ 5 , ร้อยละ 7 ต่อเดือน เมื่อมีการกู้ยืมเงินหลักแสนบาท แต่เมื่อหาเงินมาจ่ายไม่ทัน ดอกเบี้ยก็จะทบเท่าตัว อาจจะถึงหลักล้านบาท

       "อัยการ" รับสำนวน "นายทุนขอนแก่น" ปล่อยกู้ดอกโหด

"อัยการ" รับสำนวน "นายทุนขอนแก่น" ปล่อยกู้ดอกโหด

"อัยการ" รับสำนวน "นายทุนขอนแก่น" ปล่อยกู้ดอกโหด

"อัยการ" รับสำนวน "นายทุนขอนแก่น" ปล่อยกู้ดอกโหด

 

          "คดีนี้จะเป็นคดีต้นแบบ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรวบรวมหลักฐานและดำเนินคดีเพื่อทำให้เป็นคดีตัวอย่าง" นายพรชัยระบุ

          โดยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวในตอนท้ายว่า การพิจารณาสำนวนคดีนี้คณะทำงานของอัยการคดีอาญา 6 ภายใต้การดูแลของนายพรชัย รองอธิบดีสำนักงานคดีอาญา ก็จะเร่งรัดพิจารณาทำความเห็นในคดีนี้ตามระเบียบขั้นตอนกฎหมายโดยเร็ว ซึ่งในวันที่ 15 ส.ค.นี้เมื่อมีความคืบหน้าอัยการก็จะแจ้งรายละเอียดให้ประชาชนทราบต่อไป