ข่าว

"พล.อ.ประวิตร"สั่งแก้จราจรลาดพร้าวด่วน!

"พล.อ.ประวิตร"สั่งแก้จราจรลาดพร้าวด่วน!

08 ส.ค. 2561

"พล.อ.ประวิตร"สั่งตั้งคณะทำงานติดตามแก้ปัญหาวิกฤตจราจร ผลกระทบการก่อสร้างรถไฟฟ้า  จี้ กทม. ตำรวจ ขสมก. ดูแลความเดือดร้อนปชช.

 

          8  สิงหาคม  2561  "พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ" สั่งตั้งคณะทำงานติดตามแก้ปัญหาวิกฤตจราจร ผลกระทบการก่อสร้างรถไฟฟ้า  จี้ กทม. ตำรวจ ขสมก. ดูแลความเดือดร้อนปชช.

 

 

 

            พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า จากปัญหาวิกฤติการจราจรใน กทม. ที่สะสมต่อเนื่อง หลังจากวางแนวกั้นถนนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ถนนลาดพร้าว) มีผลให้การเดินรถในถนนลาดพร้าวขาออก เคลื่อนตัวได้ช้าสะสมต่อเนื่อง กระทบเชื่อมโยงถึง ถนนวิภาวดี-รังสิต ,ถนนพหลโยธิน และถนนพระรามเก้า ต่อเนื่องถึงถนนอื่น ๆ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกันทั่วที่ผ่านมา

 

           พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม  ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานติดตามผล การบูรณาการขับเคลื่อนแก้ปัญหาการจราจร โดยมีคณะทำงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับ กทม.และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งสำรวจ ติดตามและแก้ปัญหาระดับพื้นที่เป็นการเร่งด่วน พร้อมทั้งดำเนินการ สำรวจความเชื่อมโยงและกำหนดแนวทางบริหารจัดการ การจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต่อเนื่องกันไป 

 

           พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า  พล.อ.ประวิตร ได้กำชับเป็นนโยบาย ให้มีการอำนวยความสะดวก เส้นทางที่มีการเชื่อมโยงในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อการระบายรถ  และขอให้มีการปรับและควบคุมไฟจราจรให้เหมาะสม เพื่อเฉลี่ยรถในเส้นทางต่าง ๆ ไม่ให้ติดค้างสะสมยาวนาน โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ อำนวยความสะดวกและควบคุมตลอดเวลาโดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน

 

           พร้อมทั้ง มอบหมายให้ กทม.เตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำและประสานกับผู้รับเหมาออกแบบและบริษัทที่ก่อสร้าง หารือทางออกร่วมกันอย่างต่อเนื่องให้การก่อสร้างกระทบกับการจราจรน้อยที่สุด โดยเฉพาะการปรับแนวกั้นถนนให้มีพื้นผิวการจราจรให้ได้มากที่สุด  และขอความร่วมมือปรับผิวจราจรระหว่างก่อสร้าง ที่ชำรุด ไม่ราบเรียบในทุกเส้นทางควบคู่กันไป เพื่อมิให้รถต้องชะลอตัวและเกิดอุบัติเหตุบ่อยดังที่เป็นอยู่ 

 

           "ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานกรมการขนส่งทางบก ให้ความสำคัญในการกวดขันวินัยจราจร และกำหนดมาตรการเข้มกับกลุ่มที่ละเลยกฎหมาย โดยเฉพาะ กลุ่มรถสาธารณะ ประเภทรถโดยสารร่วมและรถแท๊กซี่ ที่มีพฤติกรรมขับแซงปาดหน้า และจอดกีดขวางการจราจร ตามข้อมูลที่ประชาชนจำนวนมากแจ้งถึงเจ้าหน้าที่ และให้คณะทำงานที่ตั้งขึ้นดังกล่าว มีการประเมินผลทุกสัปดาห์และปรับแผนการปฏิบัติให้สามารถบริหารจัดการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง"โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว