
ศาลให้ประกัน "แม่หมอนิ่ม" จ้างฆ่าลูกเขย
ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับจากยกฟ้อง ให้จำคุกตลอดชีวิต "แม่หมอ" จ้างเงินล้านฆ่าอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติ แค้นที่ทำร้ายลูกสาว ส่วน "หมอนิ่ม" รอดศาลยกประโยชน์ตวามสงสัย
7 ส.ค.61-ที่ห้องพิจารณา 203 ศาลจังหวัดมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ เมื่อเวลา 10.50 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีจ้างวานฆ่าเอ็กซ์ จักกฤษ อดีตนักยิงปืนทีมชาติ หมายเลขดำ อ.383/2557 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลจังหวัดมีนบุรี เป็นโจทก์ และนายมานพ พณิชย์ผาติกรรม บิดาของเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ โจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นายจิรศักดิ์ หรือจี กลิ่นคล้าย อายุ 36 ปี อาชีพรับจ้าง ซึ่งเป็นมือปืนยิง , น.ส.สุรางค์ ดวงจินดา อายุ 75 ปี มารดาของพญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม , พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม ภู่เจริญยศ อายุ 41 ปี อดีตภรรยาของเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ , นายสันติ หรืออี๊ด ทองเสม อายุ 31 ปี อาชีพทนายความ และนายธวัชชัย หรืออ้น เพชรโชติ อายุ 36 ปี อาชีพรับจ้าง ผู้ขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนก่อเหตุ เป็นจำเลยที่ 1 – 5 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , จ้างวานใช้ ยุยงส่งเสริม ให้ฆ่า , มีและพกพาอาวุธปืน ยิงอาวุธปืนในที่ทางสาธารณะ
โดยคดีนี้ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 59 ศาลจังหวัดมีนบุรีได้มีคำพิพากษาประหารชีวิต สถานเดียวหมอนิ่ม จำเลยที่ 3 และนายสันติหรือทนายอี๊ด จำเลยที่ 4 ซึ่งระหว่างอุทธรณ์คดีทั้งสอง ได้ประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท
ส่วนมือปืน จำเลยที่ 1 และ คนขี่ จยย. จำเลยที่ 5 ให้จำคุกตลอดชีวิต โดยทั้งสองถูกคุมขังนับตั้งแต่ฟ้องคดีจนถึงระหว่างอุทธรณ์คดี
ส่วน น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นมารดาหมอนิ่มนั้นให้ยกฟ้อง
ต่อมาอัยการโจทก์ , นายมานพ บิดาของผู้ตายที่เป็นโจทก์ร่วม และจำเลยที่ 1,3,4,5, ยื่นอุทธรณ์
โดยวันนี้ หมอนิ่ม และ น.ส.สุรางค์ มารดา เดินทางมาพร้อมฟังคำพิพากษา กับนายชำนาญ ชาดิษฐ์ ทนายความและทีมทนาย ส่วนทนายอี๊ด จำเลยที่ 4 ไม่มาศาล ซึ่งนัดฟังคำพิพากษารอบที่ 2 เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลได้ออกหมายจับให้ตามตัวมาฟังคำตัดสินและริบเงินสดประกันตัว 1 ล้านบาทไว้แล้ว
ขณะที่วันนี้นางบุญคิด มารดาของผู้ตาย ในฐานะผู้ร้องขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วยกับเพื่อนของเอ็กซ์ และคนใกล้ชิด
โดยวันนี้ศาลมีนฯ ได้ใช้เวลาอ่านคำพิพากษากว่า 60 หน้าเกือบชั่วโมง ซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 12.30 น. โดยศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว พยานหลักฐานที่นำสืบมาประกอบคำให้การรับสารภาพของ น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 2 ที่ได้กระทำโดยเปิดเผยในสถานที่ราชการต่อหน้าพนักงานสอบสวน และประธานสภาทนายความประจำจังหวัดมีนบุรีที่ตำรวจประสานให้ร่วมฟังการสอบสวน รวมทั้งมีสื่อมวลชนและนางปวีณา อดีต รมว.พม.ขณะนั้นที่จำเลยที่ 2-3 ให้ความเคารพไว้วางใจตั้งแต่เหตุการณ์ที่ช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาครอบครัว
จึงเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 2 ไม่ให้ถูกชักจูงใจ โดยข้อเท็จจริงรับฟังได้จำเลยที่ 2 ว่าเป็นผู้จ้างวานให้คนกลางซึ่งตำรวจและอัยการกันไว้เป็นพยาน ได้ติดต่อกับทนายอี๊ด สันติทองเสม จำเลยที่ 4 ได้รับมอบเงิน 2 ครั้ง ครั้งแรก 600,000 บาท และมีการร้องขอเพิ่มอีก 600,000 บาทซึ่งจำเลยที่ 2 ตกลงให้ แล้วจำเลยที่ 4 ได้จ้างจำเลยที่ 1 ที่เป็นมือปืน และจำเลยที่ 5 ที่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์ นำปืนที่จำเลยที่ 4 เตรียมไว้ไปฆ่าผู้ตายวันเกิดเหตุ 19 ต.ค.56 โดยจำเลยที่ 1,5 ระบุว่าได้เงินจ้างคนละ 200,000 บาท เนื่องจาก น.ส.สุรางค์ ยังโกรธแค้นที่ผู้ตาย ทำร้ายร่างกาย หมอนิ่ม ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียว และทำร้ายหลานสาวได้รับบาดเจ็บหลายครั้งหลายหน และเชื่อว่า ผู้ตายไม่สามารถแก้ไขพฤติกรรมได้ น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 2 มารดาหมอนิ่มนั้น จึงมีความฐานใช้จ้างวานให้ฆ่าเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4)
ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นควรพิพากษากลับเป็นให้ประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม คำให้การของ น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต
ส่วนหมอนิ่ม จำเลยที่ 3 ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามทางนำสืบและคำเบิกความพยานต่างๆในศาลชั้นต้นรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 3 ยังมีความรักใคร่กับผู้ตายอยู่ โดยก่อนเกิดเหตุคดีนี้เดือน ส.ค.56 จำเลยที่ 3 ยังเคยพาบุตรสาวไปเยี่ยมผู้ตายที่เรือนจำทหารระหว่างถูกดำเนินคดีทำร้ายร่างกายจำเลย และไม่คัดค้านการประกันตัวผู้ตายของศาลทหารด้วย รวมทั้งยังเคยนั่งไปกับผู้ตายช่วงก่อนเกิดเหตุอีกทั้งช่วงหลังที่ผู้ตายออกมาก็ไม่มีเหตุทำร้ายจำเลยจึงเป็นไม่เหตุจูงใจ เชื่อจำเลยยังมีความรักกับผู้ตายอยู่พยานหลักฐานแวดล้อมยังฟังไม่ได้ว่าเป็นคนจ้างวาน
ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาในส่วนของหมอนิ่ม จำเลยที่ 3 นั้นศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย โดยพยานหลักฐานมีข้อสงสัยตามสมควรว่าร่วมจ้างสนหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำ้ลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 พิพากษาให้ยกฟ้อง โดยศาลไม่สั่งขังจำเลยระหว่างฎีกาด้วยแต่อย่างใด
ส่วนมือปืน จำเลยที่ 1 กับคนขี่รถ จยย.พามือปืนไปยิง จำเลยที่ 1, 5 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตและ ทนายอี๊ด คนติดต่อมือปืน จำเลยที่ 4 ก็ยืนลงโทษประหารชีวิตสถานเดียวตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โดยให้จำเลยที่ 1,2,4,5 ร่วมกันชดใช้เงิน 2.5 ล้านบาทให้พ่อแม่ของเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ด้วย
ซึ่งทนายอี๊ด จำเลยที่ 4 ไม่มาฟังคำพิพากษาและก็ไม่มีทนายมาศาลแจ้งเหตุขัดข้อง ุเชื่อว่ามีพฤติการณ์หลบหนีคดี โดยวันนี้ศาล ได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยที่ 4 แล้ว และเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนลงโทษจำเลย ศาลมีนบุรี จึงให้ออกหมายจับทนายอี๊ด จำเลยที่ 4 เพื่อติดตามตัวมารับโทษต่อไปซึ่งมีอายุความในการติดตามตัวภายใน 20 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างฟังคำพิพากษา หมอนิ่ม มีอาการเสียใจ และเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งใช้มือปาดน้ำตาและใช้กระดาษทิชชู่ คอยซับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มตลอดเวลา
ขณะที่ น.ส.สุรางค์ ปัจจุบันอายุ 75 ปีแล้ว ก็ยืนฟังคำพิพากษากว่า 2 ชั่วโมงด้วยสีหน้าเรียบเฉยข้างๆบุตรสาวและญาติคนใกล้ชิด
อย่างไรก็ดี เมื่อเวลา 14.00 น.เศษ นายชำนาญ ชสดิษฐ์ ทนายความ ได้นำหลักทรัพย์เป็นเงินสดและหลักทรัพย์อื่น รวมประมาณ 1 ล้านบาท ยื่นขอประกันตัว น.ส.สุรางค์ เพื่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกา ซึ่งศาลมีนฯ กำลังพิจารณาคำร้อง
ขณะที่ นายชำนาญ ชาดิษฐ์ ทนายความพ.ญ.นิธิวดีหรือหมอนิ่ม ก็ได้เปิดเผยว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องหมอนิ่ม โดยสรุปได้ใจความว่าจะกลับมาคืนดีกัน ไม่ได้ถึงขนาดที่ต้องเลิกกันและยังมีความสงสัยในบางเรื่องบางประเด็นอยู่เกี่ยวกับความรักความผูกพันธ์และมองว่าถ้าจ้างวานไม่น่าต้องเอาตัวเข้ามาเกี่ยวข้องนั่งรถด้วยกัน โดยในวันนี้หมอนิ่มก็มีทั้งดีใจที่ศาลยกฟ้องและก็ยังเสียใจที่พิพากษาลงโทษแม่
ขั้นตอนขณะนี้ก็ได้เตรียมหลักทรัพย์ประกันตัวนางสุรางค์ จำเลยที่ 2 แม่หมอนิ่ม ประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของแม่หมอนิ่มจะต้องฎีกาอยู่แล้ว เนื่องจากศาลพิพากษาลงโทษ แต่ในส่วนของหมอนิ่มเมื่อศาลพิพากษายกฟ้องขึ้นอยู่อัยการโจทก์และโจทก์ร่วมว่าจะฎีกาคำพิพากษาหรือไม่ เพราะเราเป็นฝ่ายชนะคดี
เมื่อถามว่าก่อนมาฟังคำพิพากษาหมอนิ่มมีความกังวลใจหรือไม่ นายชำนาญกล่าวว่า เป็นธรรมดาที่จะกังวลใจอยู่บ้าง เพราะไม่ทราบว่าผลคำพิพากษาจะออกมาเป็นเช่นไร แต่หมอนิ่มก็มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง
เมื่อเวลา 15.30 น.ศาลจังหวัดมีนบุรี มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 2 ระหว่างฎีกาคดัฆ่าเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ โดยศาลตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล



