
3เหล่าทัพ+ตร.คุมเข้ม"อาเซียน"รปภ.แน่นหนาทั้งบก-ฟ้า-น่านน้ำ
กำลังพลเกือบ 2 หมื่นนาย ได้ลงพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วตามแผนยุทธการ "ชะอำ-หัวหิน 521" เพื่อดูแลความปลอดภัยผู้นำ 16 ประเทศที่เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 ตั้งแต่วันที่ 23-25 ตุลาคมนี้
กำลังพลทั้งทหาร-ตำรวจ-พลเรือนอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย (ศอร.รปภ.)
แผนรักษาความปลอดภัยครั้งนี้ ศอร.รปภ.กำหนดแผนปฏิบัติงานครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ
ส่วนในพื้นที่ชั้นนอกจะมีตำรวจเป็นผู้ดูแลและควบคุมความปลอดภัยร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน มีหน้าที่ตรวจตราการเข้าออกของรถที่ผ่านเข้ามาในบริเวณการจัดประชุมตามการแยกประเภทของ "สติกเกอร์ 5 สี" ที่ได้แจกจ่ายให้ประชาชนไปก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ยังมีการนำระบบ Asian Lane (อาเซียน เลน) มาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่รถผู้นำต่างชาติ และสื่อมวลชน
สำหรับการจัดกำลังในส่วนของ 3 เหล่าทัพ มีการบูรณาการกำลัง และแบ่งหน้าที่รับผิดชอบออกเป็น 3 ส่วน คือ
1.หน่วยเฉพาะกิจ 1 (ฉก.1) ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ 5 ตำบลของ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
2.หน่วยเฉพาะกิจ 2 (ฉก.2) ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ 4 ตำบลของ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
3.หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ (ฉก.รปภ.) รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยผู้นำต่างชาติ และบุคคลสำคัญ ทั้งระหว่างการเดินทางเข้าร่วมประชุม อยู่ในสถานที่ประชุม และในโรงแรมที่พัก
โดยในส่วนของกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้บัญชาการการใช้กำลังในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
สำหรับพื้นที่ อ.ชะอำ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อุทิศ สุนทร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) จ.กาญจนบุรี ดูแลพื้นที่ 5 ตำบล โดยมีการตั้งศูนย์เฉพาะกิจ 1 (ฉก.1) อยู่ที่บริเวณวนอุทยานชะอำ จ.เพชรบุรี
ส่วนพื้นที่ อ.หัวหิน ได้มอบหมายให้ พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) จ.ปราจีนบุรี ดูแลพื้นที่ 4 ตำบล โดยมีการตั้งศูนย์เฉพาะกิจ 2 (ฉก.2) อยู่บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
ด้านกองทัพเรือ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจทหารเรือ (ฉก.ทร.) ที่อาคารนาวีภิรมย์ โดยมอบหมายให้ พล.ร.ท.ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาค 1 เป็นผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจทหารเรือ
กองทัพเรือจะรับผิดชอบบริเวณน่านน้ำจากจุดการประชุมประมาณ 3 ไมล์ทะเล (5.6 กิโลเมตร) โดยจัดเรือตรวจการณ์ ทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก รวมกัน 12 ลำ
ทั้งนี้ ยังไม่นับเรือยางของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และเฮลิคอปเตอร์อีกจำนวนหนึ่งเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่พื้นที่เฝ้าระวัง 12 ไมล์ทะเล
ขณะที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจทหารอากาศ (ฉก.ทอ.) ที่สนามบินหัวหิน เพื่อดูแลความปลอดภัยสนามบินหัวหิน และการควบคุมทางอากาศทั้งหมด
โดยมี พล.อ.ท.วินัย เปล่งวิทยา รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็นผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจทหารอากาศ โดยขณะนี้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ท่าอากาศยานนานาชาติหัวหินเรียบร้อยแล้ว
กองทัพอากาศยังจัดเตรียม "เครื่องบินขับไล่สกัดกั้น" 3 หน่วยบิน โดยวางกำลังไว้ที่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา กองบิน 4 จ.นครสวรรค์ และกองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อปฏิบัติภารกิจเร่งด่วน เช่น บินคุ้มกันอากาศยานบุคคลสำคัญ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมี "เครื่องบินลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย" โดยใช้เครื่องบินโจมตีธุรการแบบที่ 2 (AU-23A) ทำการบินถ่ายทอดภาพสถานการณ์
กองทัพอากาศยังกำหนด "เขตห้ามบินเหนือพื้นที่จัดการประชุม" ทั้งยังจัดเครื่องบินลำเลียง พร้อมเฮลิคอปเตอร์บินลำเลียงสนับสนุนการเคลื่อนย้ายกำลังพลเมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วน
รวมทั้งส่งสารวัตรทหารอากาศ และหน่วยบัญชาการอากาศโยธินเพื่อรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ตลอดจนโรงแรมที่พัก
ขณะเดียวกันยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ชุดตรวจสอบ-เก็บกู้วัตถุระเบิด, เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง, ชุดสุนัขทหารตรวจการณ์พื้นที่ และรถยนต์บรรทุกดูแลการเคลื่อนย้าย
มีรายงานว่า ขณะนี้ชุดปฏิบัติทั้ง 3 เหล่าทัพกับอีก 1 ตำรวจได้ลงพื้นที่ และเริ่มปฏิบัติภารกิจแล้วตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม โดยจะยังคงปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันที่ 27 ตุลาคมนี้ เพื่อดูแลให้การประชุมระดับนานาชาติครั้งสุดท้ายในผืนแผ่นดินไทยปลอดภัยไร้กังวลที่สุด
ทีมข่าวความมั่นคง



