
คลังชูแผน"ฝนตกทั่วฟ้า"ช่วยทุกกลุ่มคนไทย
คลังเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ฝนตกทั่วฟ้า หวังดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนด้อยโอกาสทุกกลุ่ม พร้อมเร่งเบิกงบไทยเข้มแข็งหวังดันจีดีพีโตปีหน้า
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าการดำเนินนโยบายในระยะต่อไป รัฐบาลจะเน้นเดินตามหลักยุทธศาสตร์ฝนตกทั่วฟ้า โดยมีแนวคิดที่จะผลักดันมาตรการส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนที่ด้อยโอกาสเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตระยะยาวซึ่งมีส่วนที่ริเริ่มดำเนินการแล้ว คือการดูแลด้านที่อยู่อาศัยผ่านโครงการบ้านมั่นคงที่อนุมัติวงเงินในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง การออกโฉนดชุมชนเพื่อให้เป็นที่ดินทำมาหากิน
ขณะเดียวกันก็ดูแลด้านรายได้ของประชาชนผ่านการออกพันธบัตรไทยเข้มแข็ง ส่วนเกษตรกรก็ดูแลผ่านโครงการประกันรายได้ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ แม้ว่าช่วงแรกจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่รัฐบาลก็เข้าไปแก้ไข เช่น การตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวในราคาประกันส่งผลให้ช่วงแรกรัฐบาลน่าจะจ่ายชดเชยส่วนต่างราคาแค่ 5-6 พันล้านบาท แต่ช่วยเกษตรกรได้ถึง 3 ล้านราย
นอกจากนั้น รัฐบาลยังมีแนวคิดช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหาหนี้สิน ด้วยการรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ ผ่านการดำเนินการของสถาบันการเงินของรัฐ รวมถึงการเร่งรัดการปล่อยสินเชื่อใหม่เพื่อการประกอบอาชีพผ่านธนาคารประชาชนและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
"ที่สำคัญยังมีนโยบายจะดูแลแรงงานนอกระบบกว่า 24 ล้านคน ด้วยการผ่านร่าง พ.ร.บ.การออมแห่งชาติที่ผ่านการอนุมัติจาก ครม.แล้ว และน่าจะมีผลบังคับใช้กลางปีหน้าโดยหากแรงงานเข้ามาอยู่ในกองทุนทั้งหมดก็จะใช้เงินจ่ายสมทบปีละ 2.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งในช่วง 3 ปีแรกจะใช้เงินจากงบไทยเข้มแข็งหลังจากนั้นจะตั้งงบประมาณจ่ายสมทบให้" นายกรณ์กล่าว
นอกจากการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนแล้วโจทย์สำคัญคือการหารายได้มาใช้ดำเนินงาน ซึ่งจะมาจากการขยายฐานภาษีจากเดิมที่จัดเก็บเพียง 16% ของจีดีพี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาความเหมาะสมต่อไป รวมถึงการลงทุน จะดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมมากขึ้นผ่านโครงการพีพีพี โดยปี 2553 จะสามารถชี้วัดได้ว่าการใช้เงินมีประสิทธิภาพมากเพียงไร ซึ่งสะท้อนจากตัวเลขจีดีพีต้องขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3% และการเบิกจ่ายเม็ดเงินจาก 3.5 แสนล้านบาทนั้นน่าจะเบิกได้ 3 แสนล้านบาท รวมกับงบประมาณปกติอีก 1.7 ล้านล้านบาท เป็น 2 ล้านล้านบาทน่าจะเพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจ



