
ยอดขายบังคับคดีทะลุ 3.5 หมื่นล้าน
ผลงานไตรมาส 3 บังคับคดีขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ยอดขายกว่า 35,800 ล้านบาท ส่วนประเด็นร้อน "หนี้ก.ย.ศ." แนะให้ทำงานละเอียด ทวงหนี้ผู้กู้ให้ถึงที่สุดตามกฎหมายใหม่
กรมบังคับคดี- 31 ก.ค.61-ผลงานไตรมาส 3 บังคับคดีขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ยอดขายกว่า 35,800 ล้านบาท ส่วนประเด็นร้อน "หนี้ก.ย.ศ." แนะให้ทำงานละเอียด ทวงหนี้ผู้กู้ให้ถึงที่สุดตามกฎหมายใหม่ ส่วน"ครูชัยภูมิ" ไม่พบชื่อในฐานข้อมูลบังคับคดี-ล้มละลายจากหนี้ก.ย.ศ. พร้อมหารือกรมการปกครองเร่งสำรวจกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เซ็นค้ำหนี้ก.ย.ศ. ไม่ให้ซ้ำร้อย"ครูวิภา"
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดีแถลงผลงานไตรมาส 3 ประจำปีงบประมาณ 2561 โดยระบุว่า ในไตรมาสที่ 3 สามารถผลักดันทรัพย์ได้มูลค่ากว่า. 35,857,767,821 ล้านบาท. เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปี 60. พบว่า ปีนี้ผลักดันทรัพย์ได้สูงกว่าคิดเป็นร้อยละ 7.92 ทำให้ผลการผลักดันทรัพย์ในภาพรวมตั้งแต่เดือน ตค.60 - มิ.ย 61 ผลักดันทรัพย์ได้ถึง. 103,137,747,375 ล้านบาท หรือร้อยละ 93.76. ขณะที่การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีในไตรมาส 3 ในปีงบประมาณนี้สามารถไกล่เกลี่ยสำเร็จกว่า 8,382 เรื่อง คิดเป็นทุนทรัพย์จำนวน 2,135, 269,363 บาท เรื่องที่เข้าสู่กการไกลเกลี่ยสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว. โดยภาพรวมของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีตั้งแต่ ตค.60-มิ.ย.61 สามารถไกล่เกลี่ยสำเร็จ 18,129 เรื่อง. ทุนทรัพย์รวม 5,575,269,363 บาท คิดเป็นผลสำเร็จร้อยละ 87.70 ของเรื่องที่เข้าสู่การไกล่เกลี่ย
อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทร่วมกับก.ย.ศ.ตั้งแต่ ตค.60-มิ.ย.61 มีเรื่องเข้าสู่การไกล่เกลี่ยรวมกว่า 8,114 เรื่อง ไกล่เกลี่ยสำเร็จ. 7,1581 เรื่อง รวมทุนทรัพย์ 880,022,556 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 88.22 ของเรื่องที่เข้าสู่การไกล่เกลี่ย ซึ่งสูงกว่าในปีงบประมาณ 60 ทั้งปีที่มีเรื่องเข้าสู่การไกล่เกลี่ย 4,038เรื่อง ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 3,730. เรื่อง รวมทุนทรัพย์ 426,896,426 บาท
น.ส.รื่นวดี กล่าวถึงกรณีครูที่จ.ชัยภูมิ ซึ่งมีข่าวว่าไปค้ำประกันเงินกู้ก.ย.ศ.ให้ลูกศิษย์ว่า. กองทุนฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ได้ตรวจสอบในฐานข้อมูลแล้วไม่พบข้อมูลครูคนดังกล่าว่าถูกบังคับคดี และไม่มีข้อมูลถูกฟ้องล้มละลายจากการค้ำประกันเงินกู้ก.ย.ศ.แต่ยังตอบไม่ได้ว่ามีการถูกฟ้องละลายในคดีอื่นๆอีกหรือไม่. นอกจากนี้กรมบังคับคดียังได้สอบถามไปยังก.ย.ศ. ซึ่งยืนยันข้อมูลตรงกันว่าก.ย.ศ.ยังไม่เคยฟ้องล้มละลายลูกหนี้ก.ย.ศ.รายใดเลย. สำหรับกรณีครูวิภา บานเย็นนั้น พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้เข้าช่วยเหลือในด้านการอำนวยความยุติธรรม. พบว่าที่ผ่านมาก.ย.ศ.ดำเนินการตามกฎหมายเก่า เมื่อไม่สามารถตามทรัพย์จากผู้กู้ได้ก็จะตามบังคับคดีจากผู้ค้ำประกันซึ่งสามารถติดตามตัวและบังคับคดีได้ง่ายกว่า ตนจึงได้ให้ข้อสังเกตตามข้อสั่งการของรมว.ยธ.ว่า ขณะนี้กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้แล้วก.ย.ศ.ต้องทำงานละเอียดมากขึ้น ในการติดตามทวงหนี้จากต้องดำเนินการกับผู้กู้ให้ถึงที่สุดก่อน จึงจะไปบังคับเอากับผู้ค้ำประกันโดยกฎหมายใหม่นี้ ก.ย.ศ.สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกหนี้ไม่ว่าจะเข้าไปอยู่ทำงานในภาครัฐหรือเอกชน ทุกหน่วยงานมีหน้าที่ต้องมอบข้อมูลทรัพย์สิน และเงินเดือนของลูกหนี้ให้กับก.ย.ศ.ถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและเปลี่ยนแปลงระบบการติดตามทวงถามลูกหนี้ให้กับก.ย.ศ.
"อย่างไรก็ตามในส่วนของกรมบังคับคดีขอนำร่องส่งเงินเดือนของข้าราชการให้กับกรมบัญชีกลางเพื่อหักเงินเดือนผ่อนชำระให้กับก.ย.ศ. ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 200 คน สำหรับภาพรวมการบังคับคดีหนี้ก.ย.ศในรอบ 9 เดือนของปีงบประมาณ 61 พบว่า ก.ยศ.ได้ทำเรื่องขออายัดเงินเดือนจำนวน 8,384 คดี มูลหนี้กว่า 900 ล้านบาท ซึ่งตามกฎหมายใหม่นายจ้างทั้งภาครัฐและเอกชนมีหน้าที่ต้องหักเงินเดือนลูกจ้างที่เป็นหนี้ก.ย.ศโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังได้หารือกับกรมการปกครองโดยให้สำรวจข้าราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เข้าไปเซ็นรับรองและเซ็นค้ำประกันหนี้ก.ย.ศเพื่อเตรียมแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นกับครูวิภา"อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าว



