ข่าว

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2

01 ส.ค. 2561

รวบแล้วคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ชลบุรี พร้อมออกหมายจับผู้บงการ - มือปืน ตร.เร่งสอบเพื่อนคนสนิท แม่แฉ"เสี่ยอ้วน" แค้นลูกสาวตีตัวออกห่าง ยันเหยื่อไม่ใช่คู่รัก

          จากเหตุสะเทือนขวัญ เหตุการณ์นายอนันตชัย หรือ ฟอส จริตรัมย์ อายุ 20 ปี และน.ส.ปวีณา หรือ สปาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตบริเวณลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะเดินทางมาเที่ยวพัทยาเพื่อฉลองวันเกิดกับเพื่อนรวม 4 คน เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจับหนึ่งในทีมสังหารได้แล้ว พร้อมออกหมายจับผู้บงการฆ่า

          ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภาค 2) ได้เดินทางไปที่ สภ.นาจอมเทียน ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามคดีดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยในคดีนี้แล้ว 3 คน แต่ยังไม่ระบุเป็นใคร

          รายงานข่าวแจ้งว่าหมายจับผู้ต้องหา 3 คน มีเจ้าของบาร์แห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ผู้จ้างวาน ส่วนอีก 2 คนเป็นมือปืนและคนชี้เป้า

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2
 

          ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เดินทางไปที่ สภ.นาจอมเทียน เพื่อตรวจสอบสำนวนในคดีดังกล่าว โดยมี พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พ.ต.อ.พัฒนา ปรีชานันท์ ผกก.สส.ภ.จว.ชลบุรี ร.ต.อ.หญิง รสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน เข้ารายงานชี้แจงความคืบหน้าในคดีเนื่องจากเป็นคดีอุกอาจสะเทือนขวัญ

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2
 

          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี คนสนิทผู้ตายหนึ่งในทีมฆ่าผู้ชี้เป้าให้มือปืนสังหาร นายอนันตชัย หรือ ฟอส และน.ส.ปวีณา หรือ สปาย มาสอบสวนด้วย โดยนายสายันต์รับสารภาพว่าได้เงินค่าจ้าง 2 หมื่นบาทจาก “เสี่ยอ้วน บางลา” ซึ่งบอกว่า จะอุ้มตัวน.ส.ปวีณา โดยตนเองทำหน้าที่คอยบอกความเคลื่อนไหวว่า ทั้งคู่อยู่ที่ไหน โดยแจ้งทางแอพพลิเคชั่นไลน์ แต่เมื่อเสี่ยอ้วนและพวกตามมาถึงที่เกิดเหตุกลับกลายเป็นการสังหาร ซึ่งไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีการฆ่ากัน
 

          พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า จากการสืบสวนรวบรวมหลักฐาน นายสายันต์ถือเป็นผู้ต้องหาตัวแปรสำคัญในการนำไปสู่การสาวถึงผู้บงการสั่งฆ่า และมือปืนลั่นไกที่ยังหลบหนีอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาเพื่อออกหมายจับเบื้องต้นจำนวน 3 คน คือ นายปัญญา หรือ เสี่ยอ้วน ยิ่งดัง อายุ 39 ปี นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน อายุ 34 ปี และนายสายันต์ หรือยัน ศรีสุข อายุ 43 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2
 

          สำหรับพฤติกรรมการสังหารโหดในครั้งนี้เนื่องจากเรื่องชู้สาว นาย ปัญญา หรือ อ้วน ชอบพอกับน.ส.ปวีณา “น้องสปาย” หรือน้องปลาย ผู้เสียชีวิต ต่อมาทราบว่า น.ส.ปวีณา คบหากับนายอนันตชัย ผู้เสียชีวิต นายปัญญาจึงได้วางแผนจัดทีมสังหาร โดยให้นายสายันต์ หรือยัน เข้าตีสนิทกับเพื่อนสนิทของน.ส.ปวีณา และนายอนันชัย เมื่อเดินทางมาเที่ยวที่เมืองพัทยาในช่วงวันหยุดนั้น นายสายันต์จะคอยรายงานสถานที่ให้นายอ้วนที่เดินทางมากับนายจิรศักดิ์ พร้อมทีมสังหาร โดยกลุ่มผู้เสียชีวิตได้เดินทางออกจากที่พักแวะตลาดน้ำสี่ภาคก่อนเดินทางเข้าสวนนงนุช และหน้าเขาชีจรรย์ กลุ่มทีมสังหารได้เฝ้าติดตามจนสบโอกาสกระหน่ำยิง 7 นัดจนทั้ง 2 คนเสียชีวิต ก่อนจะใช้รถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ป้ายแดง หลบหนีออกมาทางสุขุมวิท

