
ตร.เลย 192 นาย เตรียมแจ้งความสหกรณ์ ฯ ปมเงินหาย
ตร.เลย192 นาย เตรียมแจ้งความสหกรณ์ตร.ภ.จว.เลย ปมเงินหาย ด้านอดีตผู้การจังหวัดเลย ที่ถูกกล่าวหายังไม่ยอมมาตามนัดหลายครั้งและพนักงานสอบสวนเตรียมส่งฟ้องพรุ่งนี้
กรณีตำรวจ ภ.จ.เลย จำนวน 192 นาย ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จ.เลย ,พ.ต.อ. เฉลิม ยอดปทุม ผกก.สอบสวน ภ.จว.หนองบัวลำภู นายตำรวจติดตาม (คณะทำงาน) พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน ผจก.สหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย ชักชวนเข้าตำรวจ ภ.จ.เลย จำนวน 192 นาย ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จ.เลย ว่พ.ต.อ.ร่วมโครงการกู้ร่วมหนี้กู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย นำไปปิดหนี้ธนาคาร แล้วชวนเข้าร่วมโครงการบริหารหนี้นำเงินไปลงทุน ไปปลดหรือลดหนี้ และยังได้ผลกำไรตอบแทน
แต่สุดท้ายไม่เป็นตามที่ตกลงไว้ทำให้สูญเงินกว่า 229 ล้านบาท จนต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม ต่อ พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 สั่งตั้งคณะกรรมสอบสวนข้อเท็จจริง
พบพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนลักษณะแชร์ลูกโซ่ เชื่อมโยงคดีสองสามีภรรยาหลอกลวงชาวบ้านนำเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อนนัดให้ พล.ต.ต.สุทิพย์มารับทราบข้อกล่าวหาถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ยอมมาตามนัด โดยโทรศัพท์แจ้งว่าจะทยอยนำเงินคืนให้อดีตลูกน้องวันละ 30 ล้านบาทล้านบาทตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. จนครบ 229 ล้านบาท แต่มีการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาคนละ 2,500-2,800 บาท ที่ไปกู้เงินฉุกเฉินคนละ 50,000 บาท มาจากสหกรณ์ออมทรัพย์ภูธรจังหวัดเลย เพียงครั้งเดียว จากนั้นผิดนัดมาตลอด จนทางคณะการสอบสวนภาค 4 แจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จ.เลย พ.ต.อ.เฉลิม ยอดปทุม ผกก.สอบสวน ภ.จว.หนองบัวลำภู นายตำรวจติดตาม (คณะทำงาน) ส่วน พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน อดีต ผจก.สหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย ไม่ถูกฟ้องในคดีดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.รายหนึ่ง ที่เป็นผู้เสียหายกว่า 2 ล้านบาท ถึงความคืบหน้า เปิดเผยว่า ทราบเบื้องต้นว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงภาค 4 มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพียง 2 คน คือ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จ.เลย พ.ต.อ.เฉลิม ยอดปทุม ผกก.สอบสวน ภ.จว.หนองบัวลำภู นายตำรวจติดตาม (คณะทำงาน) ส่วน พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน อดีต ผจก.สหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย รอดจากคดีนี้เพียงคนเดียว
ส่วน จนท.สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่เซ็นเช็คกลับไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พวกผมก็งงเหมือนกันทำไม่ดำเนินคดีเพียง 2 คนแค่นั้น ทั้งๆที่รู้ว่าการออกเช็คเงินสดและมีการสลักหลังด้วยชื่อมันผิด ตาม พรบ.สหกรณ์ฯ ข้อที่ 7 ไม่ทักทวงหรือห้าม กลับเขียนเช็คและออกโดยมิชอบ ถือว่ามีส่วนร่วมรู้เห็นด้วย โดยพวกตนเป็นตำรวจที่ได้รับความเสียหายกลุ่มเล็กๆ ร่วม 30 ราย กำลังปรึกษาหาทนายเขียนร่างคำร้อง เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีฟ้องสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ด้วยตนเอง ต่อ พงส.สภ.เมืองเลย ภายในอาทิตย์หน้า
ส่วนกรณีที่อดีตผู้การ จ.เลย รับปากจะชดใช้เงินให้ตำรวจ 192 ราย ให้ครบภายใน 2 เดือนถึงกรกฎาคมนี้ ปรากฏว่ามีการช่วยเหลือเพียงรายละ 2,500-2,800 บาท ให้ทุกคน ที่ไปกู้เงินฉุกเฉินมาจากสหกรณ์ฯ รายละ 50,000 บาท เท่านั้น ส่วนบอกว่าจะจ่ายให้อาทิตย์ละ 30 ล้านบาท ก็ไม่มีผัดวันประกันพรุ่งมาตลอด ตอนนี้ทางตำรวจ 192 นาย ทำใจกับเงินแล้ว คิดว่าคงไม่ได้คืนอย่างแน่นอน
และทราบมาว่าทางคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภาค 4 ได้ให้เวลาอดีตผู้การฯ เลย เคลียร์และชดใช้เงินให้ตำรวจ 192 ราย 229 ล้านบาทนั้น ยังไม่มีการชดใช้แต่อย่างใด และทราบมาอีกว่าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้าย ที่ทางคณะกรรามการสอบสวนข้อเท็จจริงให้โอกาสอดีตผู้การ จ.เลย วันสุดท้ายถ้าไม่มีไม่มาจะส่งฟ้องทันที



