
"โค้ชโย่ง" ลับงา "ช้างศึก"
วาง"ศุภชัย ใจเด็ด" แก้ปัญหาปืนฝืดเอเชี่ยนเกมส์
"โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ นำลูกทีมลงฝึกซ้อมเป็นวันแรก ที่สนามหญ้าจริง ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม โดย ธนาสิทธิ์ ศิริผลา กองกลางจาก สุพรรณบุรี เอฟซี และ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ แบ็คขวาจากทีมเอฟซี โตเกียว เดินทางมาสมทบและลงฝึกซ้อมกับทีมแล้ว
"โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน เน้นฝึกซ้อมการเกมเล่นเกมรุกและเกมรับใช้เวลา 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ พร้อมทั้งกล่าวว่า "ผมได้คุยกับนักเตะเพื่อให้ทุกคนเรียนรู้ทุกอย่างให้เร็วที่สุดก่อนเดินทางไปแข่งขันจริง ผมภาวนาให้นักเตะตัวหลักที่เล่นให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี และสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด อย่ามีใครได้รับบาดเจ็บเพิ่ม"
"ส่วนเรื่องคู่แข่งนั้นผมหนักใจทั้ง 3 ทีม เพราะ อุซเบกิสถาน และ กาตาร์ น่าจะส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดมาแข่งขันครั้งนี้ ส่วน บังคลาเทศ นั้นผมได้ยินข่าวว่าไปเก็บตัวที่เกาหลีใต้ แต่ยังดีที่เราได้อุ่นเครื่องกับ เนปาล เพื่อเรียนรู้สไตล์การเล่นของทีมจากเอเชียใต้ก่อน"
นอกจากนี้ "โค้ชโย่ง" ยังกล่าวถึงสไตล์การทำทีมในการแข่งขันครั้งนี้ว่า "การทำฟุตบอลมันต้องเริ่มจากเกมรับ ยิ่งเราเล่นในระดับเอเชีย เกมรับถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ผมคิดว่านักเตะชุดนี้สามารถพัฒนาตัวเองต่อยอดขึ้นไปเป็นตัวหลักของทีมชาติไทยชุดใหญ่ในอนาคตได้อย่างแน่นอน”
“เราไปครั้งนี้เราหวังว่านักเตะจะยกระดับมาตรฐานการเล่นให้สูงขึ้น แต่การพัฒนานั้นมันต้องใช้เวลา เราไม่สามารถทำฟุตบอลที่สวยงามได้เนื่องจากเรามีเวลาเตรียมทีมจำกัด การแข่งขันฟีฟ่าเดย์ของเรามีน้อยมาก และที่สำคัญนักเตะในทีมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา"
“ขณะที่เรื่องความกดดัน การคุมทีมชาติไทยทุกชุดย่อมมีสิ่งนี้อยู่แล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ชุดเอเชียนเกมส์เท่านั้น เช่นเดียวกับปัญหาเรื่องกองหน้า อย่าง เสฏฐวุฒิ วงค์สาย ที่เราวางตัวไว้ก็เจ็บ ทำให้เราเหลือแค่ เจนรบ สำเภาดี, ปรเมศย์ อาจวิไล และ ศุภชัย ใจเด็ด”
“ศุภชัย เขาเล่นให้ บุรีรัมย์ เป็นกองหน้าตัวต่ำ และ กองกลาง แต่ผมมองว่าหากเขาต้องเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า เขาจะสามารถแสดงศักยภาพในการเป็นศูนย์หน้าออกมาได้"
สำหรับทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ จะมีโปรแกรมลงอุ่นเครื่องแบบไม่เปิดให้แฟนบอลเข้าชมเกม 2 นัด โดยเกมแรกพบกับสโมสร เซาท์เทิร์น ดิสทริคท์ อาร์เอสเอ จากฮ่องกง ในวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ที่สนามสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี เวลา 16.30 น. ส่วนนัดที่สองจะลงอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติเนปาล ในวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ที่สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เวลา 16.30 น.
จากนั้นจะมีการตัดตัวผู้เล่นเหลือ 20 คนสุดท้าย เพื่อเดินทางไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 12 สิงหาคม โดยฟุตบอลชายทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับ อุซเบกิสถาน, บังคลาเทศ และกาตาร์ ซึ่งการแข่งขันนัดแรกจะพบกับ กาตาร์ ในวันที่ 14 สิงหาคม เวลา 19.00 น. ณ สนามปากันสารี สเตเดียม



