ข่าว

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย

02 ส.ค. 2561

ตร.ล่ากระชั้น "เสี่ยอ้วน" ฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ซิ่งรถตกถนนที่สระแก้ว ตร. ลั่นขัดขืนโดนจับตาย ค้นบ้านเจอกระสุนปืนเพียบ ญาติเหยื่อวอนจับตัวมาชดใช้กรรม

          จากเหตุการณ์นายอนันตชัย หรือ ฟอส จริตรัมย์ อายุ 20 ปี และ น.ส.ปวีณา หรือ สปาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตบริเวณลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะเดินทางมาเที่ยวพัทยาเพื่อฉลองวันเกิดกับเพื่อนรวม 4 คน เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับ 3 คน คือ นายปัญญา หรือ เสี่ยอ้วน ยิ่งดัง อายุ 39 ปี นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน อายุ 34 ปี และนายสายันต์ หรือยัน ศรีสุข อายุ 43 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฯลฯ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ 1 คน คือ นายสายันต์ ผู้ทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวของผู้ตายให้นายปัญญา เพื่อลงมือก่อเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งไล่ล่าติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมได้ พบแต่รถกระบะที่กลุ่มคนร้ายใช้หลบหนีตกถนนลงไปอยู่ข้างทางใน จ.สระแก้ว หลังถูกทีมสืบสวนตำรวจภาค 2 ไล่ล่าจนประสบอุบัติเหตุ

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย
 

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บท 3631 ภูเก็ต บริเวณช่วงกิโลเมตรที่ 5 คลองบางใน ถนนสาย 359 เขาหินซ้อน-วัฒนานคร ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว ใกล้กับวัดคาทอลิก เส้นทางมุ่งหน้า อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.สระแก้ว ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.ชลบุรี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกันติดตามไล่ล่ารถยนต์ 3 คัน ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา กระทั่งพบว่า รถยนต์คันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งซึ่งออกมาปั่นจักรยานได้พบเห็น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบ กระทั่งทราบว่ารถคันเกิดเหตุเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมที่ จ.ชลบุรี

          จากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นของ นายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาในคดีสังหาร น.ส.ปวีณา หรือ สปาย กับนายอนันตชัย หรือ ฟอส

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย
 

          พล.ต.ต.สุรจิต กล่าวว่า ได้วางมาตรการป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศไว้แล้ว ซึ่งคนทั่วไปมองว่าการเดินทางมาที่ จ.สระแก้ว จะสามารถหลบหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างง่ายดาย แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากมีด่านของทหาร ด่านของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และด่านของตำรวจท้องที่ ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ตั้งสกัดอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเชื่อว่าไม่สามารถออกไปประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างง่ายดาย

          พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวัสดิ์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ขณะนี้ ตม.อรัญประเทศ และพื้นที่ชายแดนได้รับหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนแล้ว และได้สั่งการให้วางมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้าออกประเทศไทยอย่างเคร่งครัด เพื่อตรวจสอบป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวออกตามด่านต่างๆ

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย
 

          รายงานข่าวแจ้งว่า รถคันที่ประสบอุบัติเหตุขับผ่านด่านตรวจยาเสพติด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว มาตั้งแต่ช่วงเวลา 13.58 น.ของเมื่อวานนี้ (31ก.ค.) คาดว่าจะใช้เส้นทางหลบหนีมาตามเส้นทางถนนสาย 317 สระแก้ว-จันทบุรี ก่อนจะขับรถเสียหลักลงข้างทางช่วงเวลาประมาณ 05.00-06.00 น. ซึ่งคาดว่า เสี่ยอ้วน อาจจะเดินทางมากับรถคันนี้ และมีรถคันอื่นขับมารับไปต่อ

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.สระแก้ว นำโดย พ.ต.ต.พูลทรัพย์ เสร็จสิ้น เข้าตรวจเก็บรายละเอียดภายในรถ พบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดภายในรถยนต์ จึงนำไปขยายผล พร้อมทั้งลากรถยนต์คันดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อทำบันทึกตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

 

          ขณะเดียวกัน ที่ จ.ชลบุรี พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน สั่งการให้ชุดสืบสวน ควบคุมตัวนายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาชี้เป้า หนึ่งในทีมฆ่า ส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม เพื่อเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายขณะสอบสวน ก่อนนำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนตัวนายสายันต์มีอาการเคร่งเครียดอย่างมาก เนื่องจากไม่คิดว่าตัวเองจะตกมาเป็นผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมเข้มไม่ให้ห่างสายตา เพราะเกรงผู้ต้องหาจะคิดฆ่าตัวตายเพื่อหลบหนีความผิด