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2
 

          “จากการสืบสวนสอบสวนและจากพยานหลักฐานขอยืนยันว่านายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน มาในที่เกิดเหตุแน่นอน ส่วนจะเป็นคนลั่นไกปืนเองหรือไม่ ไม่ขอตอบ เพราะเกรงว่าจะกระทบข้อมูลในสำนวนคดีนี้ ซึ่งขณะนี้ได้ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องแล้ว 3 ราย แต่น่าจะมีมากกว่านี้อีก สำหรับเพื่อนผู้เสียชีวิตจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หากการสอบสวนแล้วสรุปว่าเกี่ยวข้องจริงก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าว

          พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่เสี่ยอ้วนแค้นใจมาก เนื่องจากเคยเลี้ยงดูหญิงสาวมานาน มีการโอนเงินให้ที่บ้านผู้ตายหลักล้าน สำหรับกระแสข่าวธุรกิจสีเทาของเสี่ยอ้วน ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อไปตรวจสอบข้อมูลแล้ว และมีคนตั้งข้อสงสัยว่าคดีนี้จะสามารถเอาผิดเสี่ยอ้วนได้หรือไม่ ขอยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานแน่นหนา มั่นใจในคดีนี้ เงินไม่ได้ช่วยคนทำผิดให้กลายเป็นคนดีได้

          ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์รายงานว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิจากจังหวัดชลบุรีได้นำศพของน.ส.ปวีณา และนายอนันตชัย ไปถึงบ้านเมื่อเวลา 23.00 น. วานนี้ (30 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ได้นำศพตั้งแยกกัน โดยศพน.ส.ปวีณา ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 1 บ้านนาตาล ต.นาตาล ส่วนศพของนายอนันตชัย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 63 บ้านนาตาล หมู่ 12 และในช่วงเช้าชาวบ้านพากันมาทำบุญบำเพ็ญกุศลศพท่ามกลางความโศกเศร้า โดยมีนายเวนิช ชูศรีพัฒน์ ปลัดอาวุโสอำเภอท่าคันโท นายวราวุฒิ ตุลาพัฒน์ สาธารณสุขอำเภอท่าคันโท และเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอท่าคนโท เข้าให้กำลังใจ

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2
 

          นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ อายุ 41 ปี กล่าวว่า สปายและฟอส เป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ซึ่งที่ผ่านมาก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนประจำอำเภอ ก่อนจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีประมาณ 1 เทอมแล้วลาออก เพราะต้องการทำงานหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวด้วยการไปทำงานตามสถานบันเทิงที่ จ.ภูเก็ต ตั้งแต่ต้นปี 2559 เพราะพี่สาวที่รู้จักกันในหมู่บ้านทำงานที่นั่นบอกได้เงินดี

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2
 

          ที่ผ่านมาก็ส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 2-3 หมื่นบาท ทีแรกก็ตกใจจึงแอบไปดูลูกเพราะกลัวว่าจะไปขายตัวแต่ลูกยืนยันว่าในชีวิตไม่เคยคิดที่จะขายตัว จึงปล่อยให้ลูกทำงาน และลูกบอกว่ามีเสี่ยอ้วนมาติดพันและบอกว่าต้องการได้น้องปลายเป็นภรรยา จึงตอบไปว่าหากต้องการอย่างนั้นจริงๆ ให้มาทำพิธีสู่ขอ ซึ่งพอน้องปลายรู้ก็ไม่ยินยอม เนื่องจากเสี่ยอ้วนเป็นคนอารมณ์รุนแรง และมีอิทธิพลมากใน จ.ภูเก็ต
 

