ข่าว

ประชาคมอาเซียน

ประชาคมอาเซียน

22 ต.ค. 2552

ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคมนี้ ไทยจะมีโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งสุดท้าย ที่จะพิสูจน์ตัวเองต่อประชาคมโลกว่าสามารถทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ครั้งที่ 15 และการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา

 ได้ดีหรือไม่ ถ้าทำได้ด้วยความราบรื่น ก็สามารถเรียกคืนความเชื่อมั่นและเกียรติภูมิของประเทศกลับคืนมา ทดแทนความล้มเหลวคราวการประชุมที่พัทยา เมื่อเดือนเมษายน ที่ถูกกลุ่มเสื้อแดงก่อจลาจลวุ่นวายจนต้องล้มการประชุมด้วยความทุลักทุเล ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศจนถึงทุกวันนี้

 ระหว่างการประชุมครั้งนี้ จะมีการลงนามในเอกสารข้อตกลง 42 ฉบับ และออกเอกสารลงนามระดับผู้นำ 3 ฉบับ ได้แก่ ปฏิญญาชะอำ-หัวหิน เนื่องในโอกาสจัดตั้งคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นทางการ ปฏิญญาชะอำ-หัวหินว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษา เพื่อบรรลุประชาคมอาเซียนที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 นอกจากนี้ ยังมีเอกสารแถลงการณ์ชะอำ-หัวหินว่าด้วยความร่วมมือเกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานชีวภาพ และการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตลอดจนการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจา เช่นจีน เกี่ยวกับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางด้านมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และการตรวจสอบและรับรอง เป็นต้น

 ในส่วนของภาคประชาสังคมแล้ว ประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งก็คือ การขับเคลื่อนให้จัดตั้งประชาคมอาเซียนที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน ปูทางให้ภาคประชาสังคมมีบทบาทมากขึ้นในการประชุมสุดยอด ไม่นับรวมไปถึงการเรียกร้องให้เพิ่มเสาหลักเสาที่ 4 ได้แก่ เสาประชาคมสิ่งแวดล้อมอาเซียน เพิ่มเติมจากเสาประชาคมเศรษฐกิจ เสาประชาคมการเมืองและความมั่นคง และเสาประชาคมวัฒนธรรม เพื่อช่วยหยุดยั้งการบ่อนทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากผลการเคลื่อนย้ายทุนข้ามชาติ อันเป็นงานท้าทายครั้งสำคัญเนื่องจากผู้นำของหลายประเทศต่างไม่เห็นด้วย

 งานท้าทายอีกงานหนึ่งก็คือ กลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนที่ไทยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการผลักดันจนสำเร็จ จะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าทำงานด้วยความเป็นกลาง โปร่งใส และเปิดกว้าง โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมสำคัญในการยกร่างการปกป้องสิทธิเด็ก สตรี และแรงงานอพยพให้มากขึ้น

 ซึ่งถ้าทำได้จริงก็จะได้ผลลัพธ์ที่น่าชื่นใจและคุ้มค่า เพราะจะช่วยสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนและเพิ่มความมั่งคั่งในภูมิภาคนี้ อีกทั้งช่วยยกมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอาเซียนสู่ระดับสากล