ข่าว

"กฤษฏา"ดึง 6 หน่วยงานวางระบบการประกันภัยพืชผล

"กฤษฏา"ดึง 6 หน่วยงานวางระบบการประกันภัยพืชผล

02 ส.ค. 2561

"เกษตรฯ"บูรณาการ 6 หน่วยงานหนุน MOU พัฒนาประกันภัยพืชผลยกระดับคุณภาพชีวิต ระบบฐานข้อมูลภาคเกษตรดีขึ้น ตอบโจทย์รัฐบาล 4.0

 

2 สิงหาคม 2561  "กฤษฏา"ดึง 6 หน่วยงานวางระบบการประกันภัยพืชผลการเกษตรดันคุณภาพชีวิตเกษตรกรดีขึ้นพ้นความยากจน รัฐจ่ายประกันความเสี่ยงภัยพิบัติให้ 80% นำร่องนาข้าว 30 ล้านไร่ ผ่านระบบฐานข้อมูลภาคเกษตรแม่นยำสูง ก้าวสู่เกษตร 4.0"

 

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่องการพัฒนาระบบการประกันภัยพืชผลการเกษตรของประเทศไทย ในระยะ 3 ปี กับ 6 หน่วยงาน เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และสมาคมประกันวินาศภัยไทย  

 

เพื่อร่วมมือกันศึกษาระบบการประกันภัยพืชผลการเกษตรที่เหมาะสมและครอบคลุมเกษตรกรส่วนใหญ่ทั่วประเทศไทย  และสามารถนำไปใช้จริงในพื้นที่นำร่องกับเกษตรกร เป็นการสร้างความมั่นใจในการประกอบอาชีและความเชื่อมั่นในระบบประกันภัยพืชผลกรณีประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ แม้ว่าจะมีระเบียบกระทรวงการคลังรองรับแล้วก็ตาม แต่ยังไม่ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด 

 

"กฤษฏา"ดึง 6 หน่วยงานวางระบบการประกันภัยพืชผล

 

 "การประกันภัยพืชผลการเกษตร โดยภาครัฐจะช่วยชำระเบี้ยประกันผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) 80% และเกษตรกรผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกัน 20% นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีแผนการดำเนินงานจูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการของรัฐ เช่น การสนับสนุนให้ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นที่เหมาะสม มีตลาดรองรับ และมีรายได้ที่แน่นอน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้นอกจากการประกันภัยข้าว 30 ล้านไร่ ครอบคลุมเกษตรกร 3 ล้านรายแล้ว ขณะนี้ได้เตรียมระบบการประกันภัยสำหรับพืชอื่นไว้ด้วย อาทิ ข้าวโพด ปศุสัตว์ คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการระบบประกันภัยได้ในเดือน เมษายน 2562” นายกฤษฎา กล่าว

 

"กฤษฏา"ดึง 6 หน่วยงานวางระบบการประกันภัยพืชผล

 

นายกฤษฏา กล่าวว่าที่ผ่านมามีประกันภัยข้าวนาปีมาตั้งแต่ปี 2554 มีอุปสรรคในการประเมินความเสียหายรายเกษตรกรในเรื่องข้อมูลเกษตรกร ทำให้จ่ายค่าสินไหมอาจล่าช้าไม่ครอบคลุมความเสียหาย ทำให้ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ซี่งการร่วมมือครั้งนี้มีประโยชน์ 3 ประการ เช่น ระบบประกันภัยพืชผลทางการเกษตรที่ครอบคลุมและยั่งยืนขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพิ่มเสถียรภาพทางการเงินให้เกษตรกร ลดภาระทางการคลังของรัฐบาลในระยะยาว ระบบฐานข้อมูลภาคเกษตรที่ดียิ่งขึ้น

 

"กฤษฏา"ดึง 6 หน่วยงานวางระบบการประกันภัยพืชผล

 

ช่วยต่อยอดให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้เกษตรกรได้หลากหลายมากขึ้น เช่นการทำ Credit scoring ที่แม่นยำขึ้นเพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อให้กับเกษตรกร และสามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลอื่น ๆ เพื่อต่อยอดทางนโยบายได้ และ Mobile application ที่ครบวงจรขึ้น ทั้งในการส่งเสริมให้เกษตรกรไทยเป็นทั้งผู้สร้าง ข้อมูลที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และผู้ใช้ข้อมูลอย่างมีส่วนร่วม ก่อให้เกิดการพัฒนาระบบฐานข้อมูลภาคเกษตรไปพร้อม ๆ กับการเข้าถึงข้อมูล เทคโนโลยี และบริการทางการเงินอย่างยั่งยืนของเกษตรกรไทย