
ผู้พิการยื่นศาลปค.สั่งกทม.-บีทีเอสสร้างลิฟท์
ผู้พิการ ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด เพื่อสั่งบังคับ กทม.-บีทีเอส สร้างลิฟท์-สิ่งอำนวยความสะดวกทั่วทุกสถานี หลังศาลปกครองกลาง พิพากษายกฟ้องคดีเมื่อ ก.ย.ที่ผ่านมา
ที่ศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 21 ต.ค.นายสนธิพงศ์ มงคลสวัสดิ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความเสมอภาค และพวกจำนวน 3 คน ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด หลังจากศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ให้ยกฟ้อง คดีที่ นายสุภรธรรม กับพวก ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร , ผู้ว่าฯ กทม. , ผอ.สำนักการโยธา กทม. และ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพหรือบีทีเอส ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-4 เรื่อง เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครอง ละเลยต่อหน้าที่ ในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ.2534 ที่ให้จัดสร้างลิฟท์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ทั่วบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส
โดยผู้ฟ้อง ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาบังคับให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่อผู้พิการ
ด้านนายสนธิพงศ์ กล่าวว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสามเป็นตัวแทนของบรรดาคนพิการ ในการเรียกร้องสิทธิที่ขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนจากการใช้ชีวิตในสังคมที่มีสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ทำให้การดำเนินชีวิตในปัจจุบันยากยิ่งขึ้น และได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ ทั้งนี้ยังได้รับการกระทบกระเทือนสิทธิจากหน่วยงานของรัฐ จึงมีความจำเป็นต้องขออำนาจศาลปกครอง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ให้ได้มาซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะโดยตรงแก่ผู้พิการทุกประเภท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า แม้ขณะก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส จะมีพ.ร.บ.การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการฯ ใช้บังคับ แต่กฎหมายดังกล่าวไม่ได้กำหนดรายละเอียดของอาคาร สถานี และยานพาหนะ ที่จะต้องจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการแต่อย่างใด ทำให้ผู้ถูกฟ้องคดี ไม่อาจจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการได้อย่างเหมาะสม การออกแบบและดำเนินการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสในช่วงเวลาดังกล่าวจึงต้อง พิจารณาตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องในขณะนั้นเป็นหลัก รวมถึงความเหมาะสมในด้านการลงทุนและผลกระทบในด้านต่างๆ จึงถือว่าเป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายในขณะนั้นใช้บังคับ ไม่ถือว่าเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควรแต่อย่างใด



