ข่าว

จ่อออกหมายจับ 2 สมุน 'เสี่ยอ้วน' ฆ่า 'สปาย-ฟอส'

จ่อออกหมายจับ 2 สมุน 'เสี่ยอ้วน' ฆ่า 'สปาย-ฟอส'

03 ส.ค. 2561

จ่อออกหมายจับอีก 2 สมุนร่วมแก๊งเสี่ยอ้วน ฆ่า "สปาย-ฟอส" ด้าน 'ป๊อปปี้' สมุนมือขวาโร่มอบตัว เผยขับรถคุ้มกัน ตามประกบรถผู้ตาย ตำรวจคุมเข้มหวั่นฆ่าตัวตาย

 

               ชลบุรี - ตำรวจเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 2 แก๊งเสี่ยอ้วนร่วมฆ่า “สปาย-ฟอส” นั่งในรถซีอาร์วี ขณะที่ "ป๊อปปี้” สมุนมือขวาคนสนิทเสี่ยอ้วน หนึ่งในทีมฆ่า 2 ศพ โร่เข้ามอบตัว ถูกคุมสอบเครียด เผยทำหน้าที่ขับรถคุ้มกัน ตามประกบรถผู้ตาย พร้อมคุมเข้มผู้ต้องหา หวั่นฆ่าตัวตายสำนึกผิด

 

              เมื่อวันที่ 3 ส.ค.61 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี สั่งการให้ พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน และ ร.ต.อ.หญิง รสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน ควบคุมตัว นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อปปี้ อายุ 34 ปี ลูกน้องคนสนิทมือขวา “เสี่ยอ้วน” หรือนายปัญญา ยิ่งดัง อายุ 39 ปี หนึ่งในผู้ร่วมทีมสังหารรัวกระสุนขนาด 9 มม. กระหน่ำใส่ร่าง น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส อายุ 21 ปี พนักงานเสิร์ฟร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านอ้อมใหญ่ จ.นครปฐม จนเสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหด หน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค.61 และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

 

              ซึ่งการควบคุมตัว นายจิรศักดิ์ ภายหลังได้เข้ามอบตัวที่จังหวัดภูเก็ต ก่อนจะถูกควบคุมตัวมาโดยเครื่องบินมาลงยังสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา พร้อมรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน 1กฎ-9490 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้เป็นยานพาหนะในวันก่อเหตุ ดำเนินการตรวจพิสูจน์หาลายนิ้วมือ เพื่อเชื่อมโยงในคดี พร้อมสอบสวนผู้ต้องหา เพื่อเตรียมสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

 

 

จ่อออกหมายจับ 2 สมุน 'เสี่ยอ้วน' ฆ่า 'สปาย-ฟอส'

 

 

               เบื้องต้น แนวทางการสอบสวน ทราบว่า นายป๊อปปี้ ซึ่งเป็นสมุนมือขวาของเสี่ยอ้วน ในวันเกิดเหตุได้ใช้รถเก๋งโตโยต้า ยารีส (ของกลาง) ที่เช่ามาจากเมืองพัทยา ทำหน้าที่คอยประกบตามรถผู้ตายไม่ให้คาดสายตา หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปกบดานที่ จ.ภูเก็ต ก่อนจะขอเข้ามอบตัวสู้คดี

 

               พล.ต.ต.นันทชาติ เปิดเผยถึงคดีนี้ นับว่าสะเทือนขวัญเป็นที่สนใจกับประชาชน โดยในขณะนี้สามารถจับตัวคนร้ายได้แล้ว 3 คน ยังเหลืออีก 3 คน คือ เสี่ยอ้วนกับลูกน้อง ที่ตอนนี้ได้สั่งการให้เร่งติดตามจับกุมตัวให้ได้ในเร็ววัน โดยผลัดเปลี่ยนชุดปฏิบัติงานทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนจะหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้วหรือไม่นั้น ยังอยู่ในระหว่างสืบสวน แต่ก็ยืนยันจะทำงานอย่างเต็มที่ หากคนร้ายต่อสู้ขัดขืน ต้องจำเป็นดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาด “จับตาย” ส่วนอีก 2 ราย คือ นายบ่าว และนายมด ที่คาดว่าจะอยู่ในรถซีอาร์วี ในวันเกิดเหตุ ขณะนี้ได้ให้พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอออกหมายจับเพิ่มแล้ว

 

 

จ่อออกหมายจับ 2 สมุน 'เสี่ยอ้วน' ฆ่า 'สปาย-ฟอส'

 

 

               ทางด้าน พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน กล่าวว่า ได้เร่งสอบผู้ต้องหา เพื่อสรุปสำนวนรายงาน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งภายหลังการสอบสวน ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ในห้องสอบสวน โดยมีกำลังตำรวจอาสา 5 นาย เฝ้ายามไม่ให้คาดสายตา เพราะเกรงจะฆ่าตัวตาย เนื่องจากสำนึกผิดที่มาแฉพฤติกรรมอันโหดเหี้ยมของลูกพี่ตัวเอง ที่เป็นเสมือนผู้มีพระคุณเลี้ยงดู

 

               รายงานข่าวจากชุดสืบสวนแจ้งว่า หนึ่งในลูกน้องของ “เสี่ยอ้วน” รับสารภาพว่า “เสี่ยอ้วน” เป็นคนถือปืนลงจากรถ โดยตอนแรกตั้งใจจะแค่อุ้มตัว “น้องสปาย” ไปตกลงปัญหาหัวใจที่ยังเคลียร์กันไม่ลงตัว แต่กลับมาเห็นภาพบาดตาบาดใจ เมื่อหญิงคนรักไปสนิทสนมกับนายฟอส เพื่อนชายคนสนิท เลยเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงกับ “น้องสปาย” บานปลายถึงขั้นใช้ปืนยิงใส่ผู้หญิงถึง 4 นัดซ้อน จากนั้นหันปืนไปยิงใส่นายฟอส อีก 2 นัด เนื่องจากความหึงหวง กระทั่งทั้งสองสิ้นใจตายคาที่ล้มลงต่อหน้า

 

 

จ่อออกหมายจับ 2 สมุน 'เสี่ยอ้วน' ฆ่า 'สปาย-ฟอส'

 

 

               จากนั้น “เสี่ยอ้วน” ขึ้นรถหลบหนีไปทาง จ.สุรินทร์ เพื่อผ่านด่านช่องจอม แต่โดนตำรวจตั้งด่านสกัด จึงเปลี่ยนแผนกลับมาออกทางช่องทางธรรมชาติที่ จ.สระแก้ว และเจ้าหน้าที่ตรวจพบพิกัดโทรศัพท์มือถือ “เสี่ยอ้วน” ไปโผล่อยู่ที่ฝั่งประเทศกัมพูชา