
การประเมินทีวีสาธารณะโดยสาธารณะ
ประเทศไทยมีทีวีสาธารณะมาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว แต่ผมไม่แน่ใจว่าผู้ชมทั้งหลายนั้นจะมีความเข้าใจไหมว่าเขาเกี่ยวพันอะไรกับทีวีสาธารณะบ้าง
ในรายละเอียดแล้วการประเมินทีวีสาธารณะอาจจะต้องมีกลไกมากมายเพื่อให้การประเมินนั้นครอบคลุมในหลายมิติ แต่ส่วนที่สำคัญที่ผมอยากจะเรียนเสนอนั้นจะประกอบด้วยสามมิติหลัก คือมิติในด้านเนื้อหา มิติในด้านการตัดสินใจสาธารณะ และมิติของผู้รับสารที่แตกต่างไปจากผู้รับสารในช่องอื่นๆ เพราะผู้ที่รับสารในโทรทัศน์สาธารณะควรจะเป็นพลเมืองในสังคมประชาธิปไตย ไม่ใช่ผู้บริโภค หรือพลเมืองที่รอรับข้อมูลและคำสั่งจากรัฐ ซึ่งทั้งสามมิตินี้มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงและส่งเสริมซึ่งกันและกัน
ผมคิดว่าโดยทั่วไปเรามักจะเน้นการพูดถึงเรื่องสื่อโดยเฉพาะโทรทัศน์ในเรื่องของผังรายการ โดยเชื่อว่าผังรายการนั้นจะต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน
แต่ผมกลับเห็นว่า มิติในเรื่องของการตัดสินใจสาธารณะนั้นเป็นตัวหลักในการกำหนดทั้ง "เนื้อหา" และ "ตัวตน" ของประชาชนในสังคมประชาธิปไตย
ในเบื้องแรก เราควรจะต้องมองก่อนว่าทีวีสาธารณะนั้นต่างจากทีวีในสังคมทุนนิยม และต่างจากทีวีในสังคมเผด็จการ เพราะทีวีในสังคมทุนนิยมนั้นเนื้อหาจะกำหนดจากโฆษณาสินค้า และความพึงใจของผู้ชม และทีวีในสังคมเผด็จการนั้นทีวีเป็นประบอกเสียงในการสื่อสารของรัฐบาลในฐานะที่เป็นหน่วยงานในการกำหนดนิยามสาธารณะ
ทีวีสาธารณะจึงเป็นการตอบโจทย์ว่าประชาธิปไตยนั้นเป็นหัวใจสำคัญที่กำกับความเป็นเผด็จการของทั้งรัฐและของทั้งทุน เพราะตอบคำถามอีกมากมายที่จะสร้างพลเมืองที่เป็นทั้งผู้ชมและผู้กำหนดเนื้อหา และเป็นผู้ที่ต้องการอะไรมากกว่าความพึงใจที่ถูกขับเคลื่อนจากปัจจัยด้านการตลาด (พึงใจจากการซื้อ ไม่ได้พึงใจจากความรู้)
ดังนั้นกระบวนการในการกำหนดผังและประเมินผังในทีวีสาธารณะจึงเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนกว่าการประเมินโดยความนิยมผ่านการหาผู้สนับสนุนรายการ หรือประเมินผ่านอำนาจว่าใครสั่งจัดผังได้ พูดง่ายๆ ก็คือ จะทำอย่างไรให้ผู้ชมเขารู้ว่ารายการที่เขากำลังดูอยู่นี้มันอยู่ในผังได้อย่างไร
อาทิ ทำไมต้องมีรายการละครประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น แทนที่จะเป็นละครประวัติศาสตร์จีน หรือละครประวัติศาสตร์ปัตตานี
หรือทำไมรายการสารคดีจึงเป็นสารคดีเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งในต่างประเทศ แทนที่จะเป็นสารคดีที่เกี่ยวข้องกับความรู้ทางการเกษตร ถ้าคนในประเทศจำนวนมากนั้นเป็นเกษตรกร
สภาผู้ชมอาจไม่ใช่คำตอบเดียวของการประเมินและตัดสินใจ เพราะโจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรให้ผู้ชมสามารถร่วมตัดสินได้อย่างฉับพลันทันที ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ การสร้างการรณรงค์ผ่านการทำตัวเลือกจำนวนหนึ่ง แล้วลงในหนังสือพิมพ์ให้ประชาชนสามารถส่งความเห็นของเขา หรือกระตุ้นให้มีการรณรงค์กัน ก็จะยิ่งทำให้คนจำนวนไม่น้อยอยากจะมีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น การมีตัวเลือกว่าผู้ชมต้องการจะชมอะไรหลังข่าวสักสามหรือสี่ตัวเลือกพร้อมเหตุผลประกอบ หรือต้องการรายการอะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้สามารถทำงานร่วมกับองค์กรการปกครองท้องถิ่นเพื่อสำรวจประชามติในเรื่องต่างๆ ได้
ควบคู่ไปกับการเปิดให้มีหน่วยงานอิสระ อาทิ ทีมวิจัยสองถึงสามทีมทำวิจัยประเมินที่แตกต่างกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจความหลากหลายของความต้องการของประชาชนที่หลากหลาย
ทีวีสาธารณะนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และมีศักยภาพมหาศาลที่จะสร้างพลเมืองใหม่ที่เข้าใจว่าเขาเป็นคนที่ปกครองตัวเขาได้ เป็นผู้ชมและผู้ตัดสินใจได้ และต้องอยู่ร่วมกันคนที่แตกต่างกันแต่มีผลกระทบซึ่งกันและกัน ดังนั้นกระบวนการสร้างความเป็นสาธารณะผ่านกระบวนการตัดสินใจที่เป็นสาธารณะจึงสำคัญมาก เพราะมันจะมีส่วนในการกำหนดเนื้อหาและความเป็นพลเมืองสาธารณะด้วย



