ข่าว

วงประชุมเลือก"อิทธิพร"ปธ.กกต.

วงประชุมเลือก"อิทธิพร"ปธ.กกต.

31 ก.ค. 2561

วงประชุมเลือกปธ.กกต.เสียงข้างมากเลือก"อิทธิพร"ทำหน้าที่ "เจ้าตัว"ปัดตอบทุกคำถามระบุรอโปรดเกล้าฯก่อ"นัฑ"เตรียมส่งรายชื่อให้"พรเพชร"ทำตามกระบวนการทูลเกล้าฯ

 

31 กรกฎาคม 2561  วงประชุมเลือกปธ.กกต.เสียงข้างมากเลือก"อิทธิพร"ทำหน้าที่ "เจ้าตัว"ปัดตอบทุกคำถามระบุรอโปรดเกล้าฯก่อ"นัฑ"เตรียมส่งรายชื่อให้"พรเพชร"ทำตามกระบวนการทูลเกล้าฯ

 

                 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 5 คน เพื่อเลือกกันเองให้ดำรงตำแหน่ง ประธาน กกต. หลังจากที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาส่งจดหมายเชิญทั้ง 5 คนเข้าร่วม

               

สำหรับว่าที่ กกต. ได้เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, นายอิทธิพร บุญประคอง, นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย, นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี และ นายปกรณ์ มหรรณพ และได้เริ่มประชุมเพื่อเลือกกันเอง ในเวลา 15.10 น.  โดยขั้นตอนการเลือกจะเป็นการลงคะแนนลับบนบัตรเลือก และให้ กกต. เขียนชื่อบุคคลที่ต้องการให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธาน กกต. ซึ่งตามกระบวนการที่ประชุมได้เชิญ นายธวัชชัย ซึ่งเป็นว่าที่กกต.ที่อาวุโสสูงสุดทำหน้าที่ประธานที่ประชุมชั่วคราว

               

สำหรับผลการเลือกกันเองนั้น นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ฐานะเลขานุการที่ประชุม เปิดเผยว่าที่ประชุมมีมติด้วยเสียงข้างมาก เลือก นายอิทธิพร ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว สำหรับคะแนนที่เลือกนั้นตนไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นมติของที่ประชุมที่ต้องการให้เป็นทางลับ  สำหรับขั้นตอนหลังจากที่ตนจะทำหนังสือกราบเรียนไปยังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทูลเกล้าฯต่อไป

          

"ระหว่างการเลือกกันเองนั้นที่ประชุมได้พูดคุยกันต่อถึงการปฏิบัติงานร่วมกันในระยะ 7 ปีหลังจากได้รับการโปรดเกล้าฯ และการเลือกตั้งที่เป็นบทบาทสำคัญหลังจากนี้ อย่างไรก็ตามการเตรียมความพร้อมและศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งของว่าที่กกต.ทั้ง 5 คนจะเป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการ กกต. ต้องดูแลต่อจากนี้" นายนัฑ กล่าว

               

ขณะที่หลังจากทราบมติ นายอิทธิพร ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวและบทบาทที่ต้องรับภาระหนัก ระบุเพียงว่า "ผมจะขอให้สัมภาษณ์หลังจากที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ทำหน้าที่อย่างเป็นทางการ"

               

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนายอิทธิพร นั้นอดีตเป็นเอกอัครราชทูตหลายประเทศ และเคยเป็นหนึ่งของทีมงานประเทศไทยที่ร่วมต่อคดีปราสาทเขาพระวิหาร ที่ศาลโลก เมื่อปี 2553 ด้วย

               

ก่อนหน้านี้ ในการเปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหา เป็น กกต. รอบแรกนั้น นายอิทธิพร เคยยื่นใบสมัครด้วย แต่ไม่ผ่านการคัดเลือกรอบตรวจสอบคุณสมบัติ เนื่องจากคณะกรรมการสรรหา ตีความว่าตำแหน่งเอกอัครราชทูตนั้นไม่เข้าข่ายนับเป็นคุณสมบัติของผู้เข้ารับการสรรหาเป็นกกต. ส่วนที่ว่าด้วยการรับราชการหรือเคยรับราชการตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า

               

ต่อมาในการสรรหากกต.รอบสอง หลังจากที่ สนช. ลงมติคว่ำผู้ได้รับการสรรหารอบแรก ทำให้นายอิทธิพรยื่นใบสมัครอีกครั้ง หลังจากที่คณะกรรมการสรรหา กกต. พิจารณาข้อทักท้วงและแก้คำวินิจฉัยให้ตำแหน่งเอกอัครราชทูต นั้นถือเป็นตำแหน่งที่มีคุณสมบัติเข้ารับเลือกเป็น กกต. ทำให้นายอิทธิพรผ่านรอบคุณสมบัติและรอบลงมติจากคณะกรรมการสรรหา ทั้งนี้นายอิทธิพร ยังได้รับคะแนนเห็นชอบจาก สนช.สูงสุด ที่ 186 คะแนน.