
รวบสาวแสบปลอมลายเซ็นอดีตเมียสามี
รวบสาวแสบปลอมลายเซ็นอดีตเมียสามี เบิกเงินล้านเศษ ออกจากบัญชีไปใช้ ผู้เสียหายทำงานเมืองนอกเช็คยอดเงินแทบลมจับ เงินเก็บมาทั้งชีวิตสูญโร่แจ้งความเอาผิด
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 ส.ค.2561 เจ้าหน้าที่สายตรวจสภ.เมืองลำปาง เดินทางไปยังธนาคารกรุงเทพ สาขาบิ๊กซีลำปาง เพื่อไปรับตัวผู้ต้องสงสัยหลังรับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำห้างบิ๊กซีลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย กรณีปลอมแปลงลายเซ็นและใช้เอกสารผู้อื่นมาใช้ในการเบิกเงินจากธนาคารไว้ได้
เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องสงสัยเป็นผู้หญิง ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ในธนาคาร ส่วนด้านหน้าธนาคารมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารซึ่งตั้งอยู่ชั้นสองของห้างคอยเปิดปิดประตู และไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาภายในชั่วคราว โดยมีประชาชนผู้มาใช้บริการในห้างมามุงดูเต็มหน้าธนาคาร เพราะคิดว่ามีการปล้นทำให้เกิดความชุลมุลเล็กน้อย จากการสอบสวน ทราบว่าผุ้ต้องสังสัยได้มาเบิกเงินแต่ยังไม่ทันเบิกเมื่อเจ้าหน้าที่ และมีพิรุธจึงวิ่งหนีออกจากธนาคารก่อนจะถุกควบคุมตัวไว้ได้
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปีเศษ ไปสอบสวนที่โรงพักก่อนจะนำตัวส่ง ร.ต.อ.หญิงนิชติยา จัดแก้ว ร้อยเวรฯ สภ.เมืองลำปาง ทำการสอบปากคำ ต่อมาทาง น.ส.เปมิกา ใจบ่อแป้น อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 188 ม.7 ต.บ้านค่า อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้เดินทางมาที่สภ.เมืองลำปาง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและมาดูหน้าผู้ต้องสงสัย
น.ส.เปมิกา เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัย ซึ่งทราบภายหลังชื่อ น.ส.จารียา คงใจดี อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ม.7 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เป็นภรรยาใหม่ของอดีตสามีของตน ซึ่งตนกับสามีเก่าได้เลิกกันไปนานแล้ว แต่มีลูกชายด้วยกัน 1 คน หลังเลิกลากันลูกชายอยู่กับอดีตสามี จากนั้นตนก็แต่งงานใหม่และตัดสินใจพากันไปทำงานที่ประเทศเกาหลีได้ประมาณ 1 ปี 7เดือน ตลอดระยะเวลาที่ทำงานเกาหลีตนก็ทำงานเก็บเงินและโอนเข้าบัญชีของตัวเองกับบัญชีของลูกชาย และโอนเงินเข้าบัญชีอดีตสามีบ้างเป็นค่าเลี้ยงดูลูก ตลอดเวลาที่ทำงานที่ประเทศเกาหลีก็ไม่ค่อยได้ตรววจสอบยอดเงินที่โอนเข้าบัญ แต่ก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา เนื่องจากทราบจากญาติว่าอดีตสามีถูกจับคดียาเสพติด ตนกลัวไม่มีใครดูแลลูกชาย จึงเดินทางกลับมาที่ลำปาง
ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ก.ค.2561 ตนได้ไปเช็คยอดเงินที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบิ๊กซีลำปาง ปรากฏว่าเงินในบัญชีเหลือเพียง 280,000 บาท จากยอดเงินในบัญชี 1,200,000 บาท หลายไป 920,000 บาท ตนตกใจแทบเป็นลมเพราะวไม่ค่อยได้เบิกเงินออกจากบัญชี แต่เงินในบัญชีหายไปได้ยังไง เมื่อไปเช็คบัญชีของลูกชายซึ่งมีเงินในบัญชี 150,000 บาท เงินเหลือในบัญชีเพียง 5,000 บาท ตนจึงตรวจสอบกับทางธนาคาร ทราบว่ามีคนนำหลักฐานเป็นใบขับขี่รถยนต์ พร้อมลายเซ็น มาเบิกเงินที่ธนาคารหลายครั้ง ครั้งละ 5-6 หมื่นบาทจากทั้งสองบัญชี ซึ่งทางธนาคารแนะนำให้ตนแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่สภ.เมืองลำปาง ก่อนจะมีวางแผนเพื่อจับกุมผู้ต้องสงสัยดังกล่าว และยังทราบว่า มีผู้ชายกับผู้หญิง ร่วมกับ น.ส.จารียา ด้วย.