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย
 

          พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวถึงการติดตามจับกุมตัวกลุ่มคนร้ายว่า ขอให้ประชาชนวางใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่จะเป็นไปอย่างโปร่งใสตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า อำนาจเงินไม่สามารถซื้อจิตวิญญาณ เกียรติยศ และศักดิ์ศรีของข้าราชการตำรวจจังหวัดชลบุรีได้ และขอฝากถึงเสี่ยอ้วนให้นำผู้ร่วมทีมสังหาร เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหากมีความสามารถหนีได้ก็หนีไป เจ้าหน้าที่รับประกันว่ากัดไม่ปล่อยอย่างแน่นอน และหากมีการต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับตายอย่างแน่นอน

          “กลุ่มคนร้ายที่ยังหลบหนีเรากำลังติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนที่มีข่าวว่าหลบหนีอยู่แถวชายแดนยังเป็นแค่ข่าว เรื่องนี้ยังชี้ชัดไม่ได้ เพราะกลุ่มคนร้ายต้องหนีให้สุดหล้าฟ้าเขียว ทางตำรวจก็ต้องติดตาม เกาะติด กัดไม่ปล่อย ส่วนเรื่องพบรถกระบะของเสี่ยอ้วน ที่ จ.สระแก้ว ยังไม่ได้รับรายงาน แต่จะเข้าไปดูรถคันนี้ ถ้าเป็นกระบะ ก็คงไม่ตรงกับหลักฐานและพยานที่เกิดเหตุ แต่ก็เป็นไปได้หมดว่าคนร้ายจะใช้รถคันนี้หรือคันนั้น หรือจะใช้วิธีการเปลี่ยนรถระหว่างการหลบหนี เป็นไปได้หมด เรื่องนี้อยู่ที่พยานหลักฐานต่างๆ ที่เก็บรวบรวมได้” พล.ต.ต.นันทชาติกล่าว

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย
 

          พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวต่อว่า ตามที่มีกระแสบอกว่าผู้ตายทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกัน เป็นหญิงเป็นอะไรต่างๆ ไม่เป็นไร ไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นที่เสียชีวิต ไม่ได้ยิงผิดตัว กลุ่มคนร้ายที่ลงมือเชื่อว่าถูกต้อง ไม่มั่ว ส่วนสาเหตุคือปมชู้สาว ส่วนประเด็นอื่นๆ ต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐาน ไม่ต้องห่วง ว่าเขาเป็นคนมีอิทธิพล ร่ำรวย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ขณะนี้เรายังชี้ชัดไม่ได้ว่าเสี่ยอ้วนอยู่ที่ไหน ประเทศไทย หรือนอกประเทศ เราก็พยายามติดตาม นอกจาก 3 คนนี้ ถ้ามีหลักฐานเพิ่มเติมเราออกหมายจับแน่ กลุ่มคนร้ายเรายังไม่ทราบว่ามากี่คน ส่วนเพื่อนสนิทของ น.ส.ปวีณา ขณะนี้เรากันไว้เป็นพยานเท่านั้น

          ต่อมา พล.ต.ต.นันทชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาทร และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนและตำรวจอาสา เกือบ 100 นาย ควบคุมตัวนายสายันต์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามสถานที่ท่องเที่ยวในเขตเมืองพัทยา และ อ.สัตหีบ รวม 6 จุด โดยมีการคุ้มกันอย่างเข้มงวด

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย


 

          วันเดียวกัน พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ตพร้อมด้วย พ.ต.ท.นิกร ชูทอง รอง ผกก.สส.สภ.ป่าตอง และ ร.ต.วัฒนชัย คล่องประดิษฐ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย กรมทหารราบที่ 25 (ชป.รส.ร.25) ฝ่ายปกครองอำเภอกะทู้ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ตั้งอยู่บนถนนพระเมตตา (ถนนผังเมือง สาย ก.) รวมถึงที่พักบริเวณใกล้เคียงอีก 2 จุด ซึ่งนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน บางลา ได้เช่าให้แก่พนักงานสถานบันเทิงปุ้มปุ้ยพักอาศัย แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย
 

