
จับ "ล็อตใหญ่" ยาบ้า-ไอซ์
"บิ๊กแจ๊ค" เผยตำรวจภาค5 รวมกับทหารกองทัพภาคที่ 3 จับยาเสพติด "ล็อตมหึมา" ในพื้นที่ จ.เชียงราย ยึดยาบ้า 4.8 ล้านเม็ด และยาไอซ์อีก 978 กิโลกรัม
4 ส.ค.61-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงการบูรณาการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ โดยสามารถยึดยาบ้า จำนวน 24 กระสอบ รวม 4,800,000 เม็ด และ ยาไอซ์อีก 978 กิโลกรัม ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ว่า การจับกุมดังกล่าว ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5 ว่า เมื่อ 4 ส.ค. 2561 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทิง ภ.จว.เชียงราย ได้บูรณาการกับเจ้าหน้าที่ทหาร กองทัพภาคที่3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจับกุม ขบวบการลักลอบลำเลียงยาเสพติด โดยขณะตั้งทำการตั้งจุดตรวจ-จุดสกัดกั้น บริเวณพื้นที่บ้านทรายกาด อ.เทิง จว.เชียงราย ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย จำนวน 2 คัน ผ่านมาใกล้จะถึงบริเวณจุดตรวจ จากนั้นคนขับรถได้กลับรถ แล้วพากันขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันไล่ติดตามจับกุม
ทั้งนี้ ระหว่างการติดตาม รถยนต์กระบะของคนร้าย จำนวน 1 คัน ได้เกิดเสียหลักพุ่งลงไปข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจค้น และจับกุมคนขับเอาไว้ได้ ทราบชื่อภายหลังคือ นายเล่าปอ แซ่ฟ่า อายุ 46 ปี (ชาวเผ่าม้ง) อยู่ที่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 11 ต.ตับเต่า อ.เทิง จว.เชียงราย โดยสามารถตรวจยึดกระสอบปุ๋ยซึ่งบรรจุยาเสพติด จำนวน 44 กระสอบ แบ่งเป็นยาบ้าจำนวน 3,200,000 เม็ด และ ยาไอซ์อีก 633 กิโลกรัม ส่วนรถยนต์กระบะอีกคันได้หลบหนีการจับกุมไปได้
ต่อมาในวันเดียวกันนี้ (4 ส.ค.2561) เวลาประมาณ 07.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผล และสามารถตรวจพบรถกระบะอีกคันที่หลบหนีการจับกุมไปได้ ซึ่งได้จอดทิ้งไว้บริเวณถนนสาย 1155 อ.เทิง จว.เชิงราย โดยไม่พบคนขับขี่แต่อย่างใด คาดว่าได้หลบหนีไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปทำการตรวจสอบ โดยสามารถตรวจยึดกระสอบปุ๋ยบรรจุยาเสพติดจำนวน 23 กระสอบ แบ่งเป็นยาบ้าจำนวน 1,600,000 เม็ด และ ยาไอซ์อีก 345 กิโลกรัม รวมการตรวจยึดได้จากรถยนต์กระบะทั้ง 2 คัน เป็นยาเสพติดทั้งสิ้น 1.ยาบ้า จำนวน 24 กระสอบ รวม 4,800,000 เม็ด และ 2.ยาไอซ์อีก 978 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย และทำการขยายผลเพื่อหาเครือข่ายของนายทุน ผู้ว่าจ้าง หรือผู้ให้การสนับสนุนในการกระทำความผิดครั้งนี้ต่อไป
รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า การจับกุมยาเสพติดครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการจับกุม ซึ่งเกิดจากการบูรณาการและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการข่าว ข้อมูลการลำเลียงยาเสพติดโดยเฉพาะตามแนวชายแดนซึ่งติดกับเพื่อนบ้านซึ่งอาศัยจังหวะและโอกาสในการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการจับกุมล็อตใหญ่ๆ มาหลายครั้งแล้ว โดยการนำของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ซึ่งได้ให้นโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดเสมอมา
โดยมุ่งเน้นการปราบปรามจับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ลำเลียงยาเสพติดในทุกระดับ โดยให้มีการซักถามสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมขบวนมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด อีกทั้งยังมุ่งเน้นให้สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงขนส่งยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลำเลียงยาเสพติดเข้าไปพื้นที่ชั้นใน หรือแหล่งชุมชน รวมทั้งสถานศึกษาต่างๆ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยงานในพื้นที่และหน่วยเฉพาะกิจเพิ่มมาตรการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดโดยให้มีการตรวจเข้มในการตรวจคัดกรองยานพาหนะต่างๆ บุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวด ตลอดจนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สุ่มเสี่ยงชุมชน แหล่งที่มีการระบาดของยาเสพติดอย่างละเอียดเพื่อการป้องปรามอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกำลังกับทหาร ฝ่ายปกครอง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในด้านข้อมูลการข่าวและข้อมูลยาเสพติดโดยตลอดเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังซึ่งถือว่าเป็นวาระแห่งชาติด้วย



