ข่าว

ป่าตองไร้ผู้มีอิทธิพล "เสี่ยอ้วน" ไม่ได้เป็นมาเฟีย

ป่าตองไร้ผู้มีอิทธิพล "เสี่ยอ้วน" ไม่ได้เป็นมาเฟีย

06 ส.ค. 2561

ผกก.ป่าตอง เผย ผู้บังคับบัญชาสั่งตรวจสอบสำนวนคดี "เสี่ยอ้วน" ฆ่าคนขายไอศกรีมใหม่ ยัน ไม่ก้าวล่วงกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้อง เผยที่ผ่านมาเคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว 5 ครั้ง

               กรณีคนร้ายยิง น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส เสียชีวิตคาลานจอดรถฝั่งตรงข้ามหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ม.6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และหนึ่งในผู้ต้องหาคดีดังกล่าวคือ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน เจ้าของธุรกิจสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพื้นที่ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ล่าสุด มีกระแสข่าวลือ  สะพัด !! จับแล้ว "เสี่ยอ้วน - บ่าว" (อ่านต่อ...)

 

 

 

               พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนของตนยังไม่ได้รับการติดต่อจากนายปัญญาว่าจะมามอบตัวแต่อย่างใด ส่วนการตรวจสอบบ้านพักและสถานประกอบการของนายปัญญา ทางเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และไม่เจอตัวแต่อย่างใด ส่วนคดีของนายปัญญาที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะคดียิง นายอำพัน สุขสวัสดิ์ อายุ 47 ปี คนขายไอศกรีมเสียชีวิตในหอพักพนักงาน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งอัยการสั่งไม่ฟ้องนั้น ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้สั่งให้ สภ.ป่าตอง นำสำนวนมาตรวจสอบใหม่ว่าพนักงานสอบสวนทำคดีรอบคอบหรือไม่อย่างไร

               “คดีดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่ง ซึ่งได้เรียกพนักงานสอบสวนมาดูสำนวนแล้ว พบว่าความเห็นในชั้นพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 แต่ทางอัยการจังหวัดภูเก็ตได้เห็นต่าง โดยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมาถึง สภ.ป่าตอง เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2561 ซึ่งในส่วนนี้ตนคงตอบไม่ได้ว่าเพราะเหตุใด และคงไม่ไปก้าวล่วงในส่วนนั้น”

               พ.ต.อ.อโณทัย กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังของนายปัญญา พบว่า เคยถูกดำเนินคดี รวม 5 ครั้ง ได้แก่ พ.ศ. 2556 เคยถูกดำเนินคดีทำร้ายร่างกาย จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2558 เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ศ. 2560 เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และคดีก่อเหตุยิงคนขายไอศกรีมเสียชีวิต แต่ทางอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพชาวต่างชาติถูกทำร้ายผ่านโซเชียลนั้นเป็นเรื่องของการทะเลาะวิวาท ซึ่งเกิดนอกสถานประกอบการของนายปัญญา

 

 

 

               นายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ประธาน กก.ตร.สภ.ป่าตอง และประกอบการธุรกิจในพื้นที่หาดป่าตอง กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายออกมาบอกว่า นายปัญญาเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ป่าตอง และสามารถทำร้ายใครก็ได้ ซึ่งอยากจะบอกว่า ไม่เป็นความจริง นายปัญญาไม่ได้เป็นผู้อิทธิพลหรือเป็นมาเฟีย เพราะป่าตองเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นเมืองเศรษฐกิจ ดังนั้น เรื่องภาพลักษณ์และความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากคนที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะมุ่งเน้นการทำมาหากิน การสร้างงานและสร้างรายได้ และป่าตองเป็นเมืองเศรษฐกิจที่เดินมาไกล การทำงานในพื้นที่เมืองเศรษฐกิจต้องใช้ทุนมากกว่าใช้กำลัง การจะมีผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟียจึงเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะในรัฐบาลยุคนี้ ซึ่งมีการปราบปรามอย่างเด็ดขาด ส่วนคดีของนายปัญญานั้น มองว่า เป็นเรื่องของชู้สาวมากกว่า และคนป่าตองโดยเฉพาะคนที่รู้จักนายปัญญาจะรู้ดีว่าเขาเป็นคนอย่างไร

               “การที่ใครจะก่อเหตุในพื้นที่ป่าตองนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะปัจจุบันมีกล้องวงจรปิดทั่วทั้งเมือง นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายตาสับปะรดในภาคประชาชน ตลอดจนความร่วมมือของคนในชุมชนกับทางเจ้าหน้าที่รัฐ และเมื่อเกิดเหตุขึ้นก็สามารถที่จะตามจับตัวผู้ก่อเหตุได้ และอยากจะถามกลับไปบ้างว่า หากป่าตองเป็นเมืองที่มีอิทธิพลหรือไม่มีความปลอดภัย ทำไมนักท่องเที่ยวจึงยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่า การที่นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเขาย่อมมั่นใจในความปลอดภัยของป่าตอง” นายปรีชาวุฒิ กล่าว

 

 

 

ป่าตองไร้ผู้มีอิทธิพล "เสี่ยอ้วน" ไม่ได้เป็นมาเฟีย

 

 

 

ป่าตองไร้ผู้มีอิทธิพล "เสี่ยอ้วน" ไม่ได้เป็นมาเฟีย

 

 

 

ป่าตองไร้ผู้มีอิทธิพล "เสี่ยอ้วน" ไม่ได้เป็นมาเฟีย

 

 

 

ป่าตองไร้ผู้มีอิทธิพล "เสี่ยอ้วน" ไม่ได้เป็นมาเฟีย

 

 

 

ป่าตองไร้ผู้มีอิทธิพล "เสี่ยอ้วน" ไม่ได้เป็นมาเฟีย