
ผวจ.กาญจน์ สั่งเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 24 ชม.
ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี สั่งทุกหน่วยงานเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก - ดินโคลนถล่ม ตลอด 24 ชม. เน้นพื้นที่ลาดเชิงเขา หลังฝนตกต่อเนื่อง
3 ส.ค. 61 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ผู้อำนวยการจังหวัด มอบหมายให้ นายบวรศักดิ์ วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ผู้อำนวยการจังหวัด ส่งโทรสารในราชการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี
ด่วนที่สุด ที่ กจ 0021/ว.123 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2561 ถึงประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี นายอำเภอ ผู้อำนวยการอำเภอ ทุกอำเภอ ระบุว่า ต่อโทรสารกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี ที่ กจ 0021/1593 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 ติดตามสถานการณ์ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งได้มีการประกาศฉบับที่ 6/2561 ลงวันที่ 1 สิงหาคม เวลา 20.00 น. แจ้งให้เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 2 - 4 สิงหาคม 2561 กอปรกับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายจังหวัดมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ศักยภาพในการอุ้มน้ำของดินต่ำลง หากมีปริมาณน้ำฝนสะสมเพิ่มขึ้นในพื้นที่ลาดเชิงเขา อาจทำให้พื้นที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม พื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ เชียงราย ลำพูน พะเยา แพร่ เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี ราชบุรี พังงา กระบี่ และสตูล
เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1. เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ที่มีภูเขาสูงชัน พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และพื้นที่ที่เคยเกิดมาก่อนแล้ว ให้ติดตามข้อมูลปริมาณน้ำฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมง หากมีข้อบ่งชี้จะเกิดภาวะเสี่ยงหรืออันตรายต่อประชาชน ให้ดำเนินการแจ้งและอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย ตามหนังสือข้อสั่งการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ มท 0624 (บกปภ.ช.)/ว16 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 อย่างเคร่งครัด
2. แจ้งประชาชนในพื้นที่ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารสภาพน้ำ สภาพอากาศ อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยให้ปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด
3. บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมพร้อมทรัพยากร เครื่องจักรกล รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานในการอำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง
4. ใช้ประโยชน์จากหอกระจายข่าวในหมู่บ้าน ในการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้แก่ประชาชน ได้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากพื้นที่ใดมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ให้ใช้อุปกรณ์เตือนภัยในพื้นที่ เช่น หอเตือนภัย หอเตือนภัยขนาดเล็ก แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่โดยทันที หรือประสานกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในการให้สัญญาณเตือนภัยทางโทรศัพท์หมายเลข 02-399 4114 ตลอด 24 ชั่วโมง



