ข่าว

แจ้งความเพิ่มข้อหา "อ๊อฟ" เจตนาฆ่า "น้องหญิง"

แจ้งความเพิ่มข้อหา "อ๊อฟ" เจตนาฆ่า "น้องหญิง"

01 ส.ค. 2561

"ทนายอัจฉริยะ" พบพนักงานสอบสวน แจ้งความเพิ่มข้อหา "อ๊อฟ" ฆ่า "น้องหญิง" โดยเจตนา "ท็อป - เป็ด" อาจโดนพ่วงข้อหาค้ามนุษย์

               1 ส.ค. 61  เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ กองบังคับการ 2 กองปราบปราม ถ.พหลโยธิน  สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (31 ก.ค.) แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้รายงานต่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ซึ่งติดตามคดี น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ น้องหญิง สาววัย 19 ปี ที่ถูกแจ้งว่าได้รับอุบัติเหตุตกรถเทรลเลอร์ในย่านบางปะอิน ซึ่งล่าสุดผลการชันสูตรได้ออกมา โดยเชื่อได้ว่าถูกฆาตกรรมจากรอยถูกทุบด้วยของแข็งที่บริเวณท้ายทอย

 

 

 

               ล่าสุด วันนี้ (1 ส.ค.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย นายสุบิน ยาวิราช พ่อของน้องหญิง ได้เดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อ นายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ คนขับรถ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วน น.ส.เป็ด และนายท็อป ให้เป็นหน้าที่ของ สภ.บางปะอิน โดยจะแจ้งข้อหาสนับสนุนกักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บถึงแก่ความตาย โดยในวันนี้เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ จะมีนัดประชุมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย เนื่องจากคดีนี้อาจพัวพันกับคดีค้ามนุษย์ เนื่องจากมีหลักฐานว่า จุดจอดรถเทรลเลอร์เป็นสถานที่ซื้อขายบริการทางเพศ

               “ขณะนี้นายท็อปได้หลบหนีไปเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะมีการออกหมายจับต่อไป ตอนนี้ยังไม่พบกางเกงชั้นในของผู้ตาย ตำรวจภาค 1 จะนำทีมกู้ภัยปูพรมค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมในบริเวณบ่อน้ำในที่เกิดเหตุ โดยอาจจะมีการแจ้งข้อหาค้ามนุษย์เพิ่มเติมต่อผู้ต้องหาทั้งสอง แต่เชื่อว่าไม่ได้ทำเป็นเครือข่าย เพราะมีลักษณะพฤติกรรมเป็นการล่อลวงเพื่อนสนิท” นายอัจฉริยะ กล่าว

               ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ ยังกล่าวด้วยว่า คดีนี้อาจมีการแจ้งข้อหาอื่นตามมาอีก หากมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ออกมาเพิ่มเติม โดยค้อนที่ถูกตั้งปมว่าเป็นอาวุธสังหารนั้น ไม่ทราบว่ามีคราบเลือดหรือไม่ ยังต้องรอผลดีเอ็นเอจากกองพิสูจน์หลักฐานภายในสัปดาห์หน้า

               ขณะที่ นายสุบิน กล่าวว่า ตอนนี้ตนรู้สึกพอใจกับทุกข้อหาที่ได้แจ้งไป จากที่ตอนแรกเป็นข้อหาอุบัติเหตุ ต่อจากนี้จะมีการแจ้งข้อหาอื่นเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ตนต้องการให้จับผู้กระทำผิดมาให้ได้ก่อน และเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ได้รับความเป็นธรรมแล้ว ก็จะจัดพิธีฌาปนกิจต่อไป