
สหภาพรถไฟล็อบบี้พขร.ขยายพื้นที่ประท้วง
สหภาพรถไฟฯ ส่งคนล็อบบี้ พขร.เชียงใหม่ หวังขยายพื้นที่ประท้วงรัฐบาลอ้างระบบเดดแมนไม่สมบูรณ์ สุดท้ายนายช่างยืนยันวิ่งได้ ผู้โดยสารหลายร้อยหวิดตกรถ ผู้ช่วยนายสถานียันไม่ซ้ำเติมประชาชนร่วมสังฆกรรมสหภาพรถไฟฯ สั่งตร.ล้อมคอกสถานีรถไฟหลังเกิดเหตุร้ายกับผู้โดย
ภายหลังพนักงานพนักงานรถไฟสายใต้หยุดงานประท้วง ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 21 ต.ค.ได้มีตัวแทนจากสหภาพสหภาพรัฐวิสาหกิจแรงงาน รถไฟแห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือ จ.ลำปาง เดินทางเข้าตรวจระบบ "เดดแมน" หรือระบบเตือนพนักงานขับรถไฟของหัวรถจักรขบวนรถไฟเพื่อ ประชาชน ขบวนที่ 102 เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางจาก สถานีรถไฟเชียงใหม่ในเวลา 06.45 น.
ทั้งนี้หลังจากตรวจสอบ ตัวแทนจากสหภาพฯ ได้พยายามเจรจาไม่ ให้พนักงานขับรถนำขบวนดังกล่าวออกจากสถานี โดยอ้างว่าระบบเดดแมน ไม่ปลอดภัย จนทำให้รถไฟต้องเสียเวลานานกว่าครึ่งชั้วโมง แต่สุดท้ายได้รับ การยืนยันจากพนักงานขับรถและเจ้าหน้าที่ช่างกลว่าสามารถเดินทางได้ ทำ ให้ตัวแทนสหภาพเดินทางกลับ
นอกจากนี้รถด่วนขบวน 52 เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางในเวลา 02.50 น. วันเดียวกัน ยังมีตัวแทนจากสหภาพรถไฟฯ เข้ามาตรวจระบบเดดแมนอีกครั้ง ขณะที่พนักงานขับรถยืนยันจะทำหน้าที่ต่อไปเช่นเดิม แต่ก็ทำให้รถไฟเสียเวลาไปกว่า 40 นาที กว่าจะออกเดินทาง สร้างความวิตกกับผู้โดยสารจำนวนหนึ่งที่เกรงว่าจะไม่ได้เดินทาง
นายสีลศักดิ์ ดีจาวี ผู้ช่วยนายสถานีรถไฟเชียงใหม่ กล่าวว่าการ เดินทางมาของตัวแทนสหภาพรถไฟได้รับแจ้งว่ามาตรวจอุปกรร์ความ ปลอดภัยซึ่งเป็นผลสืบเรนื่องมาจากอุบัติเหตุรถไฟครั้งล่าสุด ทั้งนี้หากมีการ ประสานขอให้หยุดการเดินรถ ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดินรถและฝ่ายช่างของสถานี รถไฟเชียงใหม่เห็นตรงกันว่าจะไม่หยุดตามคำสั่งของสหภาพฯ เพราะได้รับ การยืนยันจากนายช่างระดับผู้ใหญ่ว่ายังสามารถเดินรถได้อย่างปลอดภัย ที่ สำคัญไม่ต้องการให้ผู้โดยสารได้รับความเดือดร้อน และเพื่อต้องการให้เกิด ภาพลักษณืที่ดีต่อการรถไฟ
สำหรับจังหวัดเชียงใหม่มีขบวนรถขาล่อง เชียงใหม่-กรุงเทพฯ วันละ 7 ขบวน และ ขาขึ้นวันละ 7 ขบวน ในแต่ละวันมีผู้โดยสารเข้าออกวันละกว่า 5,000 คน หากมีการหยุดให้บริการจะส่งผลกระทบเป็นอย่างมากโดยเฉพาะ ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
อดีตพขร.รถไฟโคราชยันไม่หวนไปขับรถไฟอีก
นายวสันต์ แก้วเพชร อดีตพนักงานขับรถไฟสาย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สังกัดกองช่างกลโรงรถจักรนครราชสีมา ที่ลาออกจากราชการเมื่อปี 2543 ขณะนี้เป็นข้าราชการรัฐวิสาหกิจบำนาญรับเงินบำนาญจากการรถไฟ เดือนละ 28,000 บาท ซึ่งมีประสบการณ์ในการขับรถไฟมานานกว่า 26 ปี กล่าวว่าไม่สะดวกที่จะกลับไปขับรถไฟอีกครั้ง เนื่องจากสุขภาพไม่เอื้ออำนวย
"ผู้ที่เกษียณอายุราชการเป็นผู้สูงอายุ จึงทำให้หูตาฝ้าฟาง การตัดสินใจหรือทำอะไรต่างๆอาจจะผิดพลาดได้ง่าย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการขับรถไฟ เนื่องจากหน้าที่ของพนักงานขับรถจะต้องตื่นตัวมีสติอยู่เสมอ การตัดสินใจต้องเด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และหากว่าบุคคลที่เกษียณอายุราชการกลับไปขับรถไฟแล้วเกิดอุบัติเหตุและส่งผลให้เกิดความสูญเสียขึ้นมาแล้ว ก็ยังไม่ทราบว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ"
เขา กล่าวว่า ทางออกของการแก้ไขปัญหาในตอนนี้รัฐบาลควรที่จะหันมาเจรจาและรับฟังข้อเรียกร้องของสหภาพฯ และยุติท่าทีที่แข็งกร้าวไม่ออมชอม ใช้อำนาจกับพนักงานอย่างที่เป็นอยู่ เพราะยิ่งจะเป็นการปะทุลุกลามให้สถานการณ์เกิดความตรึงเครียดกว่าเดิม
นายสมพงษ์ บุญศิริกาญจนะ อดีตพนักงานขับรถไฟ แขวงรถจักรนครราชสีมา สังกัดสังกัดกองช่างกลโรงรถจักรนครราชสีมา กล่าวว่า มีความเป็นไปได้น้อยที่อดีตพนักงานขับรถไฟ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุจะกลับมาช่วยขับรถไฟอีกครั้ง เพราะสภาพร่างกายที่เป็นไปตามวัย " พนักงานขับรถไฟ
คงจะไม่กล้าเสี่ยงที่จะกลับไปแบบรับกับภาระความรับผิดชอบที่สูงจนเกินตัวได้ ดังนั้นทางออกที่รัฐบาลควรทำในขณะนี้ ก็คือต้องลดความแข็งกร้าวลง ใช้การเจรจากับทางสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย และควรนำข้อเรียกร้องของทางสหภาพฯกลับไปพิจารณา แต่หากยังใช้ไม้แข็งโดยการใช้อำนาจดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับพนักงานที่ลาหยุดหรือเคลื่อนไหวแล้วก็ยิ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไป อีกคนที่ได้รับความเดือดร้อนก็คือประชาชน " นายสมพงษ์ กล่าว
สั่งตร.ล้อมคอกสถานีรถไฟหลังเกิดเหตุร้ายกับผู้โดยสาร
พล.ต.ท. สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า ได้ประสานงานกับผู้บังคับการตำรวจภูธรในพื้นที่รับผิดชอบ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนเพิ่มกำลังตำรวจออกตรวจสอบตามสถานีรถไฟต่าง ๆเพื่อป้องกันเหตุร้ายต่าง ๆ เนื่องจากตามสถานีรถไฟหลายแห่งมีผู้โดยสารรอใช้บริการรถไฟเป็นจำนวนมาก โดยประสานกับตำรวจรถไฟและเจ้าหน้าที่การรถไฟ รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารและประชาชนทั่วไป
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ชุมพร ได้กำชับไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรแล้ว ให้เร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้โดยเร็วที่สุด หรือหากจับกุมได้แล้วให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าทางตำรวจพร้อมที่จะเพิ่มกำลังตำรวจในการตรวจตราตามสถานีรถไฟและบริเวณข้างเคียงให้มากขึ้น ในช่วงที่รถไฟยังบริการไม่ปกติในตอนนี้ เพื่อดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน



