
ไต่สวนพยานฟ้อง "ทักษิณ" ตั้งคลังฟื้นฟู TPI ไม่ชอบ
ศาลฎีกานักการเมือง รับบัญชี พยาน ป.ป.ช. 6 ปาก กำหนดไต่สวนพยาน 3 นัดเสร็จ 21 ส.ค.นี้
7 ส.ค.61-ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ผ่านมา องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน คดีหมายเลขดำ อม.40/2561 นัดตรวจหลักฐานคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง "นายทักษิณ ชินวัตร" อายุ 69 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีนายทักษิณ ให้ความเห็นชอบกระทรวงการคลัง สมัยที่ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ เป็น รมว.คลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน จึงเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง เพราะกระทรวงการคลังไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2546 มาตรา 10 เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ
โดยคดีนี้ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 16 ก.ค.53 และได้ยื่นฟ้องคดีเอง เมื่อวันที่ 7 พ.ค.61 ที่ผ่านมา พร้อมยื่นเอกสารหลักฐาน 21 กล่อง 120 แฟ้ม ที่มีมติชี้มูลความผิดอาญา "นายทักษิณ" ให้ศาลพร้อมคำฟ้องโดยไม่มีตัวจำเลยเนื่องจากหนีคดีไปพำนักอยู่มนหลายประเทศ
ซึ่งคดีนี้ศาลฎีกาฯ ก็ได้ประทับฟ้องไว้พิจารณาขณะที่ศาลส่งหมายให้ "นายทักษิณ" จำเลย ทราบนัดโดยชอบด้วยการปิดหมายที่บ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์แล้วจำเลยไม่มาศาลในนัดพิจารณาครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมาเพื่อศาลจะสอบคำให้การ โดยจำเลยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดี ศาลเห็นว่าพฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยหลบหนี้จึงให้ออกหมายจับตามกฎหมายให้ติดตามตัวมาดำเนิน
ขณะที่วันนี้นัดตรวจหลักฐาน ฝ่าย"นายทักษิณ" จำเลย ไม่มีผู้ใดเดินทางมาศาล คงมีเพียง "ป.ป.ช." โจทก์ เดินทางมาศาล พร้อมยื่นบัญชีพยานบุคคลที่จะนำไต่สวนรวม 6 ปาก
องค์คณะฯ พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ "ป.ป.ช." โจทก์ยื่นบัญชีพยานบุคคลเพื่อไต่สวน 6 ปาก โดยนัดวันไต่สวนพยานโจทก์ 3 นัด ในวันที่ 10 , 14 , 21 ส.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการไต่สวนพยานนั้นเมื่อไต่สวนพยานโจทก์เสร็จสิ้นตามขั้นตอนทั้งหมดแล้ว หากองค์คณะฯ เห็นว่าพยานหลักฐานที่ได้นำมาไต่สวนกันนั้นเพียงพอที่จะทำคำพิพากษาได้แล้วก็จะนัดวันฟังคำพิพากษาต่อไป
แต่ถ้าพยานหลักฐาน ยังไม่พอที่จะทำคำพิพากษาได้ ก็จะพิจารณาเพื่อมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป



