
อึ้ง!! นักการเมืองใต้ร่วมทุน"เจ๊อ."ทำรีสอร์ทรุกป่า
เพชรบูรณ์-สุดอึ้ง!! นักการเมืองใต้ในคราบนักลงทุน ร่วมทุน"เจ๊อ."และนักพัฒนาที่ดินเมิองสองแคว รุกป่าใกล้พื้นที่ทำเลทองติด"ทุ่งกังหันลม"แฝงทำรีสอร์ท-ลานกางเต้นท์
วันที่ 6 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00 น.คณะเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายฯ นำโดยนายบุญลาภ สุกใส ผอ.สำนักบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (พิษณุโลก),พ.อ.พงษ์เพชร เกษศุภะ ศปป.4 กอ.รมน., พ.ท.เกียรติอุม นาดี ผบ.มงพัน 28,นายชิต อินทรนก ป่าไม้จังหวัดและนายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย ร่วมประชุมกับนายธวัชชัย ทองโคตร ผู้จัดการบริษัทเขาค้อวินเพาเวอร์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขกรณีบริษัทฯไม่ยื่นขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าตามกฎกระทรวงฯฉบับใหม่ปี 2558
และมีนายทุนเริ่มบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่อนุญาตและพื้นที่รอบบริเวณกังหันลม โดยนายบุญลาภ ระบุว่า ตามกฎกระทรวงการขออนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่าพ.ศ.2558 บริษัทฯต้องยื่นขออนุญาตใหม่ โดยทางกรมป่าไม้เคยมีหนังสือแจ้งให้ทราบแต่บริษัทฯเพิกเฉย และยังปล่อยให้มีผู้เข้ามาทำธุรกิจหรือหรือประโยชน์ในพื้นที่อนุญาตถือเป็นการทำผิดเงื่อนไขการขออนุญาต จึงเร่งรัดให้รีบยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง
ในขณะที่นายชิตแจ้งว่า เดิมบริษัทฯขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า 450 ไร่ การลดพื้นที่ขออนุญาตเหลือ 250 ไร่ ต้องแจ้งให้กรมป่าไม้รับทราบพร้อมและต้องทำเรื่องส่งคืนพื้นที่ป่าที่ไม่ได้ใช้ โดยนายธวัธชัยฯ รับปากจะเร่งดำเนินการรวบรวมเอกสาร เพื่อยื่นขออนุญาตภายใน 15 วัน จากนั้นแจ้งให้กลุ่มวิสาหกิจทำธุรกิจรถรางใน 2 หมู่บ้าน หยุดดำเนินการภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2561 นี้ และผู้ใหญ่ใหญ่บ้านในฐานะประธานกลุ่มวิสาหกิจเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านด้วย
จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่บริเวณคณะเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป.) ตรวจยึดที่ดินติดกับแปลงทุ่งกังหันลม หลังพบว่ามีนายทุนซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งจ.สุราษฎร์ธานี ร่วมลงทุนกับ “เจ๊ อ.”นายทุนและนักค้าที่ดินในจ.พิษณุโลกร่วมลงทุนนำเครื่องจักรเข้ามาปรับพื้นที่เตรียมก่อสร้างเป็นรีสอร์ทลานกางเต้น์และร้านอาหาร จึงทำการตรวจยึดพร้อมที่พร้อมเครื่องจักรเพื่อดำเนินคดีไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังเดินทางไปสำรวจแปลงที่ดินที่อยู่ในเขตป่า ที่มีกลุ่มชาวบ้านซึ่งใช้ชื่อกลุ่มวิสาหกิจชมรมท่องเที่ยวเขาหลังถ้ำ เข้ามาจับจองพื้นนที่ตั้งร้านค้าร้านอาคารและที่พัก ซึ่งทั้งสองจุดตางเป็นทำเลทองและมีทิวทัศน์สวยงามสามรถชมทุ่งกังหันลมได้ทั้งสองจุด
และมีนายทุนเริ่มบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่อนุญาตและพื้นที่รอบบริเวณกังหันลม โดยนายบุญลาภ ระบุว่า ตามกฎกระทรวงการขออนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่าพ.ศ.2558 บริษัทฯต้องยื่นขออนุญาตใหม่ โดยทางกรมป่าไม้เคยมีหนังสือแจ้งให้ทราบแต่บริษัทฯเพิกเฉย และยังปล่อยให้มีผู้เข้ามาทำธุรกิจหรือหรือประโยชน์ในพื้นที่อนุญาตถือเป็นการทำผิดเงื่อนไขการขออนุญาต จึงเร่งรัดให้รีบยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง
ในขณะที่นายชิตแจ้งว่า เดิมบริษัทฯขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า 450 ไร่ การลดพื้นที่ขออนุญาตเหลือ 250 ไร่ ต้องแจ้งให้กรมป่าไม้รับทราบพร้อมและต้องทำเรื่องส่งคืนพื้นที่ป่าที่ไม่ได้ใช้ โดยนายธวัธชัยฯ รับปากจะเร่งดำเนินการรวบรวมเอกสาร เพื่อยื่นขออนุญาตภายใน 15 วัน จากนั้นแจ้งให้กลุ่มวิสาหกิจทำธุรกิจรถรางใน 2 หมู่บ้าน หยุดดำเนินการภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2561 นี้ และผู้ใหญ่ใหญ่บ้านในฐานะประธานกลุ่มวิสาหกิจเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านด้วย
จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่บริเวณคณะเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป.) ตรวจยึดที่ดินติดกับแปลงทุ่งกังหันลม หลังพบว่ามีนายทุนซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งจ.สุราษฎร์ธานี ร่วมลงทุนกับ “เจ๊ อ.”นายทุนและนักค้าที่ดินในจ.พิษณุโลกร่วมลงทุนนำเครื่องจักรเข้ามาปรับพื้นที่เตรียมก่อสร้างเป็นรีสอร์ทลานกางเต้น์และร้านอาหาร จึงทำการตรวจยึดพร้อมที่พร้อมเครื่องจักรเพื่อดำเนินคดีไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังเดินทางไปสำรวจแปลงที่ดินที่อยู่ในเขตป่า ที่มีกลุ่มชาวบ้านซึ่งใช้ชื่อกลุ่มวิสาหกิจชมรมท่องเที่ยวเขาหลังถ้ำ เข้ามาจับจองพื้นนที่ตั้งร้านค้าร้านอาคารและที่พัก ซึ่งทั้งสองจุดตางเป็นทำเลทองและมีทิวทัศน์สวยงามสามรถชมทุ่งกังหันลมได้ทั้งสองจุด