          “ความรุนแรงเริ่มเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2559 ลูกสาวโทรมาเล่าให้ฟังตลอดว่าทุกครั้งที่เสี่ยอ้วนเห็นลูกสาวอยู่ในกลุ่มเพื่อนก็จะเดินเข้าไปฉุดกระชาก บางครั้งก็จะเดินเข้าไปบีบคอ ทำร้ายร่างกาย ปลายปี 2560 จึงไปทำงานที่ จ.นครปฐม แต่เสี่ยอ้วนก็ยังคงตามหา จนในช่วงต้นปี 2561 ตนกับลูกสาวมีความคิดที่จะซื้อรถ ลูกสาวก็บอกว่าจะโอนเงินมา และเสี่ยอ้วนก็รู้ว่าจะซื้อรถ และบอกว่าจะโอนเงินให้ไปซื้อรถ 1 ล้านบาท ซึ่งขณะนั้นครอบครัวปฏิเสธ แต่แล้วก็มีเงินเข้ามาในบัญชีถึง 1 ล้านบาท ซึ่งเสี่ยอ้วนก็โทรมาบอกว่าให้พ่อแม่ไปซื้อรถ” นางวันเพ็ญกล่าว

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2
 

          นางวันเพ็ญกล่าวต่อว่าครอบครัวและน้องปลายไม่เคยคิดที่จะไปปอกลอกเลย แต่เสี่ยอ้วนมักจะหยิบยื่นเงินให้ทั้งที่น้องปลายปฏิเสธ ลูกสาวไม่ชอบเพราะเป็นผู้มีอิทธิพลจึงพยามออกห่างแต่ก็ต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ขอให้ตำรวจจับคนร้ายมาให้ได้และให้เสี่ยอ้วนมารับกรรม

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2
 

          “ความเสียใจนั้น หากฆ่าคนไม่ผิดกฎหมายก็อยากจะฆ่าให้ตายเหมือนกัน สิ่งที่ห่วงขณะนี้คือความยุติธรรม เพราะเสี่ยอ้วนเคยโทรมาขู่ว่าเป็นผู้มีอิทธิพล เงินสามารถซื้อได้ทุกเรื่อง ก่อนหน้านี้ยิงคนตายก็ไม่ติดคุก แต่ก็เชื่อว่ากฎหมายจะดำเนินคดีได้” นางวันเพ็ญกล่าว

          นางวันเพ็ญกล่าวด้วยว่าลูกสาวมีชื่อเล่นว่า ปลาย แต่ในกลุ่มเพื่อนๆ จะเรียกว่า สปาย

          ขณะที่บ้านของนายอนันตชัย หรือฟอส พ่อแม่และญาติยังอยู่ในภาวะความเสียใจและต้องการให้จับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีและยืนยันว่า ทั้งสองคนไม่ใช่คู่รักกันแน่นอน เพราะน้องฟอส มีจิตใจเป็นผู้หญิง

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2
 

          นางจอมศรี ชมพูพื้น อายุ 43 ปี แม่ของนายอนันตชัย กล่าวว่า ตั้งแต่รู้ข่าวว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิตพร้อมกับน้องสปายรู้สึกเสียใจมาก และไม่เข้าใจว่ายิงลูกชายทำไม เพราะทั้งฟอสและสปายไม่ใช่คู่รักกัน เป็นเพื่อนสนิท เป็นญาติด้วยซ้ำไป เพราะปู่ของฟอสและตาของน้องสปายเป็นพี่น้องกัน ซึ่งทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันอีกทั้งลูกชายมีนิสัยเป็นผู้หญิง และชอบแต่งหญิงเมื่อมีงานรำก็จะแต่งหญิงออกไปรำ เพราะอะไรที่ทำแล้วได้เงินลูกชายก็จะทำเพราะเขารักแม่

รวบคนชี้เป้าฆ่า 2 ศพเขาชีจรรย์ ออกหมายจับอีก 2
 

          “อยากถามว่ามายิงลูกฉันทำไม เขาไปทำอะไรให้ ไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย ลูกชายจะออกเป็นผู้หญิงด้วยซ้ำทำไมถึงทำอย่างนี้ ขอให้ผู้ที่ได้ยินข่าวนี้ให้ช่วยติดตามจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ด้วย” นางจอมศรี กล่าว

          สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัย ให้ครอบครัวผู้เสียหาย โดยในส่วนของทางอำเภอท่าคันโท ก็พร้อมให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายอย่างเต็มที่ ขณะที่มีรายงานว่าศพของนายอนันตชัย มีกำหนดจะฌาปนกิจ วันที่ 1 สิงหาคม ส่วนศพของ น.ส.ปวีณา จะฌาปนกิจในวันที่ 2 สิงหาคม ที่วัดบ้านนาตาล ต.นาตาล อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์