ข่าว

จับสัญญาณ"สงครามสีเขียว"!

จับสัญญาณ"สงครามสีเขียว"!

22 ต.ค. 2552

"...ในเร็วๆ นี้อยากจะให้ระวัง.. “สีเขียวเสียดสี”...กันอย่างรุนแรงจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด และผลจากการเสียดสีกันในครั้งนี้จะเกิด “ประกายไฟ”

 ขึ้นอย่างน่ากลัว...บ้านเมืองคงต้องบอบช้ำที่เกิดจากการ “เสียดสี” กันของ “สีเขียว”...เศรษฐกิจช้ำหนักขึ้น...ตลาดหุ้นสะเทือนอย่างรุนแรง... “คนเป็นใหญ่” จะเสียชีวิต... “ตะขาบเหล็ก” จะวิ่งพล่านทั่วเมือง...เสียงปืนดังไปทั่ว...เสียงระเบิดเกิดขึ้นเป็นแห่งๆ กองกำลังไม่ปรากฏสัญชาติจะร่วมกับแดงไม่ธรรมดา...ผู้คนจะล้มตาย...บุคคลระดับ VIP จะบินออกนอกประเทศ...ความชุลมุนวุ่นวายจะเกิดไปทั่ว...มองหาคน “รูปหล่อ” ไม่เห็น ไม่รู้ใครเป็นใคร...หากมัวแต่ทะเล่อทะล่าก็จบสิ้นทั้งอินทรีย์...ตาอินกะตานา...มัวแต่ทะเลาะกัน...ตาอยู่มาเดี๋ยวเดียวคว้าพุงปลาไปกิน..."

 18 พฤษภาคม 2552 โหรการเมืองชื่อดังที่ชื่อ "หมอนิด" กิจจา ทวีกุลกิจ ได้ทำนายสถานการณ์บ้านเมืองเอาไว้อย่างนี้ ท่ามกลางความสนเท่ห์ของใครต่อใครหลายคน เพราะเชื่อครึ่ง-ไม่เชื่อครึ่ง

 แต่มาถึงวันนี้ 20 ตุลาคม 2552 หลังจากคำทำนาย 5 เดือน ดูเหมือนว่าคำทำนายที่ว่านั้นคลับคล้ายคลับคลาว่าอาจจะเกิดขึ้นจริงซะแล้ว

 หลังจากขบวนพาเหรดของนายทหาร ตท.10 ราว 40 คน ตบเท้าเข้าพรรคเพื่อไทย ให้หลังจากที่ "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นำทีมกลุ่มนายทหารยังเติร์ก จปร.7 เสริมทัพเพื่อไทยของ "นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร" ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว

 "สงครามสีเขียว" อาจจะไม่ใช่การคาดเดาที่เกินเลยไปนัก เพราะนับจากวันที่ "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ออกโรงเตือน "บิ๊กจิ๋ว" ระวังทรยศชาติ มาจนกระทั่งวันนี้

 มันได้สะท้อนภาพที่ชัดเจนเป็นอย่างยิ่งของ "คณะนายทหาร" ที่ต่างเลือกข้างแล้ว !!!

 ดูคล้ายกับว่าข้างหนึ่งถูกนำทัพโดย "อดีตนายกฯ 8 ปี" และอีกข้างนำทัพโดย "อดีตนายกฯ 11 เดือนเศษ"

 ยิ่งเมื่อเห็นท่าทีของฝ่ายหลัง จากการให้สัมภาษณ์ของเหล่านายทหารการเมืองรุ่นล่าสุด ยิ่งทำให้เห็นร่องรอยปฏิปักษ์ และความขัดแย้ง ที่โยงถึงแนวโน้มของสถานการณ์ที่รอวันปะทุในวันข้างหน้าได้เป็นอย่างดี

 ไม่ว่าจะเป็นท่าทีจาก อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก "พล.อ.อำนวย ถิระชุณหะ" ที่เชื่อมั่นว่า...

 "...หลังจากที่นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 เข้าพรรคเพื่อไทยนั้น การเมืองจะร้อนแรงขึ้น เพราะวันนี้สถานการณ์ของพรรคร่วมรัฐบาลก็ปริร้าวสนิมเกิดจากเนื้อในตน และที่ผ่านมารัฐบาลมีความไม่ชอบธรรมหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการทุจริต การแบ่งปันผลประโยชน์พรรคร่วม การแช่แข็งฎีกาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลุ่มของผมที่เข้ามาจะทำให้พรรคเข้มแข็งขึ้น..."

 และ...

 "กลุ่มตท.10 พร้อมจะสู้ในประเด็นที่ถูกมองว่าใครมาอยู่เพื่อไทยทรยศชาติ ไม่ใช่การไปสู้กับพล.อ.เปรม แต่สู้ด้วยการทำให้ประชาชนเห็นว่าถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยแล้วจะได้อะไร"

 หรือแม้แต่สัญญาณที่ส่งออกมาจาก พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่โต้กลับ "ป๋าเปรม" อย่างตรงไปตรงมา

 "อย่าผูกขาดความรักชาติไว้เพียงคนเดียว อย่ามองว่า ใครมีความคิดไม่ตรงกับท่านว่าคนเป็นทรยศชาติ และในช่วงที่รับราชการ ท่านอยู่ในห้องเย็นขณะที่ผมถือปืนอยู่ป่าเขา แต่เราก็มีแนวคิดตรงกันคือ อยากให้บ้านเมืองมีสันติสุข วันนี้ขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่หวังของประชาชน"

 แน่นอนว่า เมื่อจับสัญญาณความเคลื่อนไหวจากฟากฝั่งพรรคเพื่อไทยในระยะนี้ จะเห็นถึง "ความฮึกเหิม" สุดขีด อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางกระแสข่าวลือต่างๆ ในบ้านเมือง

 และสัญญาณที่ว่านี้ ก็แน่นอนอีกเหมือนกันว่าคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานอย่าง "ป๋าเปรม" ย่อมเล็งเห็นอย่างแจ่มชัด ถึงได้ส่งสัญญาณ "ทรยศชาติ" ให้ได้รับรู้กันทั่วทั้งสังคม

 สถานการณ์ของฝ่าย "เพื่อไทย" ณ วันนี้ก็ไม่ต่างจากการเตรียมความพร้อมทุกรูปแบบ ทั้งกระสุนดินดำ เสบียงกรังและกำลังพล

 เป็นกำลังพลที่ผนึกร่วมกันทั้งกองกำลัง "สีเขียว" และ "สีแดง"

 ดังนั้น เมื่อสถานการณ์เดินมาถึงจุดที่ต่างฝ่ายต่างเลือกข้าง และโชว์ศักยภาพเต็มพิกัดของตัวเองอย่างชัดเจน ความตึงเครียดย่อมเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว

 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่าย "รุกเร้า" และ "เร่งปฏิกิริยา" เพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้

 นั่นหมายถึงว่าเวลาที่ฝ่าย "นักโทษชายทักษิณ" ต้องการปิดเกม เหลือเวลานับถอยหลังอีกเพียงแค่ 2 เดือนเศษเท่านั้น

 นั่นย่อมแสดงว่า สถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่ในเวลานี้ พร้อมที่จะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ

 เพราะเมื่อฝ่าย "นักโทษชายทักษิณ" คิดการใหญ่ ถึงขั้นสะสมกำลังพลครบมือไว้แล้วอย่างนี้

 "สงครามคนกันเอง" ระหว่างสีเขียว น่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ไม่นาน

 เป็นสงครามที่...ต่างฝ่าย ต่างแพ้ไม่ได้ด้วยกันทั้งคู่ !!!

 โต๊ะข่าวการเมือง