
กกต.นัดประชุมเลือกปธ.พรุ่งนี้
5 ว่าที่กกต.นัดประชุมเลือกประธานพรุ่งนี้ สองแคนนิเดตชิงตำแหน่ง"ฉัตรไชย-ธวัชชัย"
30 กรกฎาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเห็นชอบ เลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จำนวน 5 คน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ล่าสุดสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้เชิญผู้ที่ได้รับเลือกเป็น กกต. ทั้ง 5 คน ประกอบด้วย 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ 2.นายอิทธิพร บุญประคอง 3.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย 4.นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี และ 5.นายปกรณ์ มหรรณพ ประชุมร่วมกัน เพื่อเลือกกันเองให้เป็นประธานกกต. พรุ่งนี้ (31กรกฏาคม ) เวลา 14.00 น. ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติที่กฎหมายกำหนดก่อนนำรายชื่อว่าที่กกต.ทูลเกล้าฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับบุคคลที่จะได้รับเลือก ให้เป็น ประธาน กกต. ต้องได้รับเสียงข้างมากจากที่ประชุม คือ 3 คะแนนขึ้นไป ขณะที่บุคคลที่คาดหมายว่าจะได้รับเลือก คือ นายฉัตรไชย ซึ่งเป็นกกต. จากสายผู้พิพากษา เนื่องจากมีบุคคลที่เหมาสมต่อการปฏิบัติหน้าที่กำกับการเลือกตั้ง ที่ต้องใช้บุคลิกน่าเชื่อถือต่อการเลือกตั้งที่หลายฝ่ายคาดหวังเรื่องการกำกับการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริต และเที่ยงธรรม
ทั้งนี้มีรายงานจาก สนช. ระบุด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่นายฉัตรไชย จะได้รับเลือก เพราะเมื่อพิจารณาจากเสียงที่จะได้รับการสนับสนุน ถือว่า กกต. สายผู้พิพากษามีแต้มต่อจาก กกต. ที่มาจากสายอื่น อย่างไรก็ดียังมีบุคคลที่คาดว่าจะเป็นคู่แข่งนายฉัตรไชย คือ นายธวัชชัย กกต.จากสายอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด และอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพราะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการช่วยเหลือการเลือกตั้งเมื่อครั้งดำรงตำหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด
ขณะที่การนัดประชุมคณะกรรมการสรรหาบุคคลให้เป็นกกต. อีก 2 คนที่เหลือนั้น ล่าสุดคณะกรรรมการสรรหาฯ ยังไม่มีกำหนดนัดประชุม โดยมีรายงานข่าวระบุว่า การสรรหาดังกล่าวไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบ เพราะบุคคลที่ได้รับเลือกเป็นกกต. ทั้ง 5 คนสามารถปฏิบัติหน้าที่ไปได้ และคาดว่าในการสรรหา กกต. รอบดังกล่าวนั้นจะยังคงใช้วิธีการเปิดรับสมัคร มากกว่าการทาบทามบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพราะอาจเกิดผลเสีย หากอนาคตบุคคลที่ถูกทาบทามมีประวัติหรือผลงานที่เสียหาย อาจทำให้คณะกรรมการสรรหาฯ ที่ไปทาบทามต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่การทาบทามนั้นยังเป็นตัวเลือกที่อาจจะนำมาใช้กรณีที่ไม่มีบุคคลใดเข้าสมัครหรือสรรหาไม่ได้