          หลังจากนั้นได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายปัญญา เลขที่ 169/52 ซอยพระเมตตา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ สภาพเป็นบ้านชั้นเดียว เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่ามีกุญแจปิดอยู่ จึงใช้เครื่องมือตัดกุญแจออกก่อนเข้าไปตรวจสอบในบ้าน

          จากการตรวจค้นภายในบ้านพักหลังดังกล่าวไม่พบตัวนายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน แต่พบกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 155 นัด กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 100 นัด กระสุนปืนขนาด .357 จำนวน 6 นัด สมุดบัญชีธนาคารใบคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ยังพบใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.4) จำนวน 1 ฉบับ ระบุชื่อนายปัญญา ยิ่งดัง เป็นผู้ครอบครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย
 

          ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง เจ้าหน้าที่ทหาร บก.ควบคุม พล.ร.5 (ชป.รส.ร.25) และฝ่ายปกครองอำเภอกะทู้ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการชื่อ ปุ้มปุ้ยบาร์ เลขที่ 7 ล็อก B ซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ ซึ่งเป็นสถานประกอบการของนายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย
 

          เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่า ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ซึ่ง น.ส.จารุพักตร์ นันตนะ อายุ 29 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้น พบว่า ไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานประกอบการ จึงควบคุมตัว น.ส.จารุพักตร์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีในข้อหา เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้สั่งปิดสถานบริการไม่มีกำหนด

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย
 

          ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์รายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. ที่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 12 บ้านนาตาล ต.นาตาล อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ พ่อแม่ และญาติพี่น้องของนายอนันตชัย หรือฟอส ได้พากันนำร่างไปฌาปนกิจ ที่เมรุวัดบ้านนาตาล ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของบรรดาญาติมิตร เช่นเดียวกับ นางจอมศรี ชมพูฟื้น แม่ของน้องฟอส ซึ่งเสียใจอย่างมาก และนับตั้งแต่ลูกชายถูกเสี่ยอ้วนยิงตาย ไม่ยอมหลับยอมนอน เอาแต่นั่งเฝ้าโลงศพของลูกชาย พร้อมกับสามีที่มีอาการป่วย ท่ามกลางความเวทนาสงสารของญาติและเพื่อนบ้าน พร้อมกับสาปแช่งเสี่ยอ้วน และเรียกร้องให้ประหารเสี่ยอ้วน

          สำหรับการแห่ศพนายอนันตชัย มีเพื่อนนักเรียนและรุ่นพี่ในหมู่บ้านที่เป็นชายแต่ใจเป็นหญิงนำรูปของ “น้องฟอส” ซึ่งแต่งเป็นนางรำ ทำป้ายขนาดใหญ่แห่ในขบวนโดยเพื่อนนักเรียนยังได้พากันฟ้อนรำ เสมือนกับการฟ้อนรำกับน้องฟอส เป็นครั้งสุดท้าย โดยเพื่อนๆ ของน้องฟอสยืนยันว่าน้องฟอสมีใจเป็นหญิงมาตั้งแต่เด็กๆ ขณะที่สปายเองก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนและวัยเด็ก

ตร.ลั่น "เสี่ยอ้วน" ฮึดสู้เจอจับตาย
 

          ทั้งนี้ พิธีฌาปนกิจศพของนายอนันตชัย หรือน้องฟอส มีญาติพี่น้องและเพื่อนนักเรียนร่วมรุ่นมาเป็นจำนวนมาก โดยมีนายพลานุภาพ ธพรคำแพทย์ นายอำเภอท่าคันโท เป็นประธาน ส่วนในวันที่ 2 สิงหาคม ที่วัดเดียวกัน จะมีพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.ปวีณา หรือสปาย โดยจะมีการเคลื่อนศพในเวลา 12.00 น. และฌาปนกิจศพในเวลา 14.00 น.

          การสูญเสียของครอบครัวน้องฟอสในครั้งนี้ ยังสร้างความเจ็บช้ำให้แก่คนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่เติบโตและออกไปรับจ้างเป็นพนักงานเสิร์ฟตามร้านอาหาร หลายครอบครัวพากันเตือนบุตรหลานที่ออกไปแสวงโชคในลักษณะนี้

          ขณะที่ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ยังมีคำสั่งกำชับให้ นายอำเภอท่าคันโท จัดทีมแพทย์เข้าดูแลสุขภาพจิตของคนในครอบครัวผู้เสียหายทั้งสองครอบครัว และให้ทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอท่าคันโท เข้าช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งสองครอบครัวในกรณีเดินทางให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี ด้วย