
นายพลผู้อ่อนไหว
ซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน ทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียเป็นสมัยที่ 2 ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
อะไรกันหนอที่ทำให้นายทหารผู้ซื่อสัตย์ต่อรัฐบาลทรราชย์ "ซูฮาร์โต" กลับกลายมาเป็นคนที่ชาวอิเหนาให้ความไว้วางใจปกครองประเทศต่ออีก 5 ปีได้
นายพลผู้เคร่งขรึม วัย 60 ปีผู้นี้ก้าวขึ้นสู่อำนาจในการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงครั้งแรกของแดนอิเหนาเมื่อปี 2547 ตลอดเวลาที่ครองตำแหน่ง ยุดโดโยโนได้เครดิตจากเรื่องที่อินโดนีเซียมีความสงบเรียบร้อยต่างจากที่เคยเป็นมาในอดีต เลยทำให้เขาได้รับชัยชนะท่วมท้นอีกครั้งในการเลือกตั้งรอบ 2 โดยกวาดคะแนนเสียงไปได้ถึง 60.8% ทิ้งห่างเมกะวตรี ซูการ์โนบุตรี ผู้ได้ที่ 2 ด้วยคะแนนเพียงแค่ 26.8% ชนิดไม่เห็นฝุ่น
ยุดโดโยโนผู้มีชื่อเล่นว่า "เอสบีวาย" มีสไตล์การบริหารประเทศแบบไม่เผชิญหน้า ซึ่งทำให้เขาถูกวิจารณ์ว่า "ไม่เด็ดขาด"
แต่ถึงกระนั้น เขาก็เอาตัวรอดมาได้ทั้งที่ต้องเจอกับงาน หินสุดๆ นั่นคือ การปกครองประเทศที่ได้ชื่อว่าคอรัปชั่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แถมยังเต็มไปด้วยความยากจน การก่อความไม่สงบจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอาเจะห์ และปาปวน รวมถึงกลุ่มก่อการร้ายอย่างเจไอ
เท่านั้นยังไม่พอ ยุดโดโยโนยังเป็นผู้นำที่ต้องเจอภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายต่อหลายครั้ง เริ่มจากสึนามิในปี 2547 ที่คร่าชีวิตคนไปกว่า 168,000 คนในอาเจะห์ ล่าสุด ก็แผ่นดินไหวครั้งใหญ่บนเกาะสุมาตราเมื่อปลายเดือนกันยายน ที่คร่าชีวิตคนไปกว่าพันคน
คนที่เชื่อโชคลางถึงกับตีความไปว่าสมญา "เอสบีวาย" ของยุดโดโยโนนั้นหมายถึงคำว่า "เซลาลู เบนคานา ยา" ในภาษาท้องถิ่น ซึ่งแปลได้ว่า "หายนะอยู่ตลอดเวลา" เลยทีเดียว
เห็นขรึมๆ แบบนี้ แต่จริงๆ แล้วยุดโดโยโนเป็นคนอ่อนไหวไม่หยอก ท่านนายพลผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความรักในเสียงดนตรี และเคยออกอัลบั้มเพลงรักมาแล้วหลายต่อหลายอัลบั้ม ล่าสุด เป็นรวมเพลงบัลลาดที่ชื่อว่า "มาย ลองกิง ฟอร์ ยู"
ที่กลายเป็นข่าวฮือฮากันมากก็คือเรื่องที่อดีตนายทหารผู้แสนจะเคร่งขรึมคนนี้ร้องไห้ออกมาระหว่างดูหนังรักโรแมนติกเรื่อง "อยัต อยัต ซินตา" (บทกวีแห่งรัก)
ทำให้ได้คะแนนความน่ารักขึ้นมาโขเลยทีเดียว
ทัศนีย์ สาลีโภชน์



