ข่าว

กมธ.บี้ผอ.กองสลากแจงจัดโควต้าล็อตเตอรรี่

กมธ.บี้ผอ.กองสลากแจงจัดโควต้าล็อตเตอรรี่

21 ต.ค. 2552

“กมธ. กฏหมาย ยุติธรรม” เรียกสอบ “ผอ.กองสลาก” บี้ จัดสรรโควสต้า “ล็อตเตอรรี่” ใหม่ พร้อมแก้ปัญหาขายเกินราคา ด้าน “ผอ.กองสลาก” ยัน จัดโควต้าสลากใหม่ 5 องค์กรใหม่ โปร่งใส ยึดหลัก ได้รับงดเว้นภาษีจากสรรพากร

 (21ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อเวลา 12.00 น. คณะกรรมาธิการ การกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายประชา ประสบดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยเป็นประธาน ได้เรียกนายวันชัย สุระกุล ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเข้าชี้แจงถึงการจัดสรรโควต้าลอตเตอรรี่ที่ บอร์ดกองสลากได้มีมติให้พิมพ์เพิ่มอีก 4 ล้านฉบับ เนื่องจากมีสมาคม องค์กรต่างๆร้องเรียนว่ามีการจัดสรรโควตาสลากชุดใหม่ไม่เป็นธรรมและการขายเกินราคาที่กำหนด

 นายวันชัย สุระกุล ชี้แจงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลได้พิจารณาองค์กรที่ประสงค์ขอรับการจัดสรรสลากกินแบ่งในส่วนพิมพ์เพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. และเห็นควรให้ 5 องค์กรผ่านการตรวจสอบ ได้แก่ 1. มูลนิธิสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กพิการปากเกร็ด 2. มูลนิธิพันเอกจินดา ณ สงขลา 3. มูลนิธิโรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อน 4. สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย และ 5. มูลนิธิโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และการพิจารณาคัดเลือกองค์กรเป็นไปด้วยความโปร่งใส ยึดคุณสมบัติที่องค์กรเหล่านี้จะต้องเป็นองค์กรการกุศล ที่ได้การยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีตามประกาศของกรมสรรพากร อย่างไรก็ตาม ทั้ง 10 องค์กรที่ไม่ผ่านการตรวจสอบครั้งนี้สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ต่อไป ส่วนสลากที่เหลืออยู่ให้มูลนิธิสำนักงานสลากกินแบ่งรับไปจำหน่ายระหว่างอุทธรณ์

 ด้าน นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ ประธาน กมธ. ได้ซักถามถึงกรณีที่ องค์กรที่เป็นสมาคมเพื่อสาธารณกุศลหลายๆ องค์กร ไม่ได้รับการจัดสรรโควต้าในครั้งนี้ อาทิ สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย พร้อมขอเอกสารรายละเอียดเพื่อจะมาพิจารณาตรวจสอบแต่ละกระทรวงต่อไป และยังได้สอบถามกรณีเรื่องร้องเรียน ที่มียี่ปั๊ว และ คนใกล้ชิด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดสรรโควต้าสลากกินแบ่ง ซึ่ง นายวันชัย ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ตามที่ถูกร้องเรียน

 นอกจากนี้ ที่ประชุมกรรมาธิการยังได้หารือถึงมาตรการแก้ปัญหา การจำหน่ายสลากกินแบ่งในราคาเกินกว่าที่กำหนด โดยนายประชา ได้เสนอให้ พิมพ์ คำเตือนเรื่องการห้ามจำหน่ายสลากกินแบ่งลงในตัวสลากกินแบ่ง ขณะที่ นายโกวิทย์ ธาราณา สงส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มีการตั้งรางวัลนำจับให้กับผู้แจ้งเรื่องการซื้อสลากกินแบ่งเกินราคา ด้านนายวันชัย อธิบายว่า ปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งราคาแพง เนื่องมาจากอุปสงค์ที่มีมากกว่าอุปทาน ซึ่งแม้จะพิมพ์เพิ่มอีก 4 ล้านฉบับในงวดวันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ซื้อ ซึ่งหากจจะแก้ปัญหาจริงๆต้องพิมพ์ เพิ่มมากกว่านี้

 ขณะที่นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ได้กล่าวว่า ขอให้ทางสำนักงานกองสลากไปแก้ไขการขายสลากกินแบ่งราคาแพงเกินจริงด้วย เพราะทราบว่าราคาออกจากกองสลากคู่ละ 73 บาทเศษ แต่มีการตั้งบริษัทของผู้ค้ารายใหญ่ไม่กี่คนที่จดแจ้งตั้งบริษัทในชื่ออื่นๆทำการซื้อสลากและรวบรวมโโยทำการจัดชุดเลขสลากและขายออกต่อให้ผู้ค้ายี่ปั้ซ ซาปั้วในราคาคู่ละ 90 บาท เมื่อราคามาถึงผู้ค้ารายย่อยจึงมีราคาแพงตกคู่ละ 100 - 110 บาท และการแจ้งให้ตำรวจไปจับผู้ค้ารายเล็ก ยี่ปั้ว ซาปั้ว ไม่ได้ประโยชน์ หษกจะแจ้งจับให้จับขาใหญ่ที่ซื้อสลากมารวมเล่ม จึงขอเสนอให้ตั้งรางวัลนำจับไปเลยใครแจ้งเบาะแสชี้จับได้ให้รายละ 5 แสนถึง 1 ล้านบาท เชื่อว่าที่สุดผู้ค้ารายย่อยจะเป็นคนแจ้งตำรวจให้จับพวกเจ้าพ่อ เจ้าแม่ขาใหญ่เอง เพราะตนมีข้อมูลว่ามีผู้ค้ารายใหญ่อักษรย่อ ย และ ต.ยังมีอิทธิพลอยู่รวมถึงกลุ่มข้าราชการบางกลุ่มด้วย หากกองสลากตั้งใจปราบปรามการขายเกินราคาจริงให้ตั้งรางวัลนำจับและให้คิดว่า หากการขายสลากกินแบ่งของรัฐทำให้รัฐขาดทุนและชาวบ้านได้ประโยชน์ก็สมควรที่จะขาดทุน เพราะเป็นความหวังของชาวบ้าน กองสลากกำไรน้อยลงไม่เป็นไร ลดกำไรเหลือร้อยละ 10 จากที่ตั้งไว้ร้อยละ 28 ก็เชื่อว่ายังสามารถอยู่ได้ หากยังคงเดินหน้าทำหวยออนไลน์อีกเชื่อว่าจะเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย ขอให้นำข้อสังเกตนี้ไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมด้วย และตนจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดสรรโควต้าสลากกินแบ่งเพิ่มเติมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากกรณีที่ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกฯ และสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือขอรับคืนโควต้าสลากเดิมที่ถูกเรียกคืนไปก่อนหน้านี้ ก่อนจะนำมาสู่มติของที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งให้พิมพ์ลากกินแบ่งเพิ่มเติมอีก 4 ล้านฉบับ เพื่อคืนโควต้าเดิมให้กับทั้ง 2 องค์กร และส่วนที่เหลือให้นำมาจัดสรรกับองค์กรที่เคยถูกเรียกโควต้าคืนในคราวเดียวกับทั้ง 2 สมาคม นี้ แต่ปรากฏว่าสุดท้าย มีเพียงแค่ 15 องค์กร แสดงความประสงค์ขอรับสลาก และมี 5 องค์กรทีผ่านการพิจารณา