
หวั่นมาบตาพุดฉุดจีดีพีธปท.คงดบ.1.25%
ธปท.ห่วงโครงการมาบตาพุดฉุดจีดีพี ยกเหตุผลคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ยันค่าบาทเทียบกับประเทศคู่ค้าอ่อน 1% ยังแข่งขันได้ ด้าน "พรทิวา เปิดตัวเลขส่งออก 9 เดือนยังติดลบ 21.4% มั่นใจปีหน้าขยายตัว 10%
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีความเป็นห่วงต่อโครงการชะลอการลงทุนมาบตาพุดตามคำสั่งของศาลปกครอง เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ให้ปรับลดลง เนื่องจากโครงการมาบตาพุดมีเงินลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 4 แสนล้านบาท โดยจำนวน 2 แสนล้านบาทจะใช้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งขณะนี้มีการกู้ยืมเงินแล้วประมาณ 9 หมื่นล้านบาท
จากความเป็นห่วงกรณีดังกล่าว กนง.จึงมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ต่อปี อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับการประเมินเศรษฐกิจไทยว่ามีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามแรงส่งของเศรษฐกิจโลก ขณะที่แรงกดดันของเศรษฐกิจต่อภาวะเงินเฟ้อในขณะนี้ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ
ส่วนค่าเงินบาทนั้น หากเทียบกับประเทศคู่ค้า 21 ประเทศ ตั้งแต่ต้นปีถึงไตรมาส 3 พบว่าอ่อนค่าลง 1% ซึ่งหมายความว่ายังแข่งขันได้ แต่หากเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 3 พบว่ามีการแข็งค่าขึ้น 2.5% ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวติดลบน้อยกว่าที่คาด โดยลบเพียง 3% จากที่เคยคาดว่าจะติดลบถึง 9% ส่วนปีหน้าน่าจะขยายตัวได้ 3% เศษ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าส่งสัญญาณการฟื้นตัวและยังได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออกเดือนกันยายน 2552 ว่ามีมูลค่า 14,904.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 8.5% ส่วนการส่งออก 9 เดือนแรกปีนี้ มีมูลค่า 109,301.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 21.42% ทั้งนี้ แม้การส่งออกทองคำจะมีมูลค่าสูงในเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่หากหักสินค้าทองคำออกไป ก็ยังถือว่าการส่งออกอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ และมองว่าน่าจะเป็นไปได้ตามเป้าหมายการส่งออกปีนี้ ที่ลดลง 10-13% ส่วนการส่งออกปีหน้ามั่นใจว่าจะขยายตัว10%



