
สั่งเชือดผู้ประกอบการชายหาดเกาะลันตาเหตุไม่ทำตามกติกา
นายอำเภอเกาะลันตา ยั๊วะ สั่งเชือดผู้ประกอบการร่มผ้าใบ หาบเร่ ร้านอาหารบนชายหาดเกาะลันตา หลังผู้ประกอบการล้ำเส้น ไม่ยอมทำตามกติกาลั่นทุกคนต้องทำตามกฎหมาย
(2มี.ค.) นายภิรมย์ มีรุ่งเรือง นายอำเภอเกาะลันตา จ.กระบี่ กล่าวว่า จากปัญหาที่มีผู้ประกอบการนำเก้าอี้ผ้าใบ ร่มกางชายหาด หรือคนเดินเร่ขายของ รวมทั้งร้านอาหาร ตามบริเวณชายหาดต่างๆ ของเกาะลันตา ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ต่อการท่องเที่ยวของเกาะลันตา และจังหวัดกระบี่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะที่บริเวณชายหาดคลองดาว ม.1 ต. ศาลาด่าน
ซึ่งที่ผ่านมา ตนได้รับการร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง ทางอำเภอจึงได้มีการประชุมหารือ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาด่าน ซึ่งมีผู้ประกอบการนำเก้าอี้ผ้าใบ ร่มกางชายหาด หรือคนเดินเร่ขายของ รวมทั้งร้านอาหาร เข้ามาบริเวณชายหาดเป็นจำนวนมาก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน และเพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวงานเทศกาลลานตาลันตา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7-9 มีนาคม 2552 นี้ด้วย
นายภิรมย์ มีรุ่งเรือง นายอำเภอเกาะลันตา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาทางอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ได้ยอมยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบอาชีพเก้าอี้ผ้าใบ ร่มกางชายหาด หมอนวดแผนโบราณ หรือคนเดินเร่ขายของ ให้อยู่ตามริมชายหาดได้ แต่อย่ารุกล้ำในบริเวณชายหาดมากจนเกินพอดี ทั้งนี้ เพราะเห็นใจผู้ประกอบการที่ต้องประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว และถือว่าเป็นการทำมาหากินโดยสุจริต แต่ขณะนี้ปรากฏว่าผู้ที่ได้รับการยืดหยุ่นกลับมีพฤติกรรมได้คืบจะเอาศอก ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งเป็นการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวและสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินเล่นตามและพักผ่อนตามชายหาด ดังนั้น เมื่อไม่มีใครปฏิบัติตามกฎหมายที่มีไว้ จึงได้สั่งกำชับให้ผู้เกี่ยวข้อง ดำเนินการอย่างเคร่งครัด ในตอนแรกจะใช้วิธีโดยละมุนละม่อม เพื่อไม่ให้เป็นการรังแกผู้ประกอบการ พร้อมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎกติกา ที่จะต้องปฏิบัติร่วมกัน หากไม่ได้ผลในขั้นตอนแรก ก็จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพราะถ้าปล่อยไว้จะส่งผลเสียต่อภาพรวม และอีกไม่กี่วันทางเกาะลันตาก็จะมีการจัดเทศกาลใหญ่ ประจำปี คือเทศกาลลานตาลันตา ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวทางมาจำนวนมาก เดินทางเข้ามายังพื้นที่เกาะลันตา "อำเภอเกาะลันตา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนเวีย และยุโรป ซึ่งส่วนใหญ่จะเดินทางมากันเป็นครอบครัว และมากพักผ่อนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ถึง1 เดือน ฉะนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างภาพลักษณ์ และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่มาเยือน เพราะแหล่งแหล่งท่องเที่ยว เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของนักท่องเที่ยว และผลประโยชน์ก็จะตกแก่ชาวเกาะลันตา แต่หากกลุ่มผู้ประกอบการไม่ช่วยกันรักษา ก็จำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อไป



